Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Ali : The Grassiest Memories in Streetwear Scene

/
/
/
1648 Views

Ali : The Grassiest Memories in Streetwear Scene

การจุดไฟกระถางคบเพลิง คือสั ญลัษณ์แห่งการเริ่มต้นมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ซึ่งทุกครั้งที่จัด เจ้าภาพก็จะสร้างสรรค์วิธีการจุดคบเพลิงหลากหลายให้ประทับใจฝูงชนทั่วโลกที่จับจ้อง  แต่กระนั้น  ไม่ว่าวิธีการจุดคบเพลิงจะมีการรีเอทีฟแค่ไหน? ก็ไม่สามารถลบเลือนความประทับใจในพิธีการเปิดเมื่อ 20 ปีที่แล้วในโอลิมปิกปี 1996 ที่เมืองแอตแลนต้า สหรัฐอเมริกาได้ ซึ่งหากดูจากการทำโชว์คั่นเวลาในการแข่งขันกีฬาของประเทศนี้แล้ว การจุดคบเพลิงที่แอตแลนตานั้นน่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่หากว่ากันด้วยเรื่องโอลิมปิกครั้งนี้แล้ว กลับเรียบง่ายที่สุด มีเพียงแค่นักกีฬาชื่อดังวิ่งถือคบเพลิงเข้ามาในสนามส่งต่อกัน กีฬาจังหวัดบางแห่งยังทำใหญ่กว่าเลย แต่เมื่อมาถึงผู้เชิญคบเพลิงคนสุดท้ายผู้คนทั่วโลกก็ต้องตื่นตะลึงถึงกับซาบซึ้ง เมื่อชายที่อยู่บนสุดของกระถางโอลิมปิกคือ “ มูฮัมหมัด อาลี “ นักมวยในตำนานของโลก นักสู้ในชีวิตจริงผู้เอาชนะทั้งบนสังเวียน และต่อสู้กับโรคทางกายมากว่า 30ปี เขาเดินถือคบเพลิงด้วยร่างกายอันสั่นไหวจากอาการของโรคพาร์กินสันแบบไม่มีใครมาประครอง ภาพนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเลยว่าเขาอ่อนแอ แต่กลับเห็นความเข้มแข็งของมนุษย์คนนึง และนี้คือสิ่งที่ชายนักสู้ผู้เป็นแรงบันดาลใจของคน “ทั้งโลก” ลุกขึ้นเพื่อบอกให้ทุกคนอย่าท้อแท้ ลุกขึ้นสู้กับอะไรก็ตามในชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้การจุดกระถางโอลิมปิกที่ง่ายดายที่สุดครั้งนั้น กลายเป็นที่ “จดจำมากที่สุดของโลก”

อย่างที่เราทราบกัน ณ ตอนนี้แล้วว่ามูฮัมหมัด อาลีได้จากไปแบบไม่มีวันกลับ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการมวย และวงการกีฬาโลกเลยก็ว่าได้ คำถามที่ว่า มูฮัมหมัด อาลี คือใคร? ของทั้งคนยุคเก่าที่ไม่ค่อยได้ติดตามวงการมวย และคนยุคใหม่ที่แทบจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ มีกันหนาหูมากเมื่อเขาจากโลกนี้ไป และคงจะมีหลายคำตอบให้กับผู้สงนสงสัยทุกท่าน คำตอบที่ว่านั้นเป็นทั้งนักมวย heavyweight ที่ยิ่งใหญ่มีลีลาพริ้วไหวดั่งผีเสื้อ แต่ต่อยเต็มเหมือนฝั่งเข็ม , บางคนก็จะตอบว่าเขาคือผู้ที่มีแนวคิดต่อต้านสงคราม บางคนก็ตอบว่าเขาเป็นชายผู้ยืนหยัดต่อสู้เรื่องการเหยียดผิว , ชายผู้เปลี่ยศาสนาตามความศัธาของตนเอง หรือบางคนก็ตอบว่าเขาคือชายที่ฝีปากกล้าคนหนึ่งในโลก ฯลฯ  สรุปรวมคำตอบทั้งหมดก็คือ ว่ามูฮัมหมัด อาลี คือบุรุษผู้เป็น “Icon” ของช่วงยุคนั้น และไม่ว่าเขาจะทำอะไรล้วนมีอิทธิผลต่อคนทั้งโลก แม้แต่เมื่อเขาแขวนนวมเขาก็ยังเป็นชายผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอิทธิผลแห่งสไตล์ และเป็นแรงบันดาลใจแห่งการต่อสู้ให้กับผู้คนทั่วโลก ซึ่งแรงบันดาลใจจากชายผู้นี้ก็ส่งมายังวงการสตรีทแฟชั่นอีกด้วย เพื่อเป็นการรำลึกถึงชายผู้นี้ เราจึงรวบรวมเอาไอเทมในวงการสตรีทแวร์ และแฟชั่นโลกที่ได้แรงบันดาลใจจากมูฮัมหมัด อาลีมารวมรวมมาให้อ่านกัน

Muhammad Ali X Andy Warhol X adidas Originals Boxing Boot

ผลงานชิ้นนี้เป็นการประเดิมการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ adidas อีกครั้งของ Muhammad Ali หลังจากในยุคสมัยรุ่งเรือง อาลีได้สวมใส่รองเท้า Boxing Boot ของ adidas ในไฟท์สำคัญเสมอ โดย adidas Originals ได้นำรองเท้า Boxing Bootในยุคนั้นกลับมาทำใหม่อีกครั้งโดยนำเอาภาพพิมพ์ของ Muhammad Ali ซึ่งเป็นผลงานของ Andy Warhol ศิลปิน Pop-Arts ผู้ยิ่งใหญ่ในยุคเดียวกับอาลีมาออกแบบ ซึ่งก็ทำออกมาแบบจำนวนจำกัดเพียง 500 คู่ในโลกเท่านั้น ซึ่งภาพนี้ก็คือหนึ่งในผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งของ Andy Warhol เลย

Supreme x Muhammad Ali

Supreme เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สตรีทแวร์ที่มี Muhammad Ali เป็นแรงบันดาลใจ แบรนด์นี้จึงมักออกเสื้อยืดที่มีความเกี่ยวข้องกับ Ali ไม่ว่าจะเป็นผลงานลาย “ The Greatest “ ในปี 2009 หรือลาย “ Muhammad Ali VS Superman “ ที่นำเอาฉากการปะทะกันระหว่าง Ali กับ Superman ในหนังสือการ์ตูนมาออกแบบ แต่ที่เพิ่งจะทำออกมาล่าสุดก้คือการนำภาพถ่ายของ Muhammad Ali ที่ถ่ายโดย Andy Warhol มาออกแบบเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้า ซึ่งผลงานชิ้นนี้ก็เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในวงการสตรีทแวร์ก่อนที่อาลีจะจากพวกเราไป

Adidas Originals “ Ali Values Project “

หลังจากที่ adidas สร้างความฮือฮาด้วยโฆษณาชิ้นพิเศษ Impossible is Nothing ที่ใช้เทคโนโลยีด้านภาพยนตร์นำภาพการชกในอดีตของ Ali มาตัดต่อใหม่ ซึ่งคู่ชกของเขาในเรื่องนี้ก็คือ Laila Ali ลูกสาวของเขาที่ก้าวเข้าสู่สังเวียนเป็นนักมวยหญิง ซึ่งโฆษณานี้เกิดเป็นกระแสขึ้นมาทำให้ adidas Originals จึงออกแบบ Signature Model ให้กับ Ail และในโมเดลนี้ก็เปิดตัวด้วยโปรเจคพิเศษ เชิญกลุ่มศิลปินชื่อดังของยุคได้แก่ LeRoy Neiman, Cey Adams, Shephard Fairey, Eric Bailey, HVW8 และ Usurgrow มาออกแบบรองเท้ารุ่นนี้โดยนำภาพถ่ายในอดีตของ Ali มาออกแบบ ซึ่งแต่ละรุ่นก็ผสมผสานเอาสไตล์งานของแต่ละคนกับคาแรคเตอร์ของ Ali ไว้อย่างลงตัว เต็มไปด้วยสีสันของดีไซน์สนีกเกอร์ยุค 2008 นอกจากนี้รองเท้าแต่ละแบบก็ยังมีการออกแบบมาเป็นเสื้อแจคเกตด้วย

New Era x Muhammad Ali Cap collection

ด้วยความเป็นนักชกมหาชนทำให้ Muhammad Ali นั้นเป็นดั่งตำนานที่มีแฟนๆ ชื่นชมในความสามารถ ทัศนคติ และความเป็นนักกีฬาแห่งศตวรรษ นั่นทำให้ในปี 2010 New Era ในคอลเลคชั่น “ CAPTURE THE FLAG “ ได้ร่วมงานกับ Ali เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีการคว้าเหรียญทองมวยสากลใน กีฬาโอลิมปิกในปี 1960 ออกแบบในหมวก New Era 59Fifty Fitted Cap รุ่น Limited Edition ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อคลุม และกางเกงมวยขที่ Ali ใส่ในการแข่งขันครั้งนั้น ตัวหมวกรุ่นนี้จะมาสีขาวปีกน้ำเงิน คาดด้วยแถบสีขาว ,แดง และน้ำเงิน ปักลายเซ็นของ Ali ที่ด้านหน้า มาในวัสดุหนังแท้ทั้งใบ ใช้ liner เป็นผ้าซาตินระดับ Premium ออกแบบมาในสีขาว มาในกล่องสุดพิเศษ บรรจุด้วยการ์ดลายระเอียดของหมาก ผลิตออกมาเพียง 144 ใบในโลกเท่านั้น

Under Armour x Muhammad Ali SpeedForm Phenom

ความเป็นตำนานของ Muhammad Ali บวกกับภาพลักษณ์อันมีสไตล์ของเขาทำให้แม้จะแขวนนวมมาแล้วกว่า 30 ปีแต่ก็ยังเป็นนักีฬาที่แบรนด์ต่างๆ ย่องให้เป็นพรีเซนเตอร์กิตติมศักดิ์มาเสมอแม้แต่แบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton จนล่าสุดมาถึง Under Armour แบรดน์กีฬามาแรงแห่งยุค ซึ่ง UV ก็ได้มีรองเท้ารุ่นพิเสษออกมาสำหรับ Ali เช่นกัน โดยทำออกมาในรองเท้าบาสเก็ตบอล Under Armour รุ่น SpeedForm Phenom ออกแบบด้วยสีขาว/ดำอันเป็นยูนิฟอร์มประจำตัวของอาลี แถมยังเป็นคู่สีที่สือถึงบุคลิคของเขาได้อย่างดี รองเท้ารุ่นนี้จะมีคำว่า “ The Greatest “ ฉายาของอาลีอยู่บนลิ้นรองเท้าด้วยเป็นหนึ่งในไอเท็มชิ้นหลังๆ ที่อาลีทิ้งไว้ให้กับแฟนๆ ของเขาได้นึกถึง

 

ผมหวังว่าบทความของผมจะทำให้ทุกท่านกระจ่างและลำดับเรื่องราวของเขาได้ชัดเจนขึ้นและใกล้ตัวเรามากขึ้นในฐานะ “สตรีทไอคอม” คนนึงของโลก สายสังเวียน

ขอบคุณครับ

 

article by Kittitauch@ChimneyMagazine

cr. pic&info. : around internet

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest