ย้อนร้อยเส้นทางชีวิตของ “ตั้ม”- Mamafaka ตั้งแต่วัยเยาว์ จนกลายเป็นชาย ผู้เสกสร้าง MR. HELL YEAH ! อันลือลั่น และ “ไม่มีวันตาย” ( เรื่องเล่า “จากปาก” ครอบครัวมุกดาสนิท )

/
/
/
23884 Views

แม้วันนี้ “พี่ตั้ม” หรือ นายพฤษ์พล มุกดาสนิท หรือ MAMAFAKA กราฟิกดีไซเนอร์และสตรีทอาร์ตชื่อดังของประเทศที่พวกเรา “รักและชื่นชม” จะจากพวกเราไปแล้ว   แต่ความทรงจำที่มีอยู่ เชื่อว่าหลายท่านคงยังเก็บความทรงจำนี้ไว้ในใจและคงยังระลึกถึงอยู่เสมอเป็นแน่แท้ ซึ่งแน่นอนที่สุด จากกิจกรรมล่าสุดที่ทางนิตยสาร CHIMNEY ได้จัดขึ้นบนแฟนเพจที่ผ่านมา เพื่อหวนรำลึกถึงพี่ตั้มที่พวกเราเรียกกันจนติดปากอย่างคุ้นเคย ( ลองดูรายละเอียดย้อนหลัง คลิ๊กที่นี่) คงแสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่ใช่แต่เราแต่เป็นเราหลายๆคนซึ่งมากมาย “ยังคงรักพี่เขาอยู่เสมอ” คำกล่าวนี้ไม่ต้องมีใครมายืนยัน เพราะมันคือความจริงที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกท่านแล้ว แม้ว่าตัวเราจะอยู่ไกลกันคนละโลก แต่อยากบอกพี่ว่าพี่รู้ไหม? พวกเรายังคิดถึงพี่เสมอ คล้ายกับว่าพี่คือความหวังของเรา เป็นความหวังของคนไทย เป็นความหวังของคนวงการสตรีทอาร์ต สตรีทคัลเจอร์ทุกคน ที่ฝากความหวังไว้กับพี่ อยากเห็นพี่นำพาชื่อเสียง “บ้านเกิดของเราไปให้ดังกึกก้องโลก” ด้วยผลงานของพี่ ในฐานะศิลปินสตรีทอาร์ตของไทย เฉกเช่นเดียวกับศิลปินชื่อดัง ที่เฉิดฉายส่องแสงอยู่ทุกมุมโลกฉันใดก็ฉันนั้น เราเชื่อว่าถ้าพี่ยังอยู่ “พี่ทำได้” วันนั้นมันจะเกิดขึ้นแน่นอน “พวกเราคิดถึงพี่”

วันนี้ทางชิมนิย์โดยเว็บไซต์ www.lismz.com ของเรา ถือว่าโชคดีมาก ที่ได้รับความกรุณาจาก “ครอบครัวมุกดาสนิท” ให้ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของพี่ เป็นความภูมิใจอย่างที่สุดที่พวกเราได้รับหน้าที่นี้ อย่างไรเสีย ก่อนอื่นคงต้องขอให้ทุกท่านอ่านจนจบแล้วจะรู้ว่า “ผู้ชายคนนี้” เกิดมาเพื่อเป็น “ตำนาน” โดยแท้จริง  และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาฟังเรื่องเล่าจากปากครอบครัวมุกดาสนิท กันเลยดีกว่า

เมื่อแรกเริ่มลืมตาดูโลก:  คุณแม่เล่าว่า แม่เป็นคนมีลูกยาก ตามความเชื่อ เลยไปขอพระที่วัดป่า จากนั้นพอรู้ว่าตั้งครรภ์ ก็ดีใจมาก เพราะเป็นลูกชายและหลานคนแรกของตระกูล พี่ตั้มเป็นเด็กอ้วน ไม่ยอมกินน้ำ ไม่ยอมกินนมกระป๋อง กินแต่นมแม่ตลอด 28 เดือน เลี้ยงตามตำราและดูแลอย่างดี ทุกคนตามใจ ชอบให้พ่อพาขี่รถเล่นทุกเย็น ตั้งแต่เด็กได้ออกไปแล้วก็จะอารมณ์ดี

.

จากทารกน้อยสู่ความเยาว์วัย: ขอเล่าช่วงอายุ ราวๆ 2 ขวบกว่า คุณแม่เล่าว่าพี่ตั้มเอาแต่ใจ การดูการ์ตูนเป็นเรื่องทีขัดใจไม่ได้เลย จะต้องดูการ์ตูน และจะมีของเล่นใหม่ทุกวัน “ถ้าไม่ได้ของเล่นตั้มจะไม่กินข้าว” นี่คือเรื่องราวที่พูดถึงเมื่อไหร่ แม่จะขำทุกที  ช่วงเรียนเนอสเซอรี่ที่ขอนแก่น “ครูบอกกับคุณแม่ว่าน้องตั้มวาดรูปเก่ง” แม่ก็เข้าใจว่าครูคงแค่พูดเอาใจไปงั้น แต่พอ ป.1 แม่ก็เริ่มเห็นพี่ตั้มพกดินสอวาดรูปตลอด ว่างก็หยิบมาขีดเขียน และคอยติดตามงานประกวดต่างๆด้วยตัวเอง ให้แม่พาไปแข่งขันหรือไม่ก็ส่งภาพวาดประกวดตามหนังสือการ์ตูน จนคุ้นตา ทำแบบนั้นเป็นประจำหลายๆปี การส่งงานเข้าประกวดของพี่ตั้มจะได้เข้ารอบทุกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ที่ 1 สักทีค่ะ 5555

.

เมื่อความหนุ่มมาเยือนสู่รั้วมหาวิทยาลัย: นอกจากการวาดรูปแล้วพี่ตั้มก็ใช้เวลาว่างเสาร์อาทิตย์ทำงานประดิษฐ์  ปั้นตุ๊กตาแป้งข้าวเหนียว แกะสติ๊กเกอร์ ออกแบบตัวหนังสือ ตอนนั้นชอบแต่งตัว ดูหนัง ฟังเพลง มีสไตล์ที่ชอบชัดเจน  ให้ความสนใจจริงจังกับสิ่งที่ชอบ มีของสะสมเยอะ และเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด จุดเริ่มต้นของพี่ตั้มที่สำคัญคงเป็นช่วงนี้  ช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย พี่ตั้มขอแม่เรียนต่อด้านศิลปะ ซึ่งที่บ้านยังไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก เพราะอยากให้เรียนวิศวะ ซึ่งเป็นสายงานเดียวกับพ่อมากกว่า แต่สุดท้ายก็ต้องตามใจและพี่ตั้มก็ได้ย้ายไปเรียนที่กรุงเทพในที่สุด

( “พี่ต่าย” น้องสาวของพี่ตั้ม )

.

โลกของการทำงาน ครอบครัว และชีวิตที่โลดแล่นบนเส้นทางสายสตรีทอาร์ต: พี่ตั้มมีความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งในการทำงานทุกชิ้นต้องใช้สมาธิและเวลากับมันอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนจะมาเป็น MAMAFAKA  พี่ตั้มได้ไปฝึกฝนเรียนรู้งานกับบริษัทเอเยนซี่เพื่อหาประสบการณ์ในการทำงาน และการบริหารงานสายนี้หลายปี จากนั้นก็เริ่มมีความคิดที่อยากหาไอเดียเพิ่มจึงขอแม่ไปเรียนภาษาที่ Melbourne และขอท่องเที่ยว ดูการจัดโชว์การแสดงผลงานศิลปะต่างๆให้เต็มอิ่มที่นั่น  หลังจากนั้นกลับมา พี่ตั้มก็มีสไตล์ชัดเจนขึ้น จึงมี MR. HELL YEAH ! กำเนิดขึ้น นั่นเอง

ในฐานะน้องสาวคนหนึ่งของพี่ พี่ตั้มจะเป็นพี่ชายที่ให้คำปรึกษา แนวคิด ด้านการทำงาน ที่สร้างแรงบันดาลใจ คอยป้อนไอเดีย อัพเดทสไตล์การใช้ชีวิตและแนวเพลง รวมถึงคำปลอบใจให้กำลังใจจากพี่ตั้มเสมอ ซึ่งจะเป็นคำพูดง่ายๆที่เราไม่เคยได้ยินจากใครแล้วทำให้เราคิดอีกมุมนในมุมที่ไปต่อได้เสมอเลย ส่วนเรื่องการดูแลพ่อแม่ เราจะปรึกษากันผ่านโทรศัพท์ พี่ตั้มจะคอยดูแล จนครั้งหนึ่งแม่ป่วยหนักไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลาหลายเดือนสิ่งที่ได้ก็คือกำลังใจจากพี่ชายคนนี้ และพี่ตั้มเองก็พักงานกลับมาดูแลแม่ที่ขอนแก่น และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน

ผลงานของพี่ตั้มมีมากมาย แต่ถ้าจะให้พูดถึงจุดๆนี้ผลงานที่พี่ตั้มรักที่สุด ส่วนตัวแล้วคิดว่าทุกชิ้นมีประวัติ มีความรู้สึก สำหรับพี่ตั้มหมดเลยนะคะ แต่ถ้าต้องพูดก็อาจจะเป็น converse ที่ทำได้เห็นภาพความประทับใจชัดเจน มีการต่อคิวให้ความสนใจเพื่อรอซื้อ แถวยาว และก็คงจะเป็นการเริ่มต้นของการได้ร่วมทำงานกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ต่อๆไป อีกด้วยค่ะ  เมื่อพี่ตั้มจากไป จริงๆแล้ว  ก็มีทั้งผลงานที่ทำเสร็จแล้ว และยังไม่เสร็จ ส่วนผลงานที่ดำเนินต่อไปได้นั้น เราจะคัดเฉพาะที่ทำไว้แล้วเกินครึ่งที่เห็นเป็นรูปเป็นร่าง  โดยมีทีมเพื่อนๆและน้องๆของพี่ตั้มช่วยสานต่อ เช่น Sticker Line – In Memory of MAMAFAKA  , ปกอัลบั้ม THAITANIUM COMPILATIONS3 “STILL HERE” , Mighty Jaxx (MAMAFAKA JAXX) , MMFK BA@RBRICK 100% 400% 1000% ส่วนงานที่ยังทำไม่ถึง50% ก็มีหลายงานที่ต้องยกเลิกไป

ส่วนผ้าเช็ดหน้าของชิมนิย์ Mamafaka x CHIMNEY x Originals โดยการสนับสนุนของ อาดิดาส ออริจนัลส์ ไทยแลนด์ ที่แทรกแจกในหนังสือนั้นนับเป็นผลงาน “ชิ้นสุดท้าย” ที่ถูกผลิตออกมาก่อนที่พี่ตั้มจะเสียชีวิตจริงๆหมาดๆเลย

พอเล่ามาถึงจุดนี้ ทีมงานขอเสริมสักนิด เราจำได้ว่าเราได้ยิน “บอกอ” ของเราได้สนทนาพูดคุยนัดวันเพื่อเริ่มต้นเตรียมการทำผลงานชิ้นต่อไปร่วมกันอีกครั้งกับพี่ตั้มแล้ว ขอแค่เพียงแต่ “พี่ตั้มกลับมา” ซึ่งทุกอย่างก็ไม่เป็นดังหวัง เมื่อสิ้นเสียงสนทนาของ “บอกกอ” กับพี่ตั้มในวันนั้นเราก็ไม่ได้มีโอกาสได้ยินๆพี่ๆเขาคุยกันอีกเลย ส่วนสิ่งที่พวกเราอยากรู้มานาน เป็นความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว เพราะพวกเราตั้งคำถามในใจมาตลอดว่าทำไม? MR. HELL YEAH ! จึงต้องนั่งอยู่บนโถส้วมแบบนั้น บนผ้าเช็ดหน้า (ฮา) มันเป็นปริศนาที่คาใจพวกเราอย่างมาก ซึ่งพี่ “บอกอ” ก็ไม่เคยบอกเราเลย จนวันนี้เมื่อเราเอ่ยปากบอกว่าเราจะเขียนถึงพี่ตั้ม เราจึงได้ฟังคำเฉลยจากปากของ “บอกอเรา”   เออเนอะ แท้จริงแล้ว แก่นแท้ของงานชิ้นนี้มันลึกซึ้งกว่าที่เราคิดมาก เราเข้าใจแล้ว และจะซึมซับความเข้าใจนี้ไว้อย่างดี เป็นความสงสัยมานานแต่ในที่สุดก็คลายปมในใจได้ซะที (ขออุบไว้ก่อน)

เรื่องที่น่าเสียดาย: งานใหญ่ก็เช่นงานดีแทค อันนี้ไม่แน่ใจว่าพูดได้ไหมตัดออกก็ได้นะคะ (ขอไม่ตัดนะคะ ฮา )  รวมไปถึงโปรเจ็กของตัวเองที่พี่ตั้มตั้งใจไว้ คือ ต้องการทำแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแวร์ของเตัวเอง

.

คำขอบคุณจากครอบครัวมุกดาสนิท”: ขอบคุณแฟนคลับทุกท่าน ที่ยังคอยติดตามสนับสนุนผลงานของ MAMAFAKA ตลอด3 ปี ที่ผ่านมา และยังส่งกำลังใจมาถึงครอบครัวเราสม่ำเสมออีกด้วย มีรอยยิ้มทุกครั้งค่ะ ที่ได้ยินว่าใครคิดถึงพี่ตั้ม สุดท้ายนี้ ขอบคุณ CHIMNEY มากๆค่ะ ที่เปิดโอกาสให้เราได้เล่าเรื่องราวของพี่ตั้มตั้งแต่วัยเด็ก และก็ได้จัดกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยให้เห็นว่าแฟนคลับของพี่ตั้มยังคิดถึงกันอยู่ (ขอบคุณเช่นกันค่ะที่ให้โอกาสพวกเรารับหน้าที่นี้)

.

ถ้าทนคิดถึงพี่ตั้ม ไม่ไหว : เราอยากให้ทุกท่านแวะเวียนมา Gallery  ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชายผู้นี้ “ผู้เป็นดั่งตำนานและไม่เคยตายไปจากโลกนี้” อยากให้ทุกคนแวะมาทักทาย มาให้กำลังใจ ครอบครัวของพี่เขา พร้อมกับรับชมซึมซับกับผลงานของพี่เขาที่ทำทิ้งไว้ให้พวกเราได้ชื่นชม เผื่อจะทำให้หายคิดถึงกันได้บ้าง ณ แกลอรี่แห่งนี้

กำเนิดความทรงจำชั่วนิรันดร์: แกลอรี่นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากความคิดของคุณพ่อ หลังจากพี่ตั้มเสีย พ่ออยากให้ทุกคนได้เห็นผลงานที่พี่ตั้มสร้างไว้  อาจจะสำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก หรือที่รู้จักแต่ยังคิดถึงกันอยู่ ได้แวะเวียนมาชมผลงาน และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงาน และเด็กรุ่นใหม่ที่ตั้งใจอยากเรียนรู้ศิลปะได้บ้าง ส่วนแบบที่ก่อสร้าง ก็ได้ยกเอาแบบที่พี่ตั้มจะสร้างสตูดิโอที่กรุงเทพอยู่แล้วมาปรับเปลี่ยนนิดหน่อย แต่ทุอย่างก็ยังคง concept เดิม โดยได้สถาปนิกคนเดิมพี่หย่ง”   studio mahutsachan มาดูแล และการดูแลแกลอรี่พวกเราก็ช่วยกันดูค่ะ พ่อแม่-ต่าย(น้องสาว) เราทั้งสามคนช่วยกันดู แต่ดูเหมือนพ่อจะขยันที่สุด

สิ่งที่เก็บซ่อนมานาน: ตอนที่หนังสือออกวางจำหน่าย  พี่ตั้มโทรบอกแม่ให้ดู CHIMNEY ที่เซเว่นนะ หาเก็บไว้ให้ด้วย เราคุยกันมา 2-3 ครั้งถูกย้ำมา   เพราะตามหาซื้อที่ขอนแก่นตอนนั้นหาไม่ได้ไม่ทันเลย  เหมือนของมาถึงช้ากว่ากทม.  และถ้าพอมาถึง “ ก็หมด” พอพี่ตั้มรู้ว่าเป็นอย่างงี้  ก็หัวเราะ 555555   แล้วพูดว่า “งั้นบอกแม่จะเอากี่เล่มพี่จะหาไปให้เอง” น่าจะเป็นครั้งแรกที่พี่ตั้มอาสาจะหาผลงานตัวเองไว้ให้ เพราะปกติ จะโทรมาบอกให้ที่บ้านเป็นคนตามเก็บเอง เพราะเขาจะไม่มีเวลา แต่สุดท้ายเราก็ยังไม่ได้รับแมกกาซีนที่พี่เก็บไว้ให้ เพราะเหตุการณ์ไม่ดีก็เกิดขึ้นก่อน แล้วในที่สุดเราก็ได้รับ CHIMNEY MAGAZINE  จากทีมงานชิมนิย์  ที่นำมาให้ครอบครัวของเราในวันงานวันนั้น วันที่พี่ไม่อยู่แล้ว….

แต่ในทางกลับกัน….. ก่อนพี่ตั้มจะไปทะเล พวกเราได้นัดแนะกับพี่ตั้มพร้อมกับนำหนังสือไปให้พี่เขาด้วยมือตัวเอง จึงเป็นที่มาว่าทำไมชิมนิย์จึงมีหนังสือเล่มนี้พร้อมลายเซ็นต์พี่ตั้มเก็บไว้ และมีแก้วกาแฟสีขาวล้วนๆสะอาดตาที่มีลายเซ็นพี่เขาเซ็นต์ให้เก็บไว้อยู่จำนวนหนึ่ง จากเหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ และเวลาไม่เคยรอใคร จงทำทุกวันให้ “ดีที่สุด”และพร้อมอยู่เสมอ! (สำหรับตอนนี้ ทางนิตยสารของเรากำลังมี “ตำนาน” บทใหม่เริ่มขึ้น หากใครสนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราอีกครั้ง ก็สามารถติดตามได้ ที่นี่)

.

MAMAFAKA GALLERY [ KHONKAEN ] INFO.

Concept หลักคือ Gallery and memorial  เนื่องจากเป็นสถานที่จัดแสดง งาน Street การออกแบบเลย เป็นการนำเอา Gallery ไปครอบที่ตัวงาน โดยวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุที่เกี่ยวกับ Street … พื้นปูด้วย Pavement Concrete และ เป็นระดับเดียวกันจากภายนอกสู่ภายใน ซึ่งจะมีการยกกระดับแค่ส่วนที่เป็น Office (ปรับอากาศ ) และด้านในOfficeเท่านั้นที่เป็นผนังก่ออิฐโชว์แนวสีขาว เพื่อให้ดูเหมือนกับด้านหน้าอาคาร และยังเป็นวัสดุที่ MMFK ชื่นชอบมากที่สุด

สำหรับในส่วนของ Facade ด้านนอกอาคารใช้ Turf Block มาเรียงร้อยด้วยเหล็กเส้น ระหว่างกลางผนังสองชั้นนี้ตกแต่งด้วยงาน Sticker inkjet ของ MMFK  เนื่องด้วยความหนาของ Turf Block มองจากระยะไกลจะไม่เห็น หากต้องเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก็จะเห็นสีของภาพที่ศิลปินต้องการสื่อสาร

งานที่ MMFK ทำคือสีสันและศิปละบนกำแพง…กำแพงด้านข้างจึงถูกดีไซน์ให้เป็น Negative โดยมุมที่เรามองเข้าไปในตอนแรกจะเห็นเป็นสี แต่พอเข้าไปอยู่ในแกลลอรี่แล้วมองออกมา สีบนกำแพงนี้จะจางหายไป เพื่อเป็นการสะท้อนว่าคนที่สร้างสีสันศิลปะบนกำแพงได้จากเราไปแล้ว ( memorial aspect )

  • เวลาทำการ อังคารอาทิตย์  11:00-18:00น (หยุดวันจันทร์)ชมฟรี  092-5596514
  •  E-MAIL :  MAMAFAKAGALLERY@GMAIL.COM

.

เรียบเรียงบทความและสัมภาษณ์โดย | StikkerWow@ChimneyMagazine

ผู้ให้สัมภาษณ์ | พี่ต่ายน้องสาวพี่ตั้ม  และขอบคุณทุกภาพจากครอบครัวมุกดาสนิทและ MAMAFAKA GALLERY

ทุกท่านสามารถติดตามความคืบหน้าของนิตยสารได้ที่หน้าเพจ ที่นี่  หรือทางเว็บไซต์ www.lismz.com

(สามารถติดตามนิตยสารฉบับ Limited Editon เป็นการร่วมงานกันระหว่าง Pro-Keds x CHIMNEY  ได้ ที่นี่  และมันจะเป็นตำนานบทใหม่เร็วๆนี้)

  • ** ทีมงานต้องขอขอบคุณ พี่ต่ายและครอบครัวมุกดาสนิท ที่กรุณาเปิดเผยเรื่องราวและข้อมูลในครั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดได้ผ่านการพิจารณาบทความจากครอบคัวมุกดาสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวังว่าทุกท่านจะดื่มดำกับเรื่องราวของตำนานครั้งนี้ “ด้วยความสุขใจที่สุด” ทีมงานเองก็สุขใจที่สุดที่ได้หยิบ “ตำนาน” เรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงกันอีกครั้ง * *

 

 

.