Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

10 รุ่นของ Air Max 1 ที่อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการออกแบบ NIKE AIR MAX 1 “MASTER”

/
/
/
4871 Views

 

10 OTHER SHOES THAT COULD’VE BEEN IN THE NIKE AIR MAX 1 “MASTER”

Nike Air Max 1 “Master” กำลังจะออกวางจำหน่ายในยุโรปและเอเชียเสาร์นี้ และจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาผ่านทาง SNKR App ในวันที่ 25 มีนาคม ถ้าคุณยังไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับรุ่นนี้ขอเล่าอีกครั้ง โดยรุ่นนี้หยิบเอาจุดเด่นบางส่วนของ Air Max 1 รุ่นดัง 10 รุ่นมาร่วมออกแบบที่ปลายเท้าโดยเย็บวัสดุจากแต่ละรุ่นเรียงต่อกันเหมือนงานโมเสก  (10 รุ่นที่ว่านี้มีอะไรบางสามารถกดดูได้จากคลิปด้านล่าง  แต่ก่อนที่คุณจะกำเงินไปซื้อคู่รวมรุ่นนี้ก็ต้องบอกว่าแท้จริงแล้วจักราวาลของ Air Max 1 นั้นเป็นอะไรที่ใหญ่โตมาก ตลอด 30 ปีที่โมเดลนี้ผลิตออกมามีรุ่นเจ๋งๆ ที่เข้าขั้นระดับรองเท้าในตำนานมากมายที่สามารถหยิบมาทำรองเท้าแบบ Air Max 1 “Master” นี้ได้อีกหลายรุ่นเลย ทางเว็บไซต์ Sneakernews ก็ผุดไอเดียว่าถ้าจะทำ Air Max 1 “Master” อีกรุ่นโดยเลือกหยิบดีเทลรุ่นต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกันแต่มีศักดิ์ศรีความเจ๋งพอๆ กันมาออกแบบจะมีรุ่นอะไรที่น่าหยิบมาออกแบบบ้าง และนี้คือ Air Max 1 ทั้ง 10 รุ่น เป็นอีกทางเลือกที่จะตรงใจกับที่คุณเลือกไว้หรือไม่ลองไปดูกัน

.

1. Nike Air Max 1 “Storm” (2002)

Air Max 1 เป็นรองเท้าที่ Nike มักจะหยิบเอาคู่สีดังๆ ในอดีตมาออกแบบบ่อยมาก หนึ่งในคู่แรกๆ ที่ทำออกมาก็คือ Air Max 1 “Storm” จากปี 2002 รุ่นนี้นำเอาวัสดุและคู่สีจากรองเท้ากิจกรรมกลางแจ้ง Nike ACG ในอดีตมาออกแบบ จุดเด่นก็คือการใช้วัสดุและเชือกรองเทาในแบบรองเท้าเดินป่าดั้งเดิม มาพร้อมพื้นรองเท้าสีเข้มตัดด้วยสเก็ดสีที่ให้อารมณ์แบบรองเท้า Nike ACG ยุคแรก

.

2. Nike Air Max 1 “Curry” (2003)

 

แม้จะเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปแต่ด้วยความดีงามของการจัดคู่สีที่ลงตัวก็ทำให้ Air Max 1 “Curry”  ในปี 2003 รุ่นนี้ติดอันดับ Air Max 1 ที่เจ๋งที่สุดคู่หนึ่ง หนังกลับสีน้ำตาลทองทำให้แฟนรองเท้าตั้งชื่อเล่นว่าสีแกงกระหรี่ มันลงตัวด้วยผ้าตาข่ายและ Swoosh สีขาว เติมความสะดุดตาเล็กน้อยด้วยดีเทลน้ำเงิน Royal Blue รุ่นนี้ออกจำหน่ายแบบลดราคาใน Nike Outlet ในราคาเซปกติซึ่งค่อนข้างถูก แต่มีราคาคายต่อสูงไปถึงคู่ละ 400 ดอลลาร์สหรัฐในเวลาอันรวดเร็ว

.

3. Patta x Nike Air Max 1 Premium “ Lucky Green “ (2009)

ถ้าญี่ปุ่นมี Atmos ยุโรปก็มี Patta ร้านสนีกเกอร์จากอัมสเตอร์ดัมเป็นอีกหนึ่งชื่อที่อยู่คู่กับ Air Max 1 มาเสมอ หนึ่งในนั้นก็คือตัว Limited Edition ฉลองครบรอบ 5 ปีของ Patta อย่าง Nike Air Max 1 Premium “ Lucky Green “  ซึ่งจะมาในวัสดุผ้าใบเดนิมทั้งคู่ มาในสีดำ/ขาว ปัก Swoosh เลกที่ปลายเทา ตกแต่งด้วยฉลากลิ้นรองเท้าและงานปักโลโก้ Patta สีเขียว Lucky Green สะดุดตา สีเรียบๆ นี้เป็นอะไรที่คอรองเทาชอบอยู่แล้วยิ่งเป็นตัว Collaboration ที่มีขายเฉพาะตัวแทนจำหน่ายระดับ Tier Zero เท่านั้นทำให้รุ่นนี้เป็นของแรงในทันทีที่วางจำหน่าย

.

4. Nike Air Max 1 “Grape” (2004)

เชื่อหรือไม่ว่าในอดีตนั้น Air Max 1 สีที่ออกจำหน่ายธรรมดาก็สามารถกลายเป็นของแรงไม่แพ้รองเท้า Collaboration ด้วยคู่สีที่เรียบง่ายแต่ลงตัวอย่างขาวล้วนตัดดีเทลสีม่วงองุ่น เข้ากับสไตล์การแต่งตัวได้ง่าย รุ่นเลยนี้กลายเป็นของที่ไม่ธรรมดาแม้จะเป็นโมเดลสำหรับผู้หญิงก็ตาม

.

5. Nike Air Max 1 “Urawa Dragons” (2004)  

รุ่นนี้ ทำให้กับทีมฟุตบอล Urawa Red Diamonds ใน J.League   ตัวรองเท้ามาในหนังกลับสีแดงตัดกับผ้าตาข่ายสีเงิน ปักข้อเท้าด้านหลังเป็นสัญลักษณ์มังกรของทีม เป็นดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายแต่ก็เป็นคู่สีที่ลงตัว ยิ่งได้ความหายากเพราะเป็น Japan-exclusive ที่วางจำหน่ายเฉพาะประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นก็ทำให้มันมีราคาสูงมากเมื่อออกจากเกาะญี่ปุ่น

.

6. Ben Drury x Nike Air Max 1 “Hold Tight” (2006)

รุ่นนี้มาจาก “Air U Breathe Pack” ที่รวม Nike Air Max หลากหลายโมเดลมาร่วมงานกับศิลปินต่างๆ โดย Air Max 1 รุ่นนี้ก็ออกแบบโดย Ben Drury ศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษ มาในวัสดุสะท้อนแสงสีเงิน:ซึ่งเป็นอะไรที่เจ๋งมาเมื่อมาอยู่ที่บน Air Max 1 ตัวรองเท้ามาในวัสดุหนังระดับ Premium จับคู่กับพื้นล่างเป็นยางใส ภายในพื้นรองจะมีผลงานศิลปะของ Ben Drury และมีฉลากลิ้นรองเท้าแบบสะท้อนแสงเขียนว่า “ Hold Tight “  ส่วนข้อเท้าด้านหลังก็จะปักลายกราฟิกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถานีวิทยุเถื่อนซึ่งเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการฟังเพลงของคนลอนดอน ซึ่งการออกแบบวัสดุสะท้อนแสงรอบ Mug Guard ของรุ่นนี้ก็เป็นแนวทางในการออกแบบ AM1  รุ่นหลังๆ อีกหลายรุ่น

.

7. Nike Air Max 1 Powerwall “Lemonade” (2005)

ถ้าคุณไม่ชอบคอลเลคชั่น Powerwall Air Max ในปี 2005 คุณก็อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมันเลย นี้คือสนีกเกอร์ระดับ super-limited ที่ทำขึ้นในแคมเปญ History Of Air พร้อมกับการเปิดตัวรองเท้า Air Max 360 รองเท้าวิ่งในยุคนั้น ซึ่งรุ่นนี้จะอยู่ในชุดสี Extraordinary greens (ซึ่งในแพ็คจะมีหลายรุ่น แต่ละรุ่นจากสีเหลืองอ่อนไปยังรุ่นที่มีสีเขียวเข้ม) ได้แรงบันดาลใจจากสีเหลือง Lemonade ของต้นแบบ Air Max 87 (หรือ Air Max Zero ในปัจจุบัน)  ตัวรองเท้าจะมีคำว่า ” Air “ พิมพ์อยู่บริเวณด้านข้าง

.

8. Nike Air Max 1 Powerwall “BRS” (2005)

ของหายากอีกหนึ่งรุ่นจาก Powerwall เซ็ตนี้ก็คือ Nike Air Max 1  “BRS” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากร้านรองเท้าวิ่ง Blue Ribbon Sports อันเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ Nike การจัดวางวัสดุของคดู่นี้เรียกว่าชวนให้นึกถึงรองเท้าวิ่งในยุกแรกของแบรนด์ ประกอบไปด้วยหนังกลับ ผ้าตาข่ายด้งเดิม และผ้าตาข่ายเงา ใช้โลโก้ Nike แบบเก่า และมาในคู่สีเก่าแก่ของร้านนี้ในปี 1964

.

9. HUF x Nike Air Max 1 “HUFQUARK” (2007)

ก่อนที่จะเป็นแบรดน์ HUF ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ ในอดีต HUF นั้นเป็นร้านสนีกเกอร์/สตรีทแวร์/สเก็ตบอร์ดชื่อดังที่ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก มีงาน Collab’ ออกมามากมายซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Air Max 1 รุ่นนี้ ออกแบบโดย Benny Gold ( แบรนด์ Benny Gold ในปัจจุบัน) ซึ่งหยิบมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในซานฟรานฯ มาเป็นแรงบันดาลใจ พวกเขาตีความรอยแตกของแผ่นดินไหวด้วยวัสดุลายหนังช้างทั้งคู่ เล่นสีดำล้วนตัดกับโลโก้ Swoosh สีเขียวซึ่งเป็นสีประจำร้าน HUF

.

Nike Air Max 1 “Shima Shima” (2003)

“Shima” Pack เป็นชุดรองเท้าของ Nike ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความนิยมในกีฬาเบสบอลของประเทศญี่ปุ่น ที่ลิ้นรองเท้าจะมีฉลากเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “Shima Shima”  หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “stripe stripe” หรือลายเส้น ซึ่งไม่ได้มีบันทึกแน่นอนว่าไอเดียการออกแบบรุ่นนี้มาจากไหนแน่ แต่หากดูจากการออกแบบก็อาจเป็นได้ว่าจะนำแรงบันดาลใจมาจากเสื้อเบสบอลกีฬายอดฮิตในญี่ปุ่นซึ่งมักจะที่มีดีไซน์เป็นสีขาวคาดเส้นสีน้ำเงิน แต่ไม่ว่าจะได้ไอเดียมาจากไหนรองเท้ารุ่นนี้ก็หายากพอตัวเพราะไม่มีวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ขายเฉพาะยุโรปและเอเชียบางประเทศ ตัวรองเท้าใช้วัสดุหนังกลับอย่างดีที่ให้สัมผัสแตกต่างจาก Air Max 1 อื่นๆ ใช้คู่สีน้ำเงิน navy คาดบนผ้าตาข่ายขาว ประกบข้างด้วยหนังกลับสีเทา ภายในบุด้วยผาลายเสนอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น เป็นการออกแบบจะให้ความรู้สึกคลาสสิกของความเป็น AM1

 

 

 

 

 

 

 

 

cr.source

 

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest