แกะรอย “แฝดคนละฝา” Onitsuka Tiger Corsair VS Nike Cortez คู่ชกที่น่าติดตาม

/
/
/
1451 Views

Onitsuka Tiger Corsair Price: 3,900 Bath

Onitsuka Tiger ประเดิมปี 2017 ได้ไม่เบาทีเดียวกับการนำเอารองเท้าวิ่งสุดคลาสสิกของแบรนด์อย่าง ”Tiger Corsair” กลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดยผลิตมาในแบบฉบับดั้งเดิม เป็นโฉมในต้นยุค 1970’s อันเป็นยุคแรกที่รองเท้ารุ่นนี้ออกวางจำหน่ายและได้รับความนิยมจากนักวิ่งทั่วโลก แน่นอนว่าเป็นโฉมที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ นานๆ ทีแบรนด์กีฬาเก่าแก่จากประเทศญี่ปุ่นถึงจะทำออกมาสักครั้ง แถมในการกลับมาครั้งนี้ยังมีอะไรที่พิเศษไปกว่าเดิมด้วยการปรับแต่งลายละเอียดบางจุดให้ตัวรองเท้าสวยงามขึ้น รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุที่ให้สัมผัสระดับ Premium

Tiger Corsair หรือ Cortez เป็นรองเท้าวิ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อปี 1967 โดย Bill Bowermanโค้ชวิ่งผู้คร่ำวอดในวงการวิ่งของสหรัฐฯ แห่ง Blue Ribbon Sports ร้านรองเท้าวิ่งซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายสำคัญของ Onitsuka Tiger ในสมัยนั้น เขาทดลองนำเอาพื้นรองเท้าวิ่งสองรุ่นของ Onitsuka Tiger มาผสมกันให้ชั้นพื้นโฟมแทรกอยู่ภายในและใช้ยางอยู่ด้านนอกทำให้ได้พื้นรองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกได้ดีและยืดเกาะทนได้สูง ทาง Onitsuka Tiger จนใจในการออกแบบของ Bowerman จนนำไปสู่การร่วมงานกันออกมาเป็นรองเท้าวิ่งโฉมใหม่ซึ่งเปิดตัวในกีฬาโอลิมปิกปี 1969 ซึ่งหลังจาก Bowerman นั้นก็โมเดลนี้ไปผลิตในแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อว่า Nike ในปี 1972 แต่ทาง Onitsuka Tiger ก็ยังคงทำรองเท้ารุ่นนี้อยู่จนมาเปลี่ยนเป็นชื่อ Tiger Corsair ในปี 1976 และยังคงเป็นสนีกเกอร์ที่คลาสสิกตลอดกาลมาถึงปัจจุบัน

รูปทรงของ Tiger Corsair เป็นดีไซน์อันคลาสสิกตามสไตล์ของรองเท้าวิ่งในต้นยุค 1970’s ตัวรองเท้าประกอบขึ้นจากหนังชิ้นด้านนอก-ด้านใน มีรอยการปิดตะเข็บรอยเย็บที่หน้าเท้าด้วยดีไซน์แถบหนัง แนวเชือกรองเทาเป็นโค้งแบบตัว “ U “ พื้นรองเทาหนาขึ้นจากการเพิ่มชั้นของวัสดุโฟม ชั้นพื้นกลางจะแคบกว่าตัวรองเทา ซึ่งในโมเดลปี 2017 นี้ก็จะใช้เค้าโครงของ Tiger Corsair หลังปี 1972 โดยจะมีดีไซน์ขอบยางกันชนปลายเท้าที่ใหญ่และหนา มาพร้อมการบุขอบรองเทาด้านในด้วยฟองนำเพิ่มความนุ่มในการสวมใส่ ทรงของหนารองเท้าจะมีความนูนสวย และมาในวัสดุหนังแท้ทั้งคู่  โดยในเวอร์ชั่นปี 2017 จะเน้นการใช้วัสดุที่ให้ความ Premium ตัวหนังจะมีความนุ่มตามแบบรองเท้า Retro แต่ก็ยังคงความอยู่ทรงเอาไว้ทำให้สวมใส่ออกมาดูเต็มเท้ากว่าเวอร์ชั่นก่อนๆ ซึ่งน่าจะถูกใจกับแฟนๆสนีกเกอร์วงกว้าง และเข้ากับสไตล์การต่างตัวแบบสตรีทแวร์ยุคนี้มากขึ้น

ขึ้นชื่อว่าเป็นโมเดลสุดคลาสสิกตัวสีสันที่ใส่ออกมาก็เลยมาในสีแบบดั้งเดิมเช่นกัน มาในตัวรองเท้าสีขาวล้วนตัดกับโลโก้ Asics Stripes สีแดง พื้นรองเท้าสีขาวล้วนแทรกชั้นโฟมสีน้ำเงินบริเวณส้นเท้า ซึ่ง Tiger Corsairสี OG ( Originals ) ทำครั้งล่าสุดก็เมื่อ 3 ปี ก่อนโดยเป็นรุ่น Limited Edition ที่ใช้พื้นรองเทาเป็นสีขาวอมเหลืองแบบVintage ขายหมดอย่างรวดเร็วจนแถบหาไม่ได้แล้วการกลับมาครั้งนี้ขึงเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่จะได้มีโอกาสใส่ Tiger Corsair สีนี้อีกครั้ง แต่ถ้าอยากจะลองสีอื่นๆ แบรนด์นี้ก็ทำมาอีกสองสีให้เลือกเป็น สีดำ/ขาว คาดด้วยโลโก้ สีเหลืองและ สีน้ำเงิน/ขาว แต่งพื้นกลางด้วยสีแดง เลือกใส่กันได้ตามความชอบ ซึ่งโดยรวมแล้วการกลับมาของ Tiger Corsair รุ่นนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคอรองเท้าสไตล์คลาสสิกที่เข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายแนวทาง สวมใส่สบายแม้จะมีรูปเท้าที่เรียวบางก็ตามแต่ด้วยความที่มีหนังที่นุ่มและไม่มีการบุภายในทำให้ไม่มีการบีบรัดที่มาก ความกระชับจะมาจากตัวหนังที่แนบชิดกับเท้า ข้อเท้าแข็งแรงช่วยในการเดินมั่นคง ส่วนพื้นรองเท้านั้นก็ให้การทรงตัวที่ดีไม่นิ่มจนยวบ จุดเด่นของโมเดลนี้คือความเป็นโมเดลในตำนานที่นานๆ ทำที แม้จะมีรูปทรงอันเป็นที่คุ้นตาแต่ก็แฝงลายละเอียดที่แตกต่างเอาไว้มากมาย นอกจากนี้เรื่องของวัสดุ และงานผลิตยังคงมีมาตรฐานการผลิตที่สูงเทียบกับราคาเปิดตัวแล้วอยู่ในระดับที่คุ้มค่าตัวทีเดียว

Check in |Tiger Corsair VS Nike Cortez

สิ่งที่แฟนๆ สนีกเกอร์คงพอสังเกตได้ก็คือเรื่องรูปทรงของ Tiger Corsair ที่ไปละม้ายคล้ายคลึงกับรองเท้าคลาสสิกสัญชาติอเมริกันอย่าง ” Nike Cortez “ ชนิดที่อย่างกับแฝดคนละฝา ซึ่งจากคลิปนี้ของ ShoeZeum ก็จะมาอธิบายว่ารองเทาทั้ง 2 รุ่นมีจุดไหนเหมือนกันบ้าง ซึ่งทั้งหมดมีลายละเอียดตัวรองเทาเหมือนกันแทบทุกจุดจะต่างกันก็ตรงความกวางของหน้าเท้า , โลโก้ต่างๆ และสีของพื้นรองด้านในเทานั้น นำไปสู่ข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วรองเท้าทรงนี้ใครทำก่อน? ที่มาที่ไปของ Tiger Corsair นั้น มีจุดกำเนิดเดียวกับ Cortez ของ Nike โดยเรื่องมันมีอยู่ว่าในช่วงยุค 1960’s ก่อนจะมี Nike นั้นมีร้านรองเท้าวิ่งที่ชื่อว่า Blue Ribbon Sports ร้านนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Onitsuka Tiger ที่สำคัญในสหรัฐอเมริกาบริหารงานโดย Bill Bowerman และ Phil Knight ซึ่ง Bowerman นั้นเป็นผู้คร่ำวอดในวงการวิ่งของสหรัฐฯ และยังเป็นนักพัฒนารองเท้าวิ่งตัวยง โดยหนึ่งในไอเดียที่เปลี่ยนโลกรองเท้าวิ่งไปตลอดการของBowerman ก็คือการนำเอาพื้นรองเท้าของ Onitsuka Tiger สองรุ่นมาประกอบเข้าด้วยกัน ภายในเป็นชั้นโฟมซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถรองรับแรงกระแทกมาแทรกลงไปในพื้นยางที่แข็งแรงยึดเกาะได้ดี ทำให้ได้รองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งในระยะไกลและเหมาะสำหรับการทำตลาดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจในการวิ่ง ทาง Onitsuka Tiger สนใจในแนวคิดนี้จึงเปิดโอกาสให้ Bowerman ออกแบบรองเท้าวิ่งโมเดลให้กับทาง Onitsuka Tiger รองเท้ารุ่น “ Cortez “ จึงกำเนิดขึ้นมาในปี 1968 และเปิดตัวในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 1969 ที่เม็กซิโกซิตี้จริงๆ ตอนแรก Bowerman ตั้งใจตั้งชื่อรุ่นนี้ว่า “Aztec” ตามอาณาจักรเก่าแก่ของเม็กซิโก แต่ปรากฏว่า adidas ตัดหน้าออกรองเท้ารุ่น “Azteca Gold “ ไปก่อน Bowerman จึงเปลี่ยนใจมาใช้ชื่อ Cortez ที่มา Hernán Cortés นักสำรวจชาวสเปนผู้นำกองกำลังพิชิตอาณาจักร Aztec แทน

ทีนี้พอBill Bowerman และ Phil Knight อยากจะทำแบรนด์รองเท้าของตัวเอง โมเดล Cortez ก็ถูกหยิบไปพัฒนาคู่กัน ซึ่งในบางรุ่นก็ผลิตในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกันของ Onitsuka Tiger รองเท้าทั้ง 2 รุ่น จึงเรียนกว่าเป็นที่น้องลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันที่สนิทกันมาก แม้ภายหลังจะแยกบ้านกันอยู่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันแล้วและทาง Onitsuka Tiger เปลี่ยนชื่อรุ่นมาเป็น Tiger Corsair ในปี 1976 แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองรุ่นก็ยังคงแสดงออกมาให้เห็นจนทุกวันนี้ในฐานจุดเริ่มต้นของรองเท้าวิ่งในยุคใหม่