Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

CHIMNEY SUGGEST | Beta Company กระเป๋าลายพรางที่ทำจากเสื้อทหารจริงๆ

/
/
/
4151 Views

พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ก็เข้าใกล้เทศกาลสำคัญแล้วสินะ สำหรับปีนี้  “วันวาเลนไทน์และตรุษจีน”  มันช่างติดกระชั้นกันเหลือเกิน ทีมงานเองก็อยากจัดกิจกรรมเล็กๆสำหรับแฟนคลับ บนเพจของเรา บ้าง(คลิ๊กเข้าเพจที่นี่เลย)  เพื่อแทนคำขอบคุณที่ติดตามพวกเราเสมอมา  จากการที่มันติดกันขนาดนี้เราเลยรวบไอเดียจัดกิจกรรมออกมารวมเป็นกิจกรรมเดียวกันเลย และครั้งนี้เราได้รับ การสนับสนุน ร่วมมือ พร้อมกับของรางวัลจากแบรนด์ Beta Company ” สตรีทแบรนด์สายพันธุ์ไทยแท้นั่นเอง  และที่ประทับใจที่สุดนั่นก็คือ “ทางเจ้าของแบรนด์คือหนึ่งในแฟนคลับของนิตยสารเราอีกด้วย”

แจก Betga Company Fragment Bag รุ่นพิเศษ!!! Valentine x chinese new year 2018 ที่ทำขึ้นมาเพียง 2 คู่สำหรับแฟน สำหรับผู้โชคดีในวันวาเลนไทน์และตรุษจีนปีนี้เท่านั้น

กติกาการแจกง่ายมา คลิ๊กเข้ากิจกรรมได้เลยที่นี่  หรือ ดูรายละเอียดประวัติความเป็นมาและผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์ต่อได้เลย มีเพียบ

   

แบรนด์นี้ค่อนข้างมีความโดดเด่น ไอเดียชัดเจนไม่ซ้ำซากกับใคร และคุณภาพได้มาตราฐานอย่างมาก  ส่วนเขาจะมาแจกอะไรที่เป็นชิ้นพิเศษทำมาเพื่อให้เป็น ONLY CHIMNEY FAN อันนี้ค่อยว่ากันตอนกิจกรรมขึ้น ขอดีเดย์เป็นวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ แล้วเจอกันที่หน้าเพจนะคะ   ก่อนที่เราจะเริ่มมาร่วมลุ้นร่วมสนุกกันในวันดีเดย์ที่นัดกันวันนั้น. . .   วันนี้ขอพาเพื่อนๆมาแนะนำทำความรู้จักกับแบรนด์นี้กันสักหน่อยจะดีกว่า “ไปฟังเรื่องเล่าจากปากเจ้าของแบรนด์กันเลยค่ะ”

.

สินค้าต่างๆของ Beta  Company กระเป๋าลายพรางที่ทำมาจากเสื้อทหารจริงๆ (ชมภาพกันให้จุใจเลยครับ แล้วค่อยไปดูความเป็นมาของแบรนด์ผมถ้ายังสนใจกันอยู่)

สินค้าของเราเริ่มต้นจาก Jack Bag  คือแบบกระเป๋าที่ผมต้องการโชว์ความเป็นเสื้ออย่างชัดเจน แบบที่สองคือ Pants Bagทำจากกางเกงทหาร แต่เนื่องจากเสื้อและกางเกงทหารส่วนมากตัวจะใหญ่ ทำให้กระเป๋าจะมีขนาดใหญ่ไปด้วย ตอนแรกผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะกระเป๋าในสายแฟชั่นแนวทหารของต่างประเทศก็มักจะใหญ่ แต่พอทำออกมา ลูกค้าที่ชอบกระเป๋าใบเล็กๆ หรือลูกค้าตัวเล็ก โดยเฉพาะผู้หญิงก็เรียกร้องให้ทำใบเล็กๆออกมา ผมเลยทำแบบที่สาม คือ Duffle มีสามชนาด คือ 30cm  40cm  50cm  แล้วนำแขนเสื้อหรือขากางเกงมาทำ C-B ,B-B  แล้วเอาเศษผ้าที่เหลือของทหารแต่ละประเทศมาทำสินค้าตัวต่อมาคือ Fragment ซึ่งเป็นรุ่นที่ผมนำมาร่วมกิจกรรมกับทาง Chimney นั่นเองครับ และเพิ่มเติมลวดลายพิเศษลงไปเฉพาะกิจกรรมนี้เท่านั้นด้วย (รอติดตามที่หน้าเพจชิมนี่นะครับ)

นี่คือสินค้าหลักของ Beta Company ครับผม!!! 

  1.  Jack Bag
  2. Pants Bag
  3. Duffle
  4. Fragment
  5. C-B  B-B
  6.          

         

           

          

  1.          
  2.      
  3.            

.

ความเป็นมาของแบรนด์ ฺBETA COMPANY  กระเป๋าลายพรางที่ทำมาจากเสื้อทหารจริงๆ (ขออภัยที่ยาวมาก แต่นี้คือจุดเริ่มต้นทั้งหมดจริงๆ ฮา )

หลังจากที่ทำงานสอนมาเป็น 10 ปี ด้วยการใช้ชีวิต เจอผู้คนและ เดินทาง จนรู้จักตัวเองในระดับหนึ่ง พออายุกำลังจะเข้าเลข4 ผมเลยมานั่งคิดว่า การที่เรายังสอนหนังสือ ซึ่งเดิมตอนโสดๆ สอนตั้งแต่ 8โมงเช้าถึงสองทุ่ม พอแต่งงานก็ลดเวลาสอนลงให้ครอบครัว  งานสอนมีมากครับ เนื่องจากปากต่อปากของผู้ปกครอง และประสบการณ์การสอน คงจะมีงานได้เรื่อยๆ แต่ผมคิดอีกมุมนึง ด้วยช่องว่างของอายุ ที่ผมกับเด็กๆยุคใหม่กว้างขึ้นเรื่อยๆ  ปัญหาการจราจร และลักษณะการเรียนการสอนที่เปลี่ยนแปลงไป แม้แต่ปัญหาสุขภาพเพราะต้องยืนทั้งวัน และพูดจนเจ็บคอ ถ้าป่วยก็จะขาดรายได้ทันที ผมมองว่าอยากหาธุรกิจที่สอง เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการเงินและถ้าไปได้ดีอาจทำให้ลดงานสอนลง จึงเริ่มมองหาธุรกิจต่างๆ แน่นอน ร้านกาแฟเก๋ๆ เป็นทางเลือกต้นๆ แต่ก็มีแง่คิดมากมายเกี่ยวกับธุรกิจนี้ แนวคิดเรื่องธุรกิจที่สอง เลยแค่คิดมาโดยตลอดหลายปี

พออายุจะถึง 40 เข้าจริงๆ เลยมาถามตัวเองใหม่ว่า เราชอบอะไรจริงๆ ปรากฏว่าคำตอบคือ เราชอบแฟชั่น ชอบอะไรที่มันเท่ๆ ชอบลายพรางทหาร เลยคิดว่าจะทำอะไรที่เกี่ยวกับวงการนี้  ตอนแรกมองว่าจะเปิดร้านร้องเท้าดีมั้ย  ชอบลายพรางเปิดร้านแฟชั่นที่เป็นเฉพาะลายพรางมั้ย เพราะยังไม่เคยเห็นร้านที่เฉพาะทางแบบนี้   เลยไปปรึกษาพี่ๆที่รู้จัก ถึงแนวคิดนี้  แนวคิดแรกคิดว่าจะไปซื้อแบรนด์แฟชั่นทหารซึ่งทางญี่ปุ่นหรือฮ่องกงมีหลายเจ้า แล้วมาเปิดร้านในไทย หรือเปิดร้านเองแล้วหิ้วสินค้าแบรนด์ยอดนิยมจากต่างประเทศมารวมไว้ที่ร้านเราในรูปแบบลายพรางเป็นหลัก  จนมีพี่ท่านหนึ่งพูดว่า การซื้อแบรนด์หรือหาสินค้าที่นิยมอยู่แล้วมาเลยก็ดี แต่หากเราสามารถผลิดสินค้าขึ้นมาเอง เรียกว่าเริ่มจากเพาะเมล็ดเลย เวลามันโตออกดอก ออกผลมันก็ภูมิใจไปอีกแบบ และไม่ต้องลงทุนเยอะตั้งแต่แรก เหมือนการเปิดร้านแล้วซื้อเฟรนไชด์มา  ผมเลยกลับมาคิดว่าเราจะทำอะไร กับคำว่า “ลายพราง” ได้บ้าง ต้องยอมรับว่าช่วงนั้นกระแสกระเป๋าที่ทำจากผ้าใบนามว่า ฟรายทาค นั้นกำลังเป็นที่นิยม ผมเลยนึกถึงกระแสการรีไซเคิล เพราะผมคิดว่าหากเราทำสินค้าจากวัตถุดิบใหม่ ก็จะเป็นการเพิ่มขยะแก่โลกใบนี้เข้าไปอีก พอดีผมมองเห็นเสื้อทหารมือสองที่ผมสะสมไว้พอดี เลยคิดขึ้นมาว่า หากเรานำเอาเสื้อทหารมือสองที่มีการนำมาขายกัน นำมาทำเป็นสินค้าตัวใหม่ที่เพิ่มมูลค่าในแง่การใช้งาน และความเท่ ผมมองว่าเสื้อเหล่านี้มีประวัติศาสตร์ เนื่องจากมาจากแต่ละประเทศ ลายก็ไม่เหมือนกัน ชื่อ ยศ ความสามารถต่างๆของเจ้าของก็แตกต่างกัน เลยเกิดแนวคิดจะนำเสื้อมาทำกระเป๋าขึ้นมา

“ไม่มีอะไรง่าย”  พอจะทำกระเป๋าแล้วใครจะเย็บ ต้องหาช่าง  ผมหาช่างอยู่นานพอสมควรจนท้อ เลยคิดว่าเมื่อไม่มีช่างคนไหนรับทำ (เพราะงานเหมือนใบต่อใบ และปริมาณก็น้อยเลยไม่มีใครรับทำ) เลยคิดว่าจะไปเรียนเย็บผ้า แต่แฟนผมบอกว่า เวลาของเรามีค่ากว่านั้น และงานจะดีได้ต้องใช้มืออาชีพทำ ผมคิดว่าก็จริงต่อให้เรียนเย็บผ้าและเย็บหนังก็ใช่ว่าจะเย็บสวย ผมเลยหาช่างที่คุยกันเข้าใจ จนเจอช่างที่เข้าใจในคอนเซ็ปที่ผมต้องการ  จนทำล๊อตแรกออกมากได้ จำนวน 11 ใบ ปรากฏว่ามีแต่คนชม และขายได้หมด ผมเลยคิดว่าคงต้องจริงจังมากขึ้นแล้ว ณ วันนี้เลยคิดว่าจะพัฒนาแบบให้ดีขึ้น จะได้ตรงความต้องการและอยู่ในวงการนี้ได้ เพราะนี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ( ภาพประกอบจะเป็นภาพการทำงานของช่างของผม)

   

  

 .

จากผู้อ่าน แฟนคลับ ผู้ติดตาม CHIMNEY MAGAZINE กลายมาเป็นเจ้าของแบรนด์ Beta company

ผมเริ่มติดตามนิตยสารเล่มนี้ตั้งแต่ประเทศไทยยังห่างไกลจากคำว่า “สนีกเกอร์” มากนัก อย่าว่าแต่นิตยสารเลยทั้งสื่อและโลกโซเชียลยังไม่มีสื่อไหนพูดถึงสนีกเกอร์อย่างจริงจัง จนผมได้เห็นนิตยสารเล่มนี้วางแจกอยู่ก็เริ่มติดตามหาเก็บสะสมมาเรื่อยๆ เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวในประเทศไทยที่พูดถึงสนีกเกอร์และสตรีทแฟชั่นครับ ตั้งแต่วางแจกจนมาวางแผงขาย ก็ยังเป็นเล่มเดียวในประเทศไทยจนถึงปัจจุบันครับ ผมติดตามมาตลอด และผมคงเป็นแฟนคลับตั้งแต่ยุคบุกเบิกแรกๆที่ยังไม่ขึ้นแผงวางขายที่ 7-11 เลยแหละ จนเดี๋ยวนี้สิบกว่าปีมีเว็บแล้วมีเฟสบุ๊คแล้วและหนังสือก็ไม่ค่อยทำออกมาทำแค่ปีละไม่กี่ครั้งผมก็ยังติดตามอยู่ และต้องบอกว่านิตยสารเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจให้ผมทำแบรนด์นี้ขึ้นมาด้วย   “สมัยที่แจกฟรี ตามร้านกาแฟ ยังไม่มี ข้อมูลเกี่ยวกับสตรีทแฟชั่นยิ่งพวกสนีกเกอร์นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความรู้พวกสนีกเกอร์ รองเท้า ได้จาก CHIMNEY ล้วนๆนี่เลย ขนาดหมวกยังเรียกกันไม่เป็นเลยไอ้คำว่า Snapback ทรงมันเป็นยังไงได้จากชิมนี่เหมือนกัน อธิบายชัดเจน ให้ความรู้ คอยอัพเดทข่าวในวงการสนีกเกอร์และสตรีทแฟชั่นตลอด ที่ชอบคือ มาในเชิิงลึกได้อะไรจากการอ่านเยอะมากๆ  แต่หลังจากขึ้นแผงขายที่ 7-11 แล้ว สำหรับผมมันเหนื่อยมากๆ เพราะซื้อไม่ค่อยทันใครเเขาเลย กว่าจะได้แต่ละเล่มต้องแย่งกันน่าดูในสมัยนั้น บางคนไปยืนรอหน้าเซเว่นเลยด้วยซ้ำ รถจอดมาส่งไม่ทันได้ขึ้นแผงคนที่มายืนรอก็สอยไปซะแล้ว แถมที่เจ็บปวดคือ กวาดหมดทุกเล่มเพราะซื้อไปฝากเพื่อนๆที่ฝากกันมาด้วยนี่สิ 555+” อ่านมากๆเข้าบวกกับความคิดก่อนหน้านี้เลยเป็นจุดเริ่มต้นและได้มีแบรนด์เป็นของตัวเองครับ Beta Company ขอฝากไว้ในอ้อมใจแฟนๆชิมนี่และชาวสตรีทแวร์ทุกท่านด้วยครับ 

สนใจและเริ่มติดตามผลงานของ Beta Company สามารถติตามได้ทางเฟสบุ๊คไอจีและไลน์เลยนี้ครับผม!!   FacebookIGLine  

  1. * * * สนนราคาของสินค้าโดยเฉลี่ยรวมอยู่ระหว่าง 3,500 – 6,500 บาท ไม่แพงแน่นอนครับถ้าเทียบกับคุณภาพและงานที่ไม่ซ้ำใครในแต่ละใบ * * * 

.

เขียนบทความโดย เจ้าของแบรนด์ Beta Company | เรียบเรียงโดย Maydusa@lismz | ภาพจาก Beta Company

ขอขอบคุณที่ติดตามพวกเราและสร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาให้ชื่นชมค่ะ

สำหรับท่านใดที่เป็นแฟนคลับของนิตยสารเราและมีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้วเหมือนกัน ท่านสามารถติดต่อมาเพื่อขอพื้นที่ในการโปรโมทแบรนด์หรือร้านได้ด้วยการ แอดไลน์ไอดี @chimneylismz  เข้ามาเพื่อพูดคุยแนะนำได้เลยนะคะ (ไอดีมี @ ด้วยนะคะ)

 

 

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest