Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

CHIMNEY STYLES | From Leather Jacket To Biker Jeans – มาทำความเข้าใจกับแฟชั่นแนวไบเกอร์ที่เข้ามามีอิทธิพลกับวงการสตรีทแฟชั่น

/
/
/
1028 Views

BIKE IN FASHION 

ตั้งแต่ Steve McQueen , James Dean จนมาถึง Sons Of Anarchy  หลากยุคหลายสมัย ตั้งแต่ผู้ชายลงจากหลังม้า ” มาขี่เจ้าสองล้อ” ที่เรียกว่า “มอเตอร์ไซค์” ยานพาหนะชนิดนี้ที่ Biker Fashion เกิดขึ้นมาจากนักขี่มอเตอร์ไซค์ในยุคต่างๆ โดยส่วนใหญ่สวมใส่เพื่อประโยชน์การใช้งาน อย่างเช่น การกันแดด กันฝน ใส่เพื่อความปลอมภัย หรือเพื่อความคล่องตัวในการขับขี่ แต่เมื่อคนอยู่บนรถทั้งคู่จึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คนก็ต้องดูเข้ากับรถไปด้วย มอเตอร์ไซน์จึงเหมือนรองเท้าคู่หนึ่งที่ผู้ใส่ต้องแต่งตัวให้เข้ากับสไตล์ของมัน ด้วยเหตุนี้ Biker Styles จึงมีหลากหลายและแตกต่างกัน จนเข้ามามีอิทธิผลถึงแฟชั่นสตรีทแฟแวร์ในปัจจุบัน

1920’s

การแต่งตัวแบบ Biker Style เริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ก็คงพร้อมๆ กับการมีมอเตอร์ไซค์ขายนั่นแหละ  แต่ความชัดเจนทางแฟชั่นอาจจะยังไม่เกิดนักเพราะยังเป็นการสวมใส่เพื่อประโยชน์ในการขับขี้ หากจะดูเอาที่แนวทางการแต่งตัวจริงๆ สไตล์ที่เริ่มโดเด่นของคนขี่มอเตอร์ไซค์คงเริ่มที่ยุค 1920’s ในยุคนั้น ผู้ชายนิยมแต่งตัวดูดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่ออยู่ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ความเท่จึงต้องเพิ่มอีกสองเท่าด้วยชุด “Tweed Suit” ที่สามารถกันหนาวเวลาขับขี่ได้ดี และยังให้ความสบาย แสดงถึงความสง่างามในยามขับขี่ของยุคนั้น

LEATHER BIKER JACKET 

แต่ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นของแฟชั่น Biker ที่เกิดมาเพื่อนักขี่จริงๆ ก็ต้องย้อนไปในปี 1928 เมื่อ Irving Schott  หนุ่มนิวยอร์กที่ตัดเสื้อกันฝนขาย  ได้หาแนวการออกแบบเสื้อสำหรับใส่กลางแจ้งใหม่ๆ เขาจึงพบว่ามอเตอร์ไซค์นั้นกำลังเป็นที่นิยม และยังไม่มีแจ็คเก็ตที่เหมาะสม เขาจึงออกแบบตัดเย็บเสื้อแจ็คเก็ตหนังที่มีซิปด้านหน้าเรียกชื่อรุ่นว่า “Perfecto” เกิดเป็น Leather Biker Jacket ตัวแรกของโลกขึ้นมา โดยนำไปวางขายที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายรถ Harley-Davidson ขายในราคา 5.5 ดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันรุ่นที่ทำออกใหม่ของแบรนด์นี้อยู่ราวๆ 400-500 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งก็เป็นของขายดี แพร่หลายในกลุ่มนักบิดทั่วอเมริกาในเวลาอันรวดเร็ว โดย Bike ยุคนั้นสวมใส่แจ็คเก็ตหนังกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน รองเท้าบูท และเสื้อยืด เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของแฟชั่นแบบ Biker Style ครั้งแรกในโลกก็ว่าได้

GREASERS 

ต่อมาในยุค 1940’s เมื่อสงครามโลกเกิดขึ้นการผลิตแจ็คเก็ตหนังจึงมีการออกแบบที่หลากหลายตามวัตถุประสงค์การใช้งานของทหารหน่วยต่างๆ  ซึ่งแจ็คเก็ตทรงต่างๆ ก็เป็นถูกนำมาสวมใส่ขี่มอเตอร์ไซค์เช่นกัน แต่หลังจากนั้น Biker Style ก็กลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในยุค 50’s เมื่อดนตรีที่เรียกว่า Rock N’ Roll เอาสไตล์ของ Biker ไปเป็นเครื่องแบบทำให้เกิดเป็นกระแสที่ก้าวขวาง อีกทั้งดาราภาพยนตร์ชื่อดังมากมายเลือกแต่งตัวในสไตล์แบบ Biker อย่างเช่น Marlon Brando ซึ่งมาในมาดหนุ่มไบเกอร์สวมแจ็คเก็ตหนังในเรื่อง “The wild ones”  และ James Dean ที่สวมใส่แจ็คเก็ตหนังดึงปกตั้งในเรื่อง  “Rebel without a cause” ทั้งคู่ซึ่งเป็นไอดอลของคนยุคนั้นก็นำพาการแต่งตัว Biker Style ให้ฮิตระเบิด เกิดเป็นแนวการแต่งตัวย่อยออกมาที่เรียกว่า “Greasers”  หรือแปลเป็นไทยก็คือพวก “จิ้กโก๋“ นั่นเอง โดยพวกนี้จะใส่แจ็คเก็ตหนัง นุ่งยีนส์ สวมรองเท้าผ้าใบ ไว้ผมทรงขัดใจแม่ต่างๆ นาๆ นิยมการแต่งรถ แข่งมอเตอร์ไซค์สุ่มหัวอยู่ตามร้านฟาสต์ฟู้ดต่างๆ ซึ่งพวกเด็ก Greasers ก็จะไม่ถูกกับพวกเด็ก “ Socs “ หรือพวกเด็กเรียนหนังสือ แต่งตัวด้วยเสื้อแจ็คเก็ตนักกีฬา Letterman Jacket แต่งตัวหรูขับรถเก๋งไม่นิยมขี่มอเตอร์ไซค์ (พวกนี้ตีกันในคาเฟ่เป็นประจำ) ซึ่งสไตล์การแต่งตัวแบบพวก Greasers ก็กลับมาฮิตในโลกอยู่หลายหน มอเตอร์ไซค์กับวัยรุ่นคือสองสิ่งที่เหมือนพระเจ้าสร้างมาคู่กัน ที่ไหนมีวัยรุ่นที่นั่นมีมอเตอร์ไซค์ และยุโรปก็เป็นที่หนึ่งซึ่งมี Biker Style ที่จัดจ้านไม่แพ้อะไมริกา ในช่วงต้นยุค 1950’s – 1960’s กระแสของ Rock N’ Roll นำพาแฟชั่น Biker พุ่งตรงสู่เกาะอังกฤษ ซึ่งเกิดเป็นสไตล์ของหนุ่มๆ ที่เรียกว่า “Rocker” ขึ้นมา โดยพวก Rocker ก็เหมือนพวก Greasers ของอังกฤษ ฟังเพลงร็อค ขี่มอเตอร์ไซค์แต่ง สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนัง สุ่มหัวอยู่ตามร้านคาเฟ่ แต่ดีเทลสไตล์ของรถที่ขี่จะแตกต่างกันไป ซึ่งคำว่าสไตล์ “Café” หรือ Café Racers ที่ใช้เรียกสไตล์การแต่งตัว และแต่งรถของวัยรุ่นไบเกอร์อังกฤษยุคนั้นก็ได้หวนกลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักบิดยุคหลังๆ อีกด้วย

MODS 

ถ้ามี Rocker แล้วฝั่งที่อยู่ตรงข้างพวกเขาก็คือ “Mods” หนึ่งไนสไตล์ของ Biker อีกแนว แต่จะเรียกว่า Biker หนุ่มๆ Mods คงไม่ถูกใจนักเพราะรถมอเตอร์ไซค์ที่พวกเขาขี่กันเป็นรถสกูตเตอร์ พวก Mods เริ่มมาแรงเมื่อเข้าสู่ยุค 60’s พวกนี้เรียกว่ามีรสนิยมดีฟังเพลงล้ำอย่างพวก modern jazz , soul, ska, R&B แต่งตัวเนียบใส่สูทสั่งตัด ได้รับอิทธิผลแฟชั่นมาจากทางอิตาเลียน Mods จะไม่สวมแจ็คเก็ตหนังแต่จะสวมสูท หรือไม่ก็แจ็คเก็ตทหาร Fish Tail Parka Jacket เวลาขี่รถทางไกล ซึ่ง Fish Tail Parka Jacket นี้ก็กลับมาได้รับความนิยมในวงการสตรีทแฟชั่นอีกครั้งในช่วงปี 2015

KAMINARI ZOKU 

ข้ามจากอเมริกา และยุโรป มาสู่เอเชียกับประเทศผู้ผลิตจักรยานยนต์รายใหญ่ของโลกอย่าง “ญี่ปุ่น” ในโลกที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตแต่ด้วยความที่มีฐานทัพอเมริกันอยู่ในญี่ปุ่น ก็ทำให้กระแสวัฒนธรรมของ Biker สื่อมายังแดนอาทิตย์อุทัยด้วย โดยกลุ่มสิงนักบิตของที่นี้จะเรียกว่า “kaminari zoku” หรือ “แก็งสายฟ้า” อยู่ในยุคเดียวกับ Greasers และ Rocker มีสไตล์คล้ายๆ กัน คือฟังเพลง Rock N’ Roll ใส่แจ็คเก็ตหนัง สวมเสื้อยืดขาว กางเกงยีนส์ ใส่รองเท้าบูท และไว้ผมทรงรวบโป่งขัดใจคุณแม่ แต่ที่ต่างไปคือคนญี่ปุ่นจะจริงจังกว่า ใช้ชีวิตแบบนี้กันจริงจังโดยไม่สนโลกว่าจะเป็นอย่างไร รวมกลุ่มแต่งรถ แต่งตัวด้วยสัญลักษณ์ธงชาติญี่ปุ่นแบบเก่า ตกแต่งเสื้อผ้าด้วยลายพื้นเมืองญี่ปุ่น ซึ่งหนึ่งในเอกลักษณ์ของ Biker ญี่ปุ่นก็คือ “Souvenir Jacket” หรือ Sukajan เสื้อแจ็คเก็ตทรงเบสบอลที่ตัดเย็บด้วยผ้าซาติน เกิดขึ้นหลังสงครามโลกโดยทหราอเมริกันนำลวดลายพื้นเมืองของญี่ปุ่นมาปักลงไปเพื่อเป็นที่ระลึกในภาระกิจ และต่อมาแจ็คเก็ตนี้ก็เป็นที่นิยมในกลุ่มนักบิดญี่ปุ่นในยุค 60’s โดยจะปักภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่นที่สือถึงแก็งค์ลงไป โดยเสื้อ Souvenir Jacket นี้ก็เป็นที่นิยมแพร่หลายในสตรีทแฟชั่นในยุคต่างๆ และกลับมาเป็นเทรนด์ฮิตของปี 2016 แบบที่แบรนด์แฟชั่นดังๆ แทบทุกเจ้าต้องทำออกมา

70’s

มอเตอร์ไซค์อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนจนกลายเป็นความหลงไหล เป็นเหมือนการปล่อยอิสระให้กับชีวิต ไม่ต้องคิดอะไรเพียงมีสองล้อคู่ใจก็บิดไปเรื่อยๆ วิถีของ Biker จึงเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่ในยุค 70’s จากนักบิดคะนองความเร็วเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มของนักเดินทางผู้แสวงหาความอิสระ รูปแบบของมอเตอร์ไซส์ก็เปลี่นไป การแต่งตัวก็เปลี่ยนตาม ยุคนี้ชาวไบเกอร์จะไว้ผมยาว ไว้หนวดเครา แล้วเปลี่ยนจากเสื้อแจ็คเก็ตหนังเป็นเสื้อกั๊กแทน ในเขตที่มีอากาศร้อนก็จะสวมแจ็คเก็ตทหาร M-65 หรือเสื้อยีนส์แทน กางเกงหนังของคาบอยถูกนำมาดัดแปลงตัดเป็นทรง 6 กระเป๋า เป็นกางเกง Bike สำหรับนักบิดโดยเฉพาะ ซึ่งที่ต้องเป็นกางเกงหนังก็เนื่องมาจากการขับขี่เวลานานๆ นั้นหนังจะกันความร้อนจากเครืองยนได้ดีกว่า และให้ความปลมอภัยได้มากกว่ายีนส์ สวมใส่รองเท้าแบบ Engineer Boot สวมกางเกงยีนส์ โพกผ้าเช็ดหน้าที่ศรีษะ มีการรวมกลุ่มเพื่อการขับขี่เกิดเป็น Motorcycle Club ( MC ) ปะ Patch ( ผ้าปักลาย ) สัญลักษณ์ของแก๊งค์ที่ด้านหลัง ซึ่งการการรวมกลุ่มของคนรักอิสระก็นำไปสู่สมาคมที่ใหญ่ถึงขั้นเป็นงองค์กรที่มีสาขาแตกย่อยออกไป และก็มีหลายสมาคมที่มีกิจกรรมนอกกฏหมายอยู่เบื้องหลัง กลายเป็นแก๊งค์ผู้มีอิทธิพลขึ้น

BOSOZOKU

ในปลายยุค 70’s – 80’s กระแสของ Biker ฝั่งญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยวัยรุ่นญี่ปุ่นได้รับอิทธิผลจากดนตรีพังค์กลายมาเป็นต้นตำหรับ J-Rock และเมื่อพังค์เจอกับมอเตอร์ไซค์เติมน้ำมันด้วยความคิดแบบชาตินิยมสุดโต่งมันก็กลายเป็นแฟชั่นสุดอันตรายที่เรียกว่า “Bosozoku” วัยรุ่นชาตินิยมกลุ่มนี้มาในมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่เหนือจริง ใส่เบาะที่มี
พนักพิงสูง ใส่ท่อไอเสียขนาดใหญ่ มีธงประดับ และมีหน้ากากครอบที่ไฟหน้า มาในสีสัน และลวดลายแบบญี่ปุ่น ซึ่งการแต่งตัวก็หลุดโลกตามไปด้วย โดยพวกเขาจะใส่ชุดหมี หรือเครืองแบบเหมือนพนักงานโรงงาน ปักลาย และชื่อแก็งค์ที่ด้านหลัง สวมรองเท้าบูทสูง ทำทรงผมตั้งสูง หรือขยี้ให้ชี้ไปมาเหมือนพังค์ รวมแก็งค์เพื่อซิ่งรถตอนกลางคืน เวลาออกสื่อสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือผ้าปิดปาก ใส่เพื่อปิดบังใบหน้า เป็นไอเท็มสัญลักษณ์ของใบเกอร์แนวนี้เลยก็ว่าได้ เพราะว่ากันว่าแท้จริงแล้ววัวรุ่นเหล่านี้ครึ่งหนึ่งยังมีชีวิตทำงานแบบคนทั่วไป เพียงแต่รักในมอเตอร์ไซค์จึงเลือกไลฟ์สไตล์แบบนี้ แล้วอีกครึ่งหนึ่งละ อีกครึ่งก็เป็นพวกนักเลงตัวจริงอยู่ในแก็งค์ยากูซ่า มีข้อหาตั้งแต่ชกต่อยจนถึงอาชญากรรมต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน Bosozoku ก็ยังคงเป็นวัฒนธรรมย่อยอย่างหนึ่งของวัยรุ่นญี่ปุ่นอยู่

80’s

ผ่านยุคเสรีชน มอเตอร์ไซค์ก็เป็นกลายเป็นยานพาหนะที่เต็มไปด้วยสไตล์ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ละแนวทางมีการแต่งตัวที่แต่กต่างกันไปตามแต่แนวการแต่งรถ หรือกลุ่มแก็งค์ที่สังกัด แฟชั่น Biker ที่โดดเด่นในยุค 80’s จึงกลายเป็นเสื้อยืด ในยุคนี้เสื้อยืดแนวมอเตอร์ไซค์จะเป็นอะไรที่หลากหลาย และมีความร่วมสมัย มีตั้งแต่ลวดลายแบบคลาสสิค ไปจนถึงลายดุๆ โหดๆ แบบเสื้อเฮฟวี่ร็อค ผู้คนยังคงนิยมใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ในการขี่มอเตอร์ใส่ มีเสื้อกั๊กสวมคลุม หนือไม่ก็เสื้อยีนส์ แต่ในอีกด้านหนึ่งแฟชั่นของ Biker ก็เริ่มเดินเข้าสู่แฟชั่นมากขึ้น โดยแบรดน์ต่างๆ หยิบเอาความทะมัดทะแมงของเสื้อผ้า Biker มาออกแบบ แต่ลดความดุดันลง เน้นความเรียบหรูสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน เป็นเสื้อแจ็คเก็ตหนังที่ดีไซน์ไม่เยอะเหมือนสมันก่อน เสื้อผ้าดูเรียบร้อย แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเท่แบบ Biker อยู่ เรียกว่า เป็นการตอบสนอกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตประจำวันกับมอเตอร์ไซค์

90’s

ความหลากหลายในสไตล์ของ Biker ยังคงถูกพัฒนาต่อในยุค 90’s ในยุคนี้รถสปอร์ต Big Bike ยุคใหม่ที่ดีไซน์มาจากรถแข่งกลายมาเป็นที่นิยมของเหล่า Biker ที่ชอบความเร็ว แนวทางการแต่งตัวก็จะหยิบเสื้อผ้าของนักแข่งมาสวมใส่ อย่างเช่นแจ็คเก็ตที่มีการบุแผ่นพลาสติกกันกระแทก กางเกงที่มีสนับเขา และรองเท้าที่มีวัสดุกันกระแทก เนื้อผ้าเน้นเส้นใยที่ทนทานป้องกันการบาดเจ็บเวลาเสียดสี โทนสีของเสื้อผ้าก็เน้นลวดลายที่ออกไปในแนวสปอร์ตมากขึ้น มาในสายกีฬา ซึ่งก็สามารถใส่กับกางเกงยีนส์สไตล์ Baggie และสนีกเกอร์ได้อย่างเข้ากัน เรียกว่าชอบแต่งตัวแบบไหนก็แต่งรถแบบนั้น

2000

หลังจากยุค 2000 แนวการตัวตัวแบบ Biker ก็วนอยู่ในแนวทางของตัวเอง สไตล์ใครสไตล์มัน มีการรับเอา เทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ตามวิวัตนาการของรถบ้าง แต่โดยรวมก็ยังคงอนุรักษณืสไตล์เก่าๆ ไว้ แล้วแต่แนวของรถ ซึ่งรถแต่ละประเภทก้มักจะมีสไตล์การแต่งตัวของนักขับขี่ที่ต่างกันอย่างเทรนด์ของมอเตอร์ไซค์สปอร์ตก็ทำให้เกิดกระแสแนวการออกแบบที่เน้นการใช้งาน และดีไซน์ใหม่ๆ  อย่างเช่นกางเกงยีนส์ที่มีการใส่สนับเข่าเพื่อความปลอดภัย มีการหาแพทเทิร์นของเข่า และเอวที่ยืดหยุ่นได้เหมาะกับสรีระเวลานั่งขี่มอเตอร์ไซค์ หรือเป้สะพายหลังที่ใช้วัสดุไฟเบอร์อย่างดีเป็นเหมือนเกราะกันกระแทกให้สัมภาระ หรือการที่นักขี่มอเตอร์ไซค์นิยมกระเป๋าคาดเอวเพื่อใส่ของได้สะดวกขึ้น ส่วนในสายของมอเตอร์ไซค์แบบ Heritage ก็ได้รับอิทธิผลของ Biker แนวลาตินเยอะขั้น การแต่งรถมีความหวือหวา งดงามเต็มไปด้วยลายละเอียดเงางาม การแต่งตัวก็มาในรูปแบบเรีบง่ายเน้นเสื้อยืด กางเกง Workpants

สไตล์เก่าๆ ของเหล่า Biker นั้นไม่ได้หายไปไหน แต่ก็ยังวนเวียนเป็นแฟชั่นของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่สไตล์ของ Biker ของญี่ปุ่นก็ยังสามารถมาเป็นแฟชั่นในยุคนี้ได้ อย่างเช่นผ้าปิดปากของสไตล์ Bosozoku และ Souvenir Jacket ของ kaminari zoku ก็เรียกว่าเป็นไอเท็มแรงในปี 2015-2016 ของชาวสตรีทเลย  โดยการกลับมาของกระแส Biker ในวงการแฟชั่นน่าจะเริ่มขึ้นราวๆ 2011 เมื่อแบรดน์สุดหรูอย่าง Dior Homme นำสไตล์ไบเกอร์แบบยุคเก่าเสื้อหนังกางเกงยีนส์กลับมาทำใหม่ในความเนียบ และเข้ารูปขึ้นในปีเดียวกัน Balmain ก็ไม่น้อยหน้านำกางเกงของนักขี่มอเตอร์ไซค์มาออกแบบใหม่ในรูปแบบของกางเกงยีนส์สำหรับ Biker โดยเฉพาะมีการกลับด้านซฺปเป้ากางเกงแบบกางเกงคาบอย ติดซิปหน้าขาเพื่อให้สามารถหยิบของได้สะดวก ออกแบบช่วงเข่า และช่วงเอวให้ยืดหยุ่นได้ในขณะขับขี่ มาในผ้าฟอกสุดมัน และรูปทรง Slim-Fit ซึ่งกางเกงยีนส์ Biker นั้นก็เหมือนเป็นไอเท็มชิ้นใหญ่เช่นเดียวกับ Leather Biker Jacket ของ Irving Schott  ซึ่งที่ดีไซน์ออกมาก็เพื่อสร้าง look ในการขับขี่ให้แก่ Biker ยุคใหม่ เป็นเหมือนแฟชั่นที่ใส่ฟังค์ชั่นของการขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปตามไลฟ์สไตล์ของคนขี่ พัฒนาจนกลายเป็นแฟชั่นกระแส

โดยกระแสของ Biker Jeans มาแรงเอาในปี 2013 กับการมาของกระแสแฟชั่น Hi-End แม้จะยังไม่แพร่หลายเพราะมีราคาแพง แต่ก็เป็นที่รู้จักทั่วไป จนในปี 2014-2015 แบรนด์สตรีทแวร์ และแบรนด์แฟชั่นผู้ชายก็เริ่มที่จะทำการเกงทรงนี้ออกมาอย่างเช่น Stampd, Gold Denim,  Topman, H&M ฯลฯ เรียกว่าเข้าห้างไหนในไทยก็เจอห้างนั้น ซึ่งการเลือกนั้นอย่างแรกคือดูงบประมาณของตนว่าอยู่ในแบรนด์ประมาณไหน จากนั้นก็เข้าไปลองใส่ดู วิธีการใส่กางเกงยีนส์ Biker ให้สวยก็คือการใส่ให้ช่วงหัวเขาพอดี
กับเข่ามากที่สุด รอยย่อนจะอยู่เหนือหัวเข่าพอดี และเมื่อเข่าพอดีก็ไม่
รัดต้นขาเกินไปเพราะกางเกงพวกนี้หากต้นขาดรัดมากๆ ก็ไม่น่าจะใส่สบาย ส่วนปลายขาเอาที่แล้วแต่คนชอบ เพราะบางคนชอบรัดๆ ใส่กับสนีกเกอร์ แต่บางคนขอบให้กว้างหน่อยจะได้ใส่กับบูทได้ กระแสของยีนส์
Biker นั้นจัดว่าเป็นเทรนด์ใหญ่อย่างหนึ่งที่เข้ามาในวงการสตรีทแวร์ได้ค่อนข้างนาน ในยุคนี้อาจจะอยู่ในช่วงปลายของเทรนด์แล้ว แต่ก็ยังไม่เลิกฮิตน่าจะอยู่ได้อีกหนึ่งถึงสองปี ซึ่งใครอยากใส่ก็ยังหาใส่ได้อีกพักใหญ่ๆ เลย

 

Articles by | Chimney Magazine Columnist

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest