Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Classic Rubber Toe Cap Skate Shoes

/
/
/
713 Views

Classic Rubber Toe Cap Skate Shoes

หนึ่งในกระแสการออกแบบที่มาแรงในวงการรองเท้าสเก็ตบอร์ดปี 2016 นี้คงหนีไม่พ้น “รองเท้าหัวยาง“ หรือ “Rubber Toe Cap Shoe“ หนึ่งในดีไซน์ของรองเท้ากีฬาแบบดั้งเดิมที่มีขึ้นตั้งแต่ยุครองเท้าผ้าใบโบราณ โดยสาเหตุที่มีการออกแบบยางหุ้มปลายเท้านี้ก็เพื่อป้องกันการปาดเจ็บบริเวณนิ้วเท้าจากการเวลาเดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ แถมยังช่วยให้รองเท้าทนทนไม่ขายดง่ายอีกด้วย เรียกว่าเป็นนวัตกรรมการออกแบบรองเท้าในยุคแรกๆ ของโลกก็ว่าได้

( Cr. http://ta-mmy.tumblr.com/post/10250701890 )

จากอดีตผ่านกาลเวลามาจนยุค 70’s ช่วงเวลาที่การเล่นสเก็ตบอร์ดได้แพร่หลายขึ้นในสหรัฐอเมริกา รองเท้าผ้าต่างๆ จึงถูกหยิบนำมาใส่ไถ่กระดานติดล้อ ซึ่งสเก็ตบอร์ดก็พัฒนาเทคนิคการเล่นมากขึ้นเริ่ยๆ จนนักสเก็ตพบว่ารองเท้าที่เล่นดี และทนทานที่สุดก็คือรองเท้ากีฬาแบบ Rubber Toe Cap Shoe นั้นเอง เพราะการเล่นสเก็ตต้องใช้ปลายเท้าในการเตะแผ่น ซึ่งก็จะเสียดสีกับกระดาษทราบบนบอร์ดอย่างหนัก ดีไซน์นี้จึงถูกหยิบมาทำรองเท้าสเก็ตมากมาย รุ่นดังๆ ก็อย่างเช่น รองเท้าของ Vision Street Wear , airwalk NTS , Vans Salman Agah แต่สุดท้ายการใช้ยางปลายเท้าหนาๆ ก็เสื่อมความนิยมลงไปพร้อมกับกระแสรองเท้าที่เปลี่ยนไป รุปทรงของรองเท้าสเก็ตบอร์ดมีความทันสมัยเช่นเดียวกับรองเท้ากีฬาแต่ละยุคมาเรื่อยๆ ยุคไหนล้ำอย่างไรรองเท่าสเก็ตบอร์ดก็ล้ำอย่างนั้น แม้ยังมีการใช้ปลายเท้าเป็นยางอยู่บ้างแต่การออกแบบก็ไม่ได้เป็นรูปทรงที่ต่างออกไป แต่กฎของแฟชั่นนั้นอะไรที่ผ่านไปแล้วในอดีตมักจะกลับมาใหม่ในอนาคต วันหนึ่งดีไซน์ของ Rubber Toe Cap Shoe จึงเวียมมาเป็นเทรนด์ใหม่ของวงการรองเท้าสเก็ตบอร์ดอีกครั้ง

Hobie Skate Shoes 1979

(Cr. sneakerfreaker)

Vision Street Wear Hi-Top 1988

( Cr. soleredemption )

Vans Salman Agah  1993

( Cr. pillowheat.com )

กระแสของ Rubber Toe Cap Shoeเริ่มกลับมาในช่วงปลายปี 2014 เมื่อนักสเก็ตหันกลับไปนิยมรองเท้าในสไตล์คลาสสิคกันมากขึ้น รองเท้าสเก็ตบอร์ดในยุคนี้จึงเหมือนย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน ไม่เน้นอะไรมากของตัวรองเท้าเรียบๆ กับพื้นไม่หนามาก ในราคาไม่แพงเป็นพอ ซึ่งนั่นก็ทำให้รองเท้าสเก็ตฯ ทุกแบรนด์หน้าตาเหมือนกันไปหมด จะมีที่เด่นก็คือ Converse CTS โมเดลสเก็ตที่นำรองเท้าหัวยางสุดคลาสิคอย่าง Converse All Star มาออกแบบในปี 2011 ซึ่งก็เหมือนเป็นการชี้ให้นักออกแบบเห็นว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่นักสเก็ตสวนใหญ่ยังอยากได้อยู่ก็คือรองเท้าที่ทนๆ

Converse CTS OX Camo 2012

 

“Rubber Toe Cap Shoe” จึงเป็นโจรท์ที่ถูกเขียนขึ้นกระดานให้ทุกแบรนด์ออกแบบรองเท้าสไตล์นี้ออกมา ซึ่งผลลัพท์ที่ได้ก็เริ่มทยอยออกมาในช่วงไตมาสที่ 3 ของปี 2015 เรียกได้ว่าทุกแบรนด์ต้องทำรองเท้าทรงนี้อย่างจริงจัง โดนเน้นรูปทรงรองเท้าที่คลาสสิคแบบรองเท้าสเก็ตต้นยุค 90’s ซึ่งแน่นอนว่ากระแสนี้จะเป็นหนึ่งในเทรนด์หลักที่มาแรงในปี 2016 อย่างมาก เพราะว่าอะไรก็ตามที่ฮิตในวงการสเก็ตบอร์ดได้ ก็จะฮิตในวงการสตรีทแวร์ได้เช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงรวบรวมรองเท้าสเก็ตบอร์ด Rubber Toe Cap Shoeในต้นปี 2016 มาให้ดูกันว่าค่ายไหนมีอะไร น่าสนใจอย่างไร และมีโอกาศมาขายในไทยหรือไม่ ลองไปอ่านกันได้เลย

DC Evan Smith S

DC รุ่นนี้คือหลักฐานสำคัญอีกหนึ่งชิ้นที่แสดงถึงยุคสมัยของรองเท้าหัวยาง เป็นโปร โมเดลของ Evan Smith นักสเก็ตบอร์ดมือโปรแห่งค่าย DC Shoes โดยการออกแบบนั้นก็เรียกว่ามาใน Look แบบรองเท้าผ้าใบย้อนยุค มีการเย็บตะเข็บเยอะๆ และมีวัสดุยางหุ้มเลยขึ้นมาเพื่อป้องกันการขาดที่รอบนิ้วเท้า ที่ให้ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น DC ให้ทำรองเท้าผ้าใบบ้านๆ คงไม่ใช้งานของพวกเขา ใน Evan Smith S นี้ จึงจัดฟังค์ชั่นสำหรับนักสเก็ตบอร์ดมาเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นหนังกลับ Super Suede ที่ปลายเท้า และพื้นรองเท้าแบบใหม่ที่ให้สัมผัสระหว่างเท้ากับบอร์ดที่ยอดเยี่ยม แทมยังมี ” Impact I ” โฟมรองรับแรงกระแทกรูปแบบใหม่อีกด้วย
     หาซื้อในไทย : Evan Smith S จัดเป็นตัว Flagship ของ DC ในต้นปีนี้ แถมยังเป็นรองเท้าในกระแสอีกด้วย ซึ่งก็คาดว่าน่าจะมีวางจำหน่ายในช็อป DC ประเทศไทยเช่นเดียวกับโปรโมเดลรุ่นอื่นๆ

Converse CONS SUMNER

มันคงเป็นเรื่องยากที่รองเท้ารุ่นนี้จะสามารถแหวกกระแสของรองเท้ารุ่นพ่ออย่าง All Star Chuck Taylor ได้ แต่อย่างไรก็ตาม SUMNER รองเท้าโปรโมเดลของนักสเก็ต  Louie Lopez ก็เป็นอีกแนวทางการออกแบบที่น่าสนใจทีเดียว ตัวรองเท้าจะคล้ายกับเอา Converse Star Player มาผสมกับ Converse CVO กดขอบข้อเท้าให้ต่ำสำหรับให้ความกระชับ และโอบปลายเท้าด้วย Bumbper ยางขอบสูงกินบริเวณรอบนิ้วเท้า ซึ่งดีไซน์ของรุ่นนี้เป็นอะไรที่เหมาะกับการเล่นสเก็ตบอร์ดมาก แต่ในแง่มุมของสตรีทแวร์มันก็เป็นดีไนซ์แบบคลาสสิคที่ดีเอาเรื่องเลยทีเดียว
หาซื้อในไทย : SUMNER รุ่นแรกที่เป็นผ้าใบเข้าไทยมาตั้งแต่กลางปี 2015 แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ไม่ได้ใช้พื้นรองด้านในแบบ Lunarlon วางจำหน่ายในช็อป Converse ทั่วไปในราคาสองพันปลายๆ

adidas Originals Matchcourt

ยังจำ adidas Nizza รองเท้าบาสเกตบอลหัวยางในอดีตได้ไหม? รุ่นนี้ถือว่าเป็นอีกโมเดลยอดฮิตของค่ายสามแถบ และมักถูกหยิบมาใส่เล่นสเก็ตบอร์ดก็เพราะว่ามันมีปลายเท้ายางที่ทนทานนั่นเอง ซึ่งทาง adidas Originals Skateboarding ก็รู้ดว่านักสเก็ตชอบสนีเกอร์ทรงนี้ พวกเขาจึงนำรูปทรงของ Nizza  มาออกแบบใหม่ให้เป็นรองเท้าสเก็ตโดยเฉพาะในชื่อว่า “ Matchcourt “ โดยรุ่นนี้จะมีจุดเด่นที่ยางหนาคาดปิดรอบปลายเท้าในส่วนที่ต้องสัมผัสกับกระดาษทรายของบอร์ดทั้งหมด ตัวรองเท้าหลักจะเป็นหนังกลับเพื่อความทนทานแต่ยังคงไม่ทิ้งมุมมองแบบรองเท้าคลาสสิคด้วยการใส่วัสดุผ้าใบไว้ที่ข้อเท้าด้านหลัง ซึ่งการออกแบบของรุ่นนี้ก็เรียกกระแสความนิยมให้กลุ่มรองเท้าสเก็ตของ adidas Originals ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
หาซื้อในไทย : Matchcourt จัดเป็นโมเดลที่ทำมาเอาใจนักสเก็ตสุดๆ แต่คงไม่แมต์กับการขายในตลาด Mass ทำให้ม่มีรุ่นไม่เข้าไทย ใครจะซื้อก็ต้องสั่งจากต่างประเทสสถาณเดียว จะมีโอกาสก็ต้องรอสีในซีซั่นส์หน้าแล้วลุ้นว่าจะเข้าไทยหรือไม่

Nike SB Zoom All Court CK1

ขึ้นชื่อว่า Nike SB ไม่มีตกเทรนด์อยู่แล้ว โดย Nike มีแนวคิดทำรองเท้าสเก็ตหัวยางมาตั้งแต่ต้นปี 2015 ซึ่งต้นแบบก็คงเป็นรองเท้ารุ่นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Nike All Court รองเท้าเทนนิสจากปี 1975 ของแบรนด์ โดย NIKE SB นำมาปรับปรุงรูปทรงใหม่ร่วมกับ Cory Kennedy  นักสเก็ตบอร์ดในสังกัด และก็ทำออกมาให้เป็นโมเดลซิกเนเจอร์ของเขา ซึ่งสิ่งที่ทำการปรับปรุกหลักๆ ก็เป็นรูปทรงของรองเท้าที่ทำออกมาให้เรียวกระชับกับหน้าเท้า ใส่วัสดุหนังกลับลงไป ปรับหัวยางให้บางลงจากเดิมให้ใส่เล่นสะดวกขึ้น และใส่พื้นรองแบบ Zoom Air ลงไปสำหรับรับแรงกระแทก โดยการออกแบบก็ยังคงความเรียบง่ายในดีไซส์เอาไว้อย่างครบถ้วนซึ่งก็เป็นข้อดีที่นอกเหนือจากหัวยางของรุ่นนี้
หาซื้อในไทย : ถ้า ALL-COURT ไม่เข้ามาขายนักสเก็ตไทยคงเซ็งน่าดู เพราะรุ่นนี้จัดเป็นโมเดลที่อยู่ในกระแสมากๆ ทั้งรูปทรงที่ลงตัว และหัวยางที่ทนทาน มาใน look สุดคลาสสิคที่นักสเก็ตชอบ แม้จะมาในราคา ก็ไม่ใช่ปัญหา สีแรกดำ/ขาวก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว

HUF CLASSIC

“ HUF “ มักจะเป็นแบรนด์ที่จับกระแสสตรีทแวร์ได้เร็วก่อนใคร แบรนด์นี้จึงคาดการณ์ว่ารองเท้าหัวยางแบบโบราณจะกลับมาฮิตอีกครั้ง HUF จึงออกแบบรองเท้าหัวยางของตัวเองมาก่อนใครตั้งแต่ปี 2014 ในชื่อ “ Classic “ โดยรุ่นนี้นำคาแรคเตอร์ของรองเท้ากีฬายุค 50’s – 60’s เป็นต้นแบบ ซึ่ง HUF ก็ออกแบบโครงสร้างของรองเท้าใหม่ทั้งหมดเอาที่นักสเก็ตในทีมใส่แล้วสบายใจ เล่นดี ใส่เท่อย่างที่เราเห็น โดยหัวยางของรุ่นนี้จะทำออกมาเรียวๆ แบนๆ กินขอบขึ้นมาไม่ลึกมาก ทำให้ใส่แล้วไม่เกะกะแต่ยังให้ความทนทานที่ดีอยู่ การออกแบบสีสันก็มาในมาดที่เรียบนิ่ง ไม่มีเย็บโน๋นนี้ให้เลอะเทอะซึ่งก็เป็นสิ่งที่วงการสเก็ต และสตรีทแวร์กำลังชื่นชอบอยู่ในขณะนี้
หาซื้อในไทย : Classic เข้ามาขายในไทยอยู่หลายรุ่นด้วยกัน มาในราคาเริ่มต้นที่ 3,290 ไปจนถึง 3,990 แล้วแต่วัสดุ หรือความพิเศษในการออกแบบ ซึ่งใครได้ลองก็มักจะติดใจในความทนของหัวยาง

New Balance Numeric Pro Court 212

ไม่อยากจะบอกแต่ก็ต้องพูดว่า  “ #Numeric “ แผนกรองเท้าสเก็ตบอร์ดของแบรนด์กีฬาเก่าแก่ New Balance นั้นมาถูกทางแล้วที่หยิบ “Pro Court “ รองเท้ากีฬาหัวยางในตำนานจากยุค 70’s มาทำเป็นรองเท้าสเก็ตบอร์ด ซึ่งแต่เดิมรองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าผ้าใบที่มีทรงเหมาะกับสเก็ตฯ อยู่แล้ว หัวยางรุ่นนี้เป็นอะไรที่น่าเตะมาก แถมยังเป็นรองเท้าที่ราคาไม่แพงอีกด้วย ซึ่งการทำมาปรับปรุงให้เป็นรองเท้าสเก็ตแบบจริงจังจึงถือว่ามาถูกที่ถูกเวลามาก โดย Numeric Pro Court 212 จะแก้ทรงปลายเท้ายางให้เรียวขึ้นสำหรับการเล่นสเก็ตฯ หน้าเท้าปรับให้แบนเพื่อความกระชับ และใช้วัสดุหนังกลับเสริมบริเวณด้านข้างเพื่อให้รองเท้าทนทานขึ้น ต้องขอบคุณที่เทรนด์รองเท้าหัวยางกลับมาไม่งั้นเราลงไม่ได้เห็น Pro Court แบบนี้อีก
หาซื้อในไทย : อย่าว่าแต่ Pro Court 212 เลยแต่ #Numeric สักรุ่นยังไม่มีให้เห็นเพราะแผนกนี้จะขายเฉพาะในร้านสเก็ตบอร์ดเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีร้านสเก็ตในไทยเป็นตัวแทนจำหน่าย ต้องบินไปซื้อเมืองนอก หรือสั่งออนไลน์กันไปก่อน

Converse CONS CTAS Pros

เรื่องนี้ยังไม่จบหากยังไม่ได้พูดถึง Converse CONS CTAS หรือ Chuck Taylor All Star ในเวอร์ชั่นสำหรับสเก็ตบอร์ดนั่นเอง (Pro Skate)  โดยแต่ไหนแต่ไรมา Chuck Taylor All Star ก็เป็นรองเท้าที่นักสเก็ตใส่มาตั้งแต่ยุค 70’s แล้ว โดยหัวยางของรุ่นนี้เป็นอะไรที่เล่นดีมาก ยึดเกาะดี และให้คสมทนทานสูง แถมยังได้อารมณ์ความคลาสสิคแบบสุดๆ เมื่อ Converse หันมาทำรองเท้าสเก็ตบอร์ดจริงจังในชื่อ CONS รองเท้ารุ่นนี้จึงเป็นมือวางอันดับหนึ่งที่จะต้องทำออกมา ซึ่ง CTAS นั้นก็ยังคงรูปทรงโดยรวมเหมือนกับ Chuck Taylor All Star ที่เราคุ้นเคย มองภายนอกแทบแทบไม่ต่าง ซึ่งส่วนที่เพิ่มเติมก็คือวัสดุผ้าใบที่รองด้วยหนังกลับทำหีรองเท้าทนทานขึ้น ส่วนพื้นรองเท้าด้านในก็ซัพพอร์ทด้วยพื้น Lunarlon จาก Nike
หาซื้อในไทย : เรียกว่าไม่เคยมีก็คงไม่ได้ เพราะปี 2015 ที่ผ่านมามีวางขายมาแล้ว 2 รุ่น ราคาก็อยู่ที่ 2,800 – 3,200 บาท แต่ในตอนนี้น่าจะขายกันไปหมดแล้ว ในไทยจะไปเน้นตัว One Star Pro ซะมากกว่า จะไปใส่ Chuck 2 ก็ดูจะไม่ทนเท่า ใครอยากใส่รองเท้าหัวยางที่คลาสิคที่สุดมาเล่นสเก็ตฯ ก็คงต้องหยิบ Chuck Taylor All Star ตัวธรรมดาใส่ไปพลางๆ ตามยุคไปก่อน

Vans 112 Pro

เจ้าพ่อรองเท้าสเก็ตอย่าง Vans มีหรือจะปล่อยให้เทรนด์รองเท้านี้ผ่านไปโดยไม่รวมวง แบรนด์สเก่าแก่จากแคลิฟอร์เนียเจ้านี้จัดว่าถนัดการออกแบบรองเท้าสเก็ตสไตล์คลาสสิคเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กระแสหัวยางจึงเข้าทางเอามากๆ ซึ่งในปี 2016  Vans ก็ได้ออกโมเดลหัวยางอย่าง ” 112 Pro“ ออกมา โดยตัวรองเท้าออกแบบเป็นผ้าใบหัวยางแบบย้อนยุค แต่ออกแบบทรงใหม่หมด เน้นความเพรียวกระชับสำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด ใช้วัสดุเป็นผ้าใน และหนังกลับ  ตัวรองเท้าด้านข้างใช้ผ้าใบ DURACAP ช่วยให้ทนทานมากขึ้น ด้านในใส่พื้นรองรับแรงกระแทกแบบ UltraCush HD และพื้นนอกแบบ Vulc Lite ที่มีน้ำหนักเบากว่า Vans เดิมๆ ส่วนสีสันก็ทำแบบคู่สีง่ายๆ ของ Vans
หาซื้อในไทย : Vans 112 Pro จัดเป้นโมเดลใหม่มากๆ จึงยังไม่มาไทยในตอนนี้ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นเพราะรองเท้าตามเทรนด์แบบนี้ ไม่ขายปีนี้ก็ไม่รู้จะขายปีไหนแล้วละ ถ้าทำมาอีกซีซั่นส์หน้าคงมีลุ้น

 

Cr. tactics , skate park of tampa , ccs

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest