Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

ภาพบรรยากาศงานเปิดตัว | Dr. Martens “TALE OF TALES” Live Exhibition Fashion Show & Doc’s D.I.Y by Celebrity Artist

/
/
/
826 Views

ผ่านไปแล้วอย่างประทับใจกับงาน TALE OF TALES” ของทาง Dr. Martens แบรนด์รองเท้าชื่อดังระดับตำนานจากประเทศอังกฤษ โดยงานนี้จัดขึ้นโดย บริษัท โอทีที ฟุตแวร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Dr. Martens เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งงานนี้จัดขึ้นที่สยามเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยงานนี้เป็นการเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ใหม่ ณ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นแฟลกชิพสโตร์แห่งที่ 3 ในประเทศไทย และเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งรูปแบบใหม่ที่ผสมผสาน Industrial look กับสีแดงคลาสสิคแบบ Modern Contemporary ที่สะท้อนถึงช่วงเวลาที่รองเท้า Dr. Martens คู่แรกออกวางจำหน่าย

นอกจากนี้ภายในงานยังบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 57 ปี ผ่าน “ไลฟ์เอ็กซิบิชั่น แฟชั่นโชว์” และยังได้จับมือเซเลบริตี้อาร์ทติสชื่อดัง 6 คน อย่าง คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ, คุณโอ๋ฟูตอง, ป๋าตึก-ภูษิก พัฒนปราการ, ซัน Smile Club, OCTOBER 29 (ออคโทเบอร์ ทเวนตี้ไนน์) และ BBINKO (บิ๊งโกะ) มาร่วมจัดทำ “DOC’s D.I.Y” ด้วยการตกแต่งและสร้างสรรค์ลวดลายของรองเท้าในสไตล์ของตัวเองที่สะท้อนถึงตัวตนของศิลปินแต่ละคน

พร้อมทั้งเปิดตัวรองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit โดยมีเหล่าดารา นายแบบ และนางแบบมืออาชีพ อาทิ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และต้าเหนิง-กัญญาวีร์ ที่มาร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Dr. Martens ในแต่ละยุคสมัยผ่านแฟชั่นโชว์ที่สะท้อนถึงตัวตนที่ไม่เหมือนใคร

นอกจากแฟชั่นโชว์ที่ทำให้เราได้เห็นคอลเลคชั่นล่าสุดของทาง Dr. Martens แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ Live Exhibition ที่ทำให้เราได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของรองเท้า Dr. Martens ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจุดเริ่มต้นของรองเท้าระดับตำนานนี้ต้องย้อนไปเมื่อรองเท้า Dr. Martens คู่แรกได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960 โดยแบ่งออกตามช่วงยุคของแบรนด์ตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบันด้วยสไตล์และคาแร็คเตอร์แตกต่างกัน

เริ่มจากยุค 1960’s ที่ถือเป็นยุคเริ่มต้น โดยรองเท้าคู่แรกออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1960

ในยุค 1970’s  Dr. Martens ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นขบถ เมื่อกลุ่มคนในแวดวงดนตรีเริ่มใส่รองเท้าเพื่อแสดงออกถึงความโดดเด่นและความเป็นตัวของตัวเอง (Self-expression) และเมื่อวัฒนธรรมการแต่งตัวแบบใหม่ๆ เกิดขึ้น

ในยุค 1980’s รองเท้า Dr. Martens ไซส์เล็กของผู้ชายถูกนำมาดัดแปลงด้วยลวดลายดอกไม้บนรองเท้ารุ่น 1460 สุดคลาสสิค ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้หญิง คอลเลคชั่น Printed ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้ โดยเป็นคอลเลคชั่นที่แสดงถึงความแปลกใหม่ และความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการใช้งานศิลปะชิ้นเอกจากศิลปินยุคเรเนซองส์มาทำเป็นลวดลาย หรือนำรอยสักกลิ่นอายเอเชียมาทำเป็นลวดลายบนรองเท้า

ในยุค 1990’s Dr. Martens ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลวงดนตรีกลางแจ้ง และเป็นเครื่องแบบของการแต่งตัวสไตล์กรันจ์ (Grunge)

ในช่วง 2000’s รองเท้า Dr. Martens เริ่มผสมผสานความคลาสสิคกับแฟชั่น และกลายเป็นไอเท็มหลักของการแต่งตัวในสไตล์สตรีทแฟชั่น นอกจากนี้ยังมีการออกคอลเลคชั่น M.I.E รองเท้าแฮนคราฟท์ที่ผลิตในโรงงานที่ Cobbs Lane ซึ่งรองเท้าบู๊ตคู่แรกถูกผลิตที่โรงงานแห่งนี้ โดยมีการใช้วัสดุพิเศษ และหายาก

จนมาถึงยุคปัจจุบัน NOW รองเท้า Dr. Martens ยังคงสะท้อนถึงตัวตนที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่ ในโอกาสนี้ จึงได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ DM’s Lite Tech Knit ที่มีน้ำหนักเบา และผสมผสานดีไซน์คลาสสิคของ Dr. Martens กับผ้าถัก โดยจะวางขายในแฟลกชิพสโตร์แห่งใหม่ล่าสุด ณ สยามเซ็นเตอร์ เป็นที่แรกในประเทศไทย

ด้วยความทนทานและมีดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร จึงไม่แปลกเลยที่ Dr. Martens จะได้รับความนิยมมากว่า 57 ปีในฐานะที่เป็นรองเท้าสำหรับผู้สวมใส่ทุกเพศ ทุกวัย ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง และในแต่ละยุคสมัยก็ยังบ่งบอกถึงตัวตนที่แตกต่างและยังสามารถสะท้อนถึงสไตล์เฉพาะตัวของผู้สวมใส่แต่ละคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้รองเท้า Dr. Martens ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ การเย็บด้วยด้ายสีเหลือง (Yellow Stitching), ห่วงแขวนที่ข้อ (Heel-Loop) และลายร่องพื้นรองเท้า (Air Cushion Soles)

สามารถพบกับดร. มาร์ตินส์ได้ที่แฟลกชิพสโตร์ทั้ง 3 แห่งที่ สยามเซ็นเตอร์ เมกะบางนา และเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว และเคาน์เตอร์ของดร. มาร์ตินส์ ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้วประเทศ

 

 

News by Ladder1@lismz

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest