Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

CHIMNEY -THE LIST | Team OG “The Original’s Model that Made a Comeback in 2016”

/
/
/
565 Views

จะว่าไปโลกในตอนนี้ก็อยุ่ในยุคที่เทคโนโลยีนั้นก้าวกระโดดไปไกลจริงๆ จากยุคอุสาหกรรมการผลิตก้าวเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ หูฟังยังไร้สาย และรถนยนต์ก็กำลังจะไร้คนขับ แม้แต่รองเท้ายังสามารถพิมพ์ขึ้นมาตามต้องการได้ ซึ่งในปี 2016 นี้ จากที่เห็นแทนที่น่าจะเป็นเรื่องของการที่ความฝันในอนาคตกำลังจะเริ่มเป็นจริงขึ้นมา แต่สถานการณ์กลับตาลปัดกลับกันซะอย่างนั้น เพราะกลายเป็นในความทันสมัยนั้นกลับยิ่งทำให้ผู้คนโหยหาความเก่าขึ้นมาจับใจ เป็นไงล่ะ วงการรองเท้าเอาไรแน่นอนไม่ได้ซะทุกเรื่องนะ  หนังเก่าเพลงที่คนฮิตถูกผลิตซ้ำเพื่อนำเอาความรู้สึกนี้กลับมาอีกครั้ง แม้แต่ล่าสุด “คอนเสิร์ตล้านตลับ” ก็บังเกิดขึ้นแล้ว(นอกวงการสักนิด) การซื้อขายดนตรีเป็นวัตถุที่ถูกมองว่าตายไปกลับฟื้นคืนชีพอีกครั้งด้วยการหันมาฟังแผ่นเสียงอีกครั้ง แฟชั่นที่เคบเชยของที่เคยทิ้งก็กลับมีราคากลายเป็นสิ่งที่วัยรุ่นนิยมจนเกิดเป็นกระแสย้อนยุคที่พาผู้คนกลับสู่สิ่งที่เป็นต้นตำหรับดั้งเดิม

และในวงการรองเท้าก็เช่นกัน กระแสนี้เปลี่ยนร้านรองเท้าปี 2016 ให้กลายเป็นร้านรองเท้าย้อนยุคด้วยการกลับมาของรองเท้าในแบบดั้งเดิมอีกครั้ง เดินเข้าไปในร้านหากมองออกสักหน่อยก็รู้ว่า “อ่าวเห้ยนี่มันของยุค OG เลยนี่ฝ่า” เรียกว่าเกินครึ่งหนึ่งในร้านรองเท้านั้นเป็นโมเดลเก่าที่นำกลับมาทำใหม่ทั้งนั้น ยิ่งพวกรองเท้าอนุรักษนิยมที่ทำตามแบบดั้งเดิมหรือ Originals Model หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ OG “ นั้นคือสิ่งดีงามแห่งวงการรรองเท้าในปี 2016 ผู้คนที่หลงไหลต่างตามหาดั่งของมีค่า เพราะไม่อาจรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาศได้เห็นอีก ซึ่งในปี 2016 นี้ก็ถือว่าเป็นปีที่มีรองเท้ารุ่นเก่าระดับ OG ที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วกลับมาทำใหม่กันเพียบ บ้างก็เปลี่ยนนิดหน่อยตามกระบวนการผลิต บ้างก็เปลี่ยไปตามผู้ออกแบบที่มาร่วมงาน แต่ส่วนใหญ่นั้ก็มาตามของเก่าให้คอรองเท้ารุ่นใหม่ได้เห็นกันจริงๆ ว่ารองเท้าในอดีตนั้นแท้จริงเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวมรวม 10 สนีกเกอร์ระดับ OG เด่นๆในช่วงครึ่งค่อนปีนี้ที่ผ่านมา เอามาให้รู้จักกัน ไอ้รองเท้าที่ว่าแท้จริงแล้วมันย้อนยุคกลับ OG นี่มันน่าตาเป็นอย่างไร รุ่นไหนกันบ้าง?  ขอยกตัวอย่างรุ่นที่เด่นที่เวียนกลับมาใหม่ในปีนี้มาแนะนำให้ชมกัน

1.Nike Air Tech Challenge 4 OG

OG : 1991

Come Back in : July 2016

นี่คือโมเดลซิกเนเกจอร์ลำดับที่ 4 ของนักเทนนิสระดับตำนานอย่าง André Agassi เปิดตัวครั้งแรกเมื่อรายการแกรนสแลม US Open ปี 1991 มาในดีไซน์สุดหวือหวาเกินกว่าที่รองเท้าเทนนิสทั่วไปจะจิตนาการได้ มันเต็มไปด้ยเส้นหยักที่ไม่แน่นอน และคู่สีที่สาดใสแบบไร้ทิศทาง มันสะท้อนลีลาการเล่นที่เร้าใจของ Agassi ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งรุ่นนี้นานๆ ถึงจะทำออกมาสักครั้ง โดยในปี 2016 Nike นำกลับมาทำใหม่ในแบบดั้งเดิม เรียกว่าเหมือนของเก่ามากที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่ออกมาในปีนี้เลย

…………………………………………………………………………………………………………………………..

2.adidas Consortium L.A. Trainer OG Made In Germany

OG : 1984

Come Back in : August 2016

” L.A. Trainer ” รองเท้าวิ่งจากปี 1984 ตำนานของวงการรองเท้ากีฬายุค 80’s กลับมาจุติใหม่อีกครั้งในปี 2016 รองเท้าวิ่งสุดล้ำที่พาอาดิดาสก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ มาพร้อมระบบรองรับแรงกระแทกที่แปลกใหม่ที่สุดในยุคเรียกว่า Heel Pegs หรือ Vario Shock-Absorption System เป็นแทง 3 สีที่เสียบเข้าไปในพื้น ผู้ใส่สามารถถอด-ปรับดำแหน่งแทงเหล่านี้เพื่อตอบสนองการวิ่งให้เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรองรับแรงกระแแทกตามน้ำหนักตัว , สไตล์การวิ่ง หรือสภาพถนน

นอกจากนี้ตัวรองเท้าของ L.A. Trainer มาในรูปทรงที่ทันสมัยใช้วัสดุผ้าตาข่ายน้ำหนักเบา และหนังกลับในการออกแบบ ตัวรองเท้าเรียกว่าให้รูปทรงอันเป็นเอกลัษณ์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสตรีทแฟชั่นจากอดีตในยุคที่ผู้คนสวมรองเท้ารุ่นนี้กับการแต่งตัวต่างๆ คลาสสิกตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงวันนี้ โดยการนำกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ทำมาดาเพราะนอกจากจะใช้รุปแบบดั้งเดิมทั้งหมดแล้วยังผลิตที่โรงงานเก่าดั้งเดิมในประเทศเยอรมันอีกด้วย เป็นอะไรที่ใกล้เคียงกับของเมื่อ 40 กว่าปีก่อนที่สุดก็ว่าได้ จุดเดียวที่ดูรู้ว่าคือของทำใหม่ก็คือตาไก่ที่ป้ายลิ้นรองเท้าของ adidas Consortium ที่ตอกลงไป

3.NikeLab Air Zoom Spiridon

OG : 1997

Come Back in o : July 2016

ของบางอย่างแม้จะนิยมอยู่เฉพาะกลุ่มแต่หากกลุ่นนั้นๆ มีความชัดเจนในแนวทางความชื่นชอบของตน ของเหล่านั้นก็กลายเป็นสิ่งที่มีอิทิผลต่อสังคมได้ เรามักจะเรียกแทนของเหล่านี้ว่า “ Cult “ และรองเท้าที่ Cult ที่สุดคู่หนึ่งในเหล่าแฟนรองเท้าวิ่งย้อนยุคก็คือ Air Zoom Spiridon รองเท้าวิ่งสปีดสูงจากปี 1997 การดีไซน์ของรุ่นนี้ รูปทรงค่อนข้างล้ำยุคแบบรองเท้ากระกูล Air Max อย่างเช่น Air Max 97 แต่ Spiridon จะมีดีไซน์ที่ดูเบา และปราดเปรียวมากกว่า ออกแบบให้มีตัวรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี วัสดุหน้าผ้าเป็นตาข่าย Mesh Upper สีเทาที่ให้ความโปร่งมองเป็นแถบผ้าต่างๆ ที่อยู่ภายใน ด้านนอกให้ความแข็งแรงด้วย Mudguard รอบรองเท้า มาพร้อมดีไซน์พื้นแบบน้ำหนักเบา ใช้วัสดุโฟม Phylon ที่ชั้น mid sole สอดไส้ระบบรองรับแรงกระแทก Zoom Air แบบ ultra-responsive cushioning ซึ่งจะจัดวาง Air ตามสรีระรูปเท้า กลายเป็นดีไซน์ของพื้นล่างที่แปลกตาเหมือนเป็นภาพแผนของเกาะอะไรสักอย่างอยู่ใต้พื้นรองเท้า

ด้วยความโดดเด่นในดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครทำให้ Air Zoom Spiridon นั้นยังคงวิ่งอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ สนีกเกอร์เสมอ เป็นอะไรที่ทำให้หลายคนใจแตก ( แต่หลายคนก็เห็นแล้วใจนิ่ง แย้งกันในรุ่นเดียว ) จน Nike ต้องนำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดยทำครั้งแรกเมื่อ 11 ปีก่อน และเพิ่งทำใหม่อีกครั้งในปีนี้ในไลน์สนค้าของ NikeLab ผลิตแบบจำนวนจำกัด ตัวรองเท้าให้รุปทรงแบบเดิมแทยทุกอย่าง จะต่างก็ตามองศาลายละเอียดเล้กๆ น้อยๆ คู่สีเข้มขึ้นแต่ยังคุมไว้ซื้อโทนเดินของสีเก่าจากปี 1997 โดดเด่นด้วยสีเงินโลหะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของรองเท้ากีฬาในยุค 90’s

 

4. PRO-Keds Royal

OG : 1949

Come Back in : March 2016

เป็นอีกหนึ่งรองเท้าที่หายจากวงการไปนานมาก ( หายแบบยกแบรนด์เลย ) สำหรับ PRO-Keds Royal รองเท้าผ้าใบสุดคลาสสิกรุ่นหนึ่งของโลกที เกิดขึ้นมาพร้อมกับแบรนด์ PRO-Keds ในปี 1949 มีลักษณ์รูปทรงเป็นผ้าใบหัวยางตีตาไก่โลหะร้อยเชือกจรดโคนนิวเท้าตามแบบฉบับรองเท้าบาสเกตบอลยุคแรก ซึ่งการกลับมาของ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ต้องจารึกไว้ในวงการสนีกเกอร์ปี 2016 เลยก็ว่าได้ โดยการคืนสู่เหย้าของ PRO-Keds Royal จะมาในรูปทรงที่ทำตามของดั้งเดิมทุกอย่าง หลักๆ จะใช้ผ้าใบหนา 12.5 ออนซ์ ให้ความแข็งเป็นทรง ส่วนพื้นก็เป็นทรงเดิทแต่จะปรับตัวสูตรของยาวใหม่ให้มีน้ำหนักที่เบาขึ้น ยืดหยุ่นได้ดีขึ้น และทนทานกว่าเดิม ที่ต่างจากอดีตก็คือพื้นรองเท้าด้านในที่ใช้เป็นแป่นโฟม EVA ในการรองรับแรงกระแทกทำใส่ได้ดีไม่ต่างจากรองเท้าผ้าใบยุคใหม่เรียกว่ากลับมาก็ไม่ทำให้ใครผิดหวั่ง โดยมาทั้งแบบหุ้มข้อ และข้อสั้น มีสีพื้นต่างๆ ให้เลือกใส่รวมถึงสีขาวขุ่นเหมือนรองเท้าในอดีตอีกด้วย

5.Air Jordan 1 Retro High OG “Banned” 

OG : 1985

Come Back in o : September 2016

ในปี 2016 นี้เราได้เห็นความเป็นไปมากมายเกิดขึ้นมากมายในวงการรองเท้า แต่ไม่มีอะไรจะกลับมาแล้วสร้าความสั่นสะเทือนได้เท่ากับ Air Jordan 1 Retro High OG “Banned” รองเท้าซิกเนเจอร์รุ่นแรกของนักบาสเกตบอลชื่อดัง ” ไมเคิล จอร์แดน ” ออกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1985 มาในดีไซน์ที่พลิกโฉมวงการรองเท้ากีฬาโลก และนำไปสู่กระแสความคลั่งไคล้ในสนีกเกอร์ยุคใหม่ โดดเด่นสุดสะดุดตามาด้วยสีดำ/แดงเพื่อส่งให้จอร์แดนโดดเด่นที่สุดในเครื่องแบบของทีม Chicago Bulls แต่การมาของสีฉูดฉาดนี้กลับถูกปฏิเสธโดย NBA เพราะผิดกฎสีของรองเท้าที่ต้องเป็นสีขาว หรือดำเป็นหลักเท่านั้นถึงจะใส่ได้ ทำให้ทุกครั้งที่จอร์แดนเลือกแหกกฏต้องโดนปรับด้วยจำนวนเงินสูงถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ เกิดเป็นกระแสของรองเท้ารุ่นนี้ขึ้นมาในท้องตลาด และพร้อมใจเรียก Air Jordan 1 รุ่นนี้ว่า “Banned” ( หรือเรียกสีดำ/แดงว่า Bred ย่อมาจาก Black Red ) ซึ่งแม้จะเป้นที่รู้กันว่าเรื่องการโดนแบนนั้นเป็นแผนการโฆษณาของ nike แต่อย่างไรก็ตามรองเท้ารุ่นนี้ได้ครองดวยใจสนีกเกอร์เฮดส์รุ่นแรกเอาไว้แล้ว โดยเวอร์ชั่นล่าสุดที่กลับมานี้ออกวางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 3 กันนายน 2559 ผลิตมาในตำหรับ Original ใช้ลิ้นผ้าตีป้าย Nike ตีเลขรหัส และไซส์ด้วยการพิมพ์บนข้อเท้า การกลับมาครั้งนี้ทำให้คอรองเท้ารุ่นใหม่รู้จักความหมวยของคำว่า “ OG “ ของจริง

6.K-Swiss Classic 66 ” Made In USA ” 50 Year Anniversary Edition

OG : 1966

Come Back in : May 2016

แม้จะไม่ได้อยู่ในกระแสหลักแต่ K-Swiss จัดเป็นแบรดน์รองเท้ายักษ์ใหญ่อีกแบรดน์ของโลกที่มีทั้งเงิน และประวัติศาสตร์อันยางนาน ซึ่งในปี 2016 นี้แบรนด์ได้ทำการฉลองครบรอบ 50 ปีของแบรนด์ด้วยการนำรองเท้าเทนนิส K-Swiss Classic จากปี 1966 กลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง โดยทำออกมาแบบเก่าใช้หนังแท้สีขาวทั้งคู่ ตัดด้วยพื้นยางสีครีมที่ให้อารมณ์แบบ Vintage Sneaker และคาดแถบด้านข้างคล้องห่วงโลหะ D-Ring สำหรับร้อยเชือกรองเท้า ซึ่งนอกจากการย้อนรอยรูปทรงแบบเก่าแล้ว รุ่นนี้ยังมีความพิเศษอยู่ที่การกลับไปผลิตในประเทศบ้านเกิดสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ผลิตออกมาเพียงแค่ 1,966 คู่ในโลกตามปี 1966 นี่แหละที่เรียกว่าเก่าของจริงเพราะเป็นการผลิตขึ้นครั้งแรกและไม่อาจจะคาดเดาว่าเหมื่อไหร่ถึงจะมีอีก

7.Nike Air More Uptempo

OG : 1996

Come Back in : April 2016

เป็นการกลับมาที่ถูกที่ถูกเวลาเลยก็ว่าได้สำหรับ Nike Air More Uptempo รองเท้าบาสเกตบอลจากปี 1996 ที่รู้จักในฐานะรองเท้าคู่ในของ Scottie Pippen นักบาสเกตบอลชื่อดังของ Chicago Bulls นั่นเอง โดยรุ่นนี้มันคลาสสิกติดอันดับโลกก็ตรงการออกแบบตัวอักษรคำว่า ” AIR ” ขนาดใหญ่บนตัวรองเท้า เป้นอะไรที่โดดเด่นสุดๆ เท่สุดในยุคนั้น แถมยังมีพื้นรองเท้าที่โชว์ Air Unit แบบเต็มฝ่าเท้าอีกด้วย แน่นอนว่ารองเท้ารุ่นนี้กลายเป็นของยอดฮิตของการแต่งตัวสตรีทแฟชั่นในกลุ่มวัยรุ่นยุคนั้น

โดยในปี 2016 ก็ถือว่าเป็นการครบรอบ 20 ปีของ Air More Uptempo ทาง Nike จึงนำรองเท้ารุ่นนี้มาผลิตใหม่อีกครั้ง โดยนำสีดำ/ขาว และรูปทรงแบบดั้งเดิมของ Air More Uptempo กลับมาทำใหม่ ซึ่งในการทำรอบนี้มาพร้อมกระแสความนิยมแฟชั่นในยุค 90’s ที่ฮิตอย่างรุ่นแรง ทำให้รุ่นนี้หมดเกลี้ยงแทบทุกที่ที่วางจำหน่าย สมศักดิ์ศรีความเป็น OG ที่สุดรุ่นหนึ่งของปี

8.New Balance 585

OG : 1995

Come Back in : August 2016

ในปี 2016 นี้ New Balance ได้ฉลองครบรอบ 20 ปีของรองเท้ารุ่น 580 โมเดลยอดนิยมในวงการสนีกเกอร์ ในโอกาศนี้ทางแบรนด์จึงขุดเอารองเท้าวิ่งวิบากอันเป็นต้นแบบของรุ่นดังกล่าวอย่าง” 585 ” กลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง โดยโมเดลนี้แทบจะนับครั้งได้เลยว่าเคยมีกี่รุ่นเพราะส่วนใหญ่ค่านนี้จะเน้นไปที่ “ 580 “ มากกว่าทำให้เป็นรุ่นที่ค่อนข้างลึกลับดอสมควร โดยการกลับมาครั้งนี้ก็มาตามฉบั้บต้นแบบแทบจะ 99% เพราะผลิตในโรงงานรองเท้าเดิมที่สหรัฐอเมริกา ตัวรองเท้าจะมาในวัสดุหนังกลับระดับ Premium และผ้าตาข่ายแบบเก่าเหมือนรุ่นดั้งเดิม เช่นเดียวกับพื้นรองเท้าเทนโนโลยี “ROLLBAR” ที่ช่วนในการรองรับแรงกระแทกในหลากหลายสภาพพื้นผิว และให้การทรงตัวที่ดี ผลิตมาใน 2 สีดั้งเดิทอย่างน้ำเงินกรมท่า และสีน้ำตาลอ่อนตามสไตลืรองเท้าวิ่งในยุคโบราณ ซึ่งมองไปรอบๆ แล้วก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของรองเท้ารุ่นเก่าที่เหมือนเดิมมากๆ

9.adidas Originals EQT Running Support ’93 OG Black/Sub-Green

OG : 1993

Come Back in : August 2016

ปี 2016 แม้จะเป็นยุคทองของ NMD หรือ UltraBoost แต่ adidas Original ก็ไม่ลืมหยิบรองเท้าวิ่งรุ่นเก่าของแบรนด์กลับมาทำใหม่ โดยปีนี้เป็นปีของ “ adidas EQT “ ตระกูลรองเท้าวิ่งยุค 90’s ที่แบรนด์นำรุ่นต้นฉบับกลับมาทำใหม่แทบทุกรุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ adidas EQT Running Support รองเท้าวิ่งจากปี 1993 ในสี Black/Sub-Green รุ่นนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในโมเดลที่เหล่าสาวกสามแถบต่างนิยมอย่างมากในยุค 90’s ตัวรองเท้ามาในรูปทรงที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เน้นระบบการรองรับแรงกระแทงที่ดี ใช้วัสดุพื้นเป็นโฟม EVA มีชุด TORSION® SYSTEM ยึดที่ใต้ฝาเท้า ใช้ลิ้นรองเท้แบบ Burrito ที่ส่วนของลิ้นด้านหนึ่งจะติดกับตัวรองเท้า เวาลาใส่จะห่อเท้าไว้เหมือนการห่อเบอริโตทำให้ได้ความกระชับมากๆ วัสดุชั้นในจะเป็นผ้าตาข่าย ส่วนเลเยอร์ด้านนอกจะเป็นหนังกลับสังเคราะห์ ด้านข้างคาดด้วยแถบผ้าสามแถบเป็นโลโก้ และใช้เป็นแถบช่วยดึงกระชับเวลาเคลื่อนไหว

สำหรับ EQT Running Support ล่าสุดนี้ทาง adidas Originals ยังคงผลิตมาในรูปทรง และวัสดุแบบดั้งเดิมทุกประการ ให้ความคลาสสิกตามแบบฉบับเก่าตั้งแต่ป้ายต่างๆ ไปจนกล่องรองเท้าก็ทำเหลือนเดิมหมด มาในสีดั้งเดิมอย่างสีเขียว Sub Green ตัดด้วยสีดำ Core Black และสีขาว White Vapour ซึ่งเป็นแรกที่ทำออกมาในปี 1993 นั่นเอง ซึ่งอาดิดาสเคยหยิบประสบความสำเร็จมาแล้วกับการหยิบรุ่นนี้มาทำใหม่นปี 2014 โดยรุ่นในปี 2016 นี้ก็จะผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเช่นเคย ออกวางจำหน่ายแล้วในร้านรองเท้าต่างประเทศไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน

10.Reebok Club C 85 

OG : 1985

Come Back in : January 2016

กระแสของสนีเกอร์แนวมินิมอล พวกทรงง่ายๆ ดีเทลไม่มาก ใช้เทคโนโลยีไม่เยอะเป็นอะไรที่มาแรงมากในปี 2016 และดูทีท่าจะไม่ซาลงไปง่ายๆ ซะด้วย เหตุนี้จึงทำให้แบรนด์กีฬาเก่าแก่จากประเทศอังกฤษ Reebok มองหารองเท้ารุ่นเก่าๆ ของตัวเองที่เข้าค่ายนี้มาทำใหม่ และผลที่ได้ก็ชองที่หาบสาบสูญไปจากกาลเวลาอย่าง “ Reebok CLUB C “ หรือ CLUB Champion รองเท้าเทนนิสทรงสวยจากปี 1985 โดยนำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้งในรูปแบบเก่าตาม มาในทรงที่เรียกว่าเบสิกสุดๆ มีแค้ตัวรองเท้าหนังเย็บโลโก้ Reebok ด้านข้าง ใส่ป้ายแบรนด์ในอดีต แต่ที่น่าสนใจก็คือตัวสีสันของวัสดุนั้นจะออกมาดูเก่าเหมือนของที่เก็บมาจาก 30 ปี ที่แล้ว ( ถ้ามีเชื้อราขึ้นที่ลิ้นรองเท้าหน่อยละก็ใช่เลย ) ซึ่ง Reebok ทำออกมาได้อย่างสวยงามมาก ใครเห็นไม่รุ้นึกว่าเอาของเก่ามาโชว์เลย ส่วนกระบวนการผลิตนั้นแม้จะเปลี่ยนโรงงานไปแต่ยังคงทำตามขั้นต่อนเดิมทุกอย่าง ไร้ซึ่งวัสดุ หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเจือปน สีสันก็เปิดแคตาลอกเก่าทำ มีสีอะไรบ้างก็ทำออกมาตามนั้นได้อารมณ์วินเทจอย่างเต็มที่

…………………………………………………………………………………..

* * * * หากคุณรู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ อิ่มเอมใจเหมือนได้ย้อนไปวันวาน ทีมงานขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณได้ก้าวย่างอย่างน้อยก็สู่วัยกลางคนแล้ว ณ ขณะนี้ แสดงว่าตู้รองเท้าที่บ้านคุณจะต้องเต็มไปด้วยรองเท้าหลายยุคหลายสมัยทีเดียวแหละ ถ้าคุณยังเก็บมันไว้อยู่  ( ฮา ) * * * *

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest