Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Converse V.S. PRO-Keds V.S. Vans ( The U.S. Classic’s Sneakers Champ )

/
/
/
2475 Views

Converse V.S. PRO-Keds V.S. Vans ( The U.S. Classic’s Sneakers Champ )

สงครามสนีกเกอร์ และสตรีทแฟชั่นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นศึกชิงแชมป์รุ่นใหญ่ของแบรนด์รองเท้าผ้าใบคลาสสิคสัญชาติอเมริกกัน โดยเป็นการพบกันระหว่าง PRO-Keds แบรนด์รองเท้าผ้าใบเก่าแก่จากยุค 40’s ที่กลับมาอีกครั้งในปี 2016  และ Converse รองเท้าผ้าใบสุดคลาสสิคซึ่งไม่เคยห่างหายจากท้องตลาด ตบท้ายร่วมวงด้วย Vans แบรนด์รองเท้าสเก็ตบอร์ด และสตรีทขวัญใจวัยรุ่น เรียกว่าเป็นศึก 3 เศร้าของวงการรองเท้าอเมริกัน เพราะทั้ง 3 แบรนด์ต่างมีศักดิ์ศรีดีกรีไม่แพ้กัน แต่ละแบรนด์จะอะไรดีอะไรด้อย อะไรเจ๋งลองไปเปรียบเทียบดูแล้วค่อยๆคิดตามกัน แย้งได้ตามใจชอบเพราะบทความนี้เป็นบทความที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเอง

The Origin 

ทั้ง 3 แบรนด์เรียกว่าเป็นรองเท้าที่มีประวัติความเป็นมายาวนานด้วยกันทั้งหมด มีพื้นฐานความเป็นอเมริกันแบรนด์ เรื่องตำนานมีให้เล่าสืบทอดกันเพียบ Converse เป็นพี่ใหญ่สุดรองลงมาก็ PRO-Keds และต่อด้วย Vans ซึ่งในปี 2016 Vans จะฉลองครอบ 50 ปีของแบรนด์จึงทำให้เรื่องรองเท้าของแบรนด์นี้ดูจะเป็นกระแสหน่อย และมีภาพลักษณ์ที่เป็นวัยรุ่นสูง ส่วนทาง PRO-Keds ก็ได้กระแสของรองเท้ายุคเก่าที่ห่างหายจากตลาดไปนาน ได้อามรณ์ของรุ่นใหญ่ที่คลาสสิค เรียบง่าย ที่คนไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษและปีนี้คนไทยจะสมใจอยากเพราะแบรนด์นี้ได้เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการไม่ต้องฝากใครซื้อหิ้วมากให้อีกต่อไป ส่วน Converse ได้เปรียบตรงความเป็นแบรนด์ใหญ่และมีโรงงานผลิตในไทยเองมานาน มีของเก่า-ของใหม่ ที่เป็นที่ชื่นชอบของนักสะสม เกริ่นนำมาแบบนี้คงทำให้นึกภาพตามต่อได้ว่า สามแบรนด์ นั้นค่อนข้างสูสี จะมี Converse ที่ปลายจะมูกล้ำเส้นออกมาหน่อยตรงที่มีสาวกของแบรนด์เยอะกว่าอันเนื่องมากจากเหตุผลข้างต้น ส่วนโปร-เคดส์ถึงจะเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าไทยมาเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้เองแต่ก็เป็นที่จับตามองการพุ่งกระโดดในไทยอย่างล้นหลาม

Model 

    หากจะเปรียบเที่ยวบินกันก็ต้องหยิบโมเดลที่เป็นเมนูเด่นของทั้ง 3 ค่าย ซึ่งทาง PRO-Keds กลับมาครั้งนี้ด้วย “Royal” ซึ่งมีการพัฒนามาตั้งแต่ ปี 1949  มีทั้งแบบ Low และ Hi ส่วน Converse ก็ต้องยกแม่ทัพใหญ่อย่าง Converse All Star Chuck  Taylor มาทาบ มีทั้งแบบ Low และ Hi เช่นกัน ฝั่ง Vans ด้านนี้มีโมเดลเก่าที่ได้รับความนิยมพอๆ กันหลายรุ่น แต่ถ้าจะหยิบรุ่นที่สามารถวัดกับคู่แข่งทั้งสองได้ก็ต้องเป็น Vans Old Skool และ Vans Sk8-Hi

ตัว PRO-Keds Royal ดูจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Converse All Star Chuck Taylor มากที่สุดเพราะรูปทรงใกล้เคียงกัน เป็นรองเท้าผ้าใบแบบผูกเชือกถึงนิ้วเท้า มีหัวยางป้องกันนิ้ว แต่หากเทียบกันแล้วรูปทรงของรองเท้าทั้ง 2 แบรนด์ นั้นแตกต่างกันมาก Royal จะมีความกว้างของหน้าเท้ามากกว่า All Star Chuck Taylor ที่มีความเรียว ส่วนหัวยางของ Royal ก็จะมีความกว้างกว่าแต่สั้นกว่าของคอนเวิร์ส ส่วนพื้นรองเท้าของ Royal จะมีความหนากว่า All Star Chuck Taylor และมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่น้อยกว่า และหากมองด้านข้างเราก็จะเห็นว่าองศาปลายเท้าของ All Star Chuck Taylor จะมีความเชิดกว่า Royal เล็กน้อย  ซึ่งตัวทรงรองเท้าของ  All Star Chuck Taylor นั้น ก็มีโมเดลที่แตกต่างกันไปอีก แต่โดยรวมแล้วทั้งเวลาใส่ Royal จะให้ความรู้สึกของหน้าเท้าที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยจึงหมดปัญหาสำหรับการสวมใส่ที่ทำให้อึดอัดเท้า ส่วน All Star Chuck Taylor จะได้ความเรียวกระชับในการใส่บางครั้งจึงไม่เหมาะกับรูปเท้าบางทรงและบางคนที่ต้องการความสบายไม่อึดอัดขณะสวมใส่ ส่วนเรื่งอความเท่ดูจะสูสีกันโดยโปร-เคดส์มีดีไซน์โดดเด่นด้วยเส้นแถบข้างชัดเจนจนเตะตา

On Feet Feeling

สำหรับการเทียบกับ Vans Old Skool และ Vans Sk8-Hi นั้น ต้องบอกว่าเทียบยากหากจะเทียบกับสองแบรนด์ก่อนหน้านี้เพราะว่ามากันคนละทรงเลยทีเดียว แต่ถ้าจะวัดกันก็พอจะมีจุดให้มองได้อยู่ โดยโมเดล Old Skool และ Sk8-Hi นั้นจะเป็นรองเท้าในยุคหลังๆ ที่มีการบุขอบข้อเท้าด้ายฟองน้ำ เวลาใส่อาจจะให้ความนุ่มกว่า แต่ก็มีโอกาสที่รองเท้าจะกัดมากเช่นกัน เวลาใส่ Vans แล้วความรู้สึกของตัวรองเท้าจะดูไม่โล่ง เพราะมีโลโก้ขีดด้านข้างเป็นการตัดสี ตัวพื้นรองเท้าค่อนข้างแน่น มั่นคง ให้ความสูงกำลังดี รูปทรงเวลาใส่ดูเต็มเท้ามาก

PRO-Keds Royal นั้นจะมีทรงของหน้าเท้าใกล้เคียงกับ Vans แต่ปลายเท้าจะรู้สึกโตกว่าเพราะมิติของหัวยางที่ปูดออกมา เวลาใส่ออกมาจะดูเต็มเท้า พวกโครงสร้างต่างๆ ทำออกมาแข็งแรง ทำให้ทรงของรองเท้าดูสวย ไม่ยวบยาบ พื้นรองเท้ามีความแข็งแรงกว่า Vans หรือ Converse  และถึงมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าแต่ก็ใส่ได้มั่นคงกว่าเช่นกัน

ส่วน All Star Chuck Taylor ใส่แล้วจะรู้สึกกระชับได้รูปเท้าที่เรียว ปลายเท้าที่กำลังดี อีกทั้งยังมีส่วนประกอบของ ตัวรองเท้ามีโครงสร้างที่ไม่แข็งมากทำให้มีความยืดหยุ่นดี พื้นรองเท้าก็ยืดหยุ่นสูงเช่นกัน  ทรงรองเท้ายวบยาบบ้างแต่ก็ได้ทรงที่ไม่บวมจนเกินไป จึงเป็นที่คุ้นเคยกับภาพรองเท้าคอนเวิร์สที่ใส่ไปนานๆแล้วจะขาดเป็นรูช่วงปลายนิ้วหรือเย็บต่างๆซึ่งก็เป็นความเท่ไปอีกแบบหากว่าชอบ

Production- Material

หากหยิบรุ่นมาตรฐานของทั้งสามแบรนด์นี้มา จะพบว่า  Vans Old Skool และ Vans Sk8-Hi ดูมีแต้มต่อเยอะหน่อยตรงที่มีหนังกลับเป็นส่วนประกอบ ส่วน PRO-Keds Royal และ Converse All Star Chuck Taylor จะเป็นผ้าใบล้วน

Pro -Keds Royal ในเวอชั่ร์ใหม่ปี 2016 นี้ ดูจะทำการบ้านมาต่อกร กับ All Star Chuck Taylor โดยตรง วัสดุต่างๆ เน้นความเนี๊ยบมากขึ้น มีการเสริมพื้นรองเท้าด้านในที่นุ่ม สามารถถอดได้แบบรองเท้ากีฬา ลดแรงกระแทกเวลาสวมใส่

ด้านงานผลิตนั้นต้องเรียกว่าสูสี เพราะทั้งสามรุ่นอยู่ในฐานการผลิตแถบเดียวกัน หลักๆ จะเป็น Made In China ซึ่งตัว  PRO-Keds Royal ในยุคใหม่นี้งานทำออกมาดีเกินขาด ตัวรองเท้าประกอบเนี๊ยบมาก มีวัสดุดีให้ทรงสวย และมีน้ำหนักที่เบาลงเยอะ ส่วนทาง Converse  และ Vans นั้น ก็อยู่ในระดับเดียวกัน หากแต่ว่าทั้งสองแบรนด์นี้มีจำนวนการผลิตที่มากกว่า PRO-Keds Royal หลายเท่าตัว และรุ่นในระดับเดียวกันจะมีราคาที่ถูกกว่า ทำให้งานผลิตอาจจะไม่สมบูรณ์บ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่ได้ส่งผลอะไรกับการออกแบบ โดยข้อดีของ Converse และ Vans คือความคลาสสิค เป็นรูปทรงที่ผู้คนชินตา ซื้อง่ายขายคล่องมีวางจำหน่ายเยอะและเป็นที่รู้จักในไทยมายาวนาน  และ Vans จะได้ความเป็นวัยรุ่นมากกว่า ส่วน Royal เป็นของที่คนรู้จักน้อยกว่า แต่ได้ความแปลกโดดเด่นดูมีอะไรที่แตกต่างจากท้องตลาดและคนที่สวมใส่ทั่วไป

Design

ด้านการออกแบบสีสันนั้นต้องยกให้กับ  All Star Chuck Taylor  ทำออกมาให้เลือกมากมายตลอดทั้งปี มีตั้งแต่แบบคลาสสิค แบบย้อนยุค ไปจนถึงดีไซน์ล้ำๆ สามารถจะสะสมเก็บเป็นกิจจะลักษณะได้ เช่นเดียวกับ Vans ก็มีดีไซน์ต่างๆ ให้เลือกมากเช่นกัน สีทั้งสี มีทั้งลาย และหลากหลายวัสดุ สามารถสะสมได้ ส่วน PRO-Keds Royal ตอนนี้จะขายดีไซน์แบบดั้งเดิมสีพื้นเป็นหลักเพราะเพิ่งนำกลับมาทำใหม่ ทำให้มีตัวเลือกน้อย ส่วนใหญ่เป็นสีพื้นๆ อย่างดำ , ขาว และน้ำเงิน แต่เร็วๆ นี้ก็จะมีการเพิ่มดีไซน์แบบอื่นๆ เข้ามาเติมเต็มทั้งลายคาโม่และดีไซนอื่นๆจะมากขึ้น แม้จะไม่ได้มีแบบเยอะ แต่ลวดลาย หรือวัสดุที่เลือกมาก็สู้ได้ เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก

Prices

   ราคาของ Vans ในรุ่นปกติก็มีราคาสูงกว่าอยู่ราวๆ  2,500 – 3,500 บาท ดูจะค่อนข้างสูงแต่ก็ได้วัสดุหนังกลับมาด้วย  ซื้อง่ายขายคล่อง มีราคา แม้จะเป็นรุ่นธรรมดาก็ขายมือสองได้  สำหรับ PRO-Keds Royal  ราคาว่ากันที่ประมาณ 2,990 – 4,490 บาท อาจจะแพงไปสักหน่อยหากเทียบกับรุ่นมาตรฐานของทั้งสองแบรนด์ แต่งานผลิตของ PRO-Keds Royal แม้จะเป็นรุ่นเบสิกแต่ก็มาเต็มแบบรุ่นพิเศษที่มีพื้นรองเท้าที่ดี ราคามือสองก็พอได้อยู่ วัสดุน้ำหนักเบา หากมองอย่างนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วน Converse นั้น เรื่องราคาชนะขาด เพราะมีตั้งแต่หลักพันปลายๆ จนถึงสองพันปลายๆ

สิ่งที่ทั้ง 3 แบรดน์นั้นมีเหมือนกันคือรูปทรงที่คลาสสิคเหนือการเวลา เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากสหรัฐ ฯ ( แต่ผลิตในจีน ) ซึ่งถ้าจะสรุปง่ายๆ ก็อยู่ที่สไตล์ของผู้ใส่ หากชอบดีไซน์รองเท้าที่เยอะหน่อย ชอบอารมณ์ของรองเท้าที่เป็นวัยรุ่นพวก Vans น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าใครชอบอะไรพื้นฐาน เบสิกเดิมๆ ไม่มีผิดพลาด คลาสสิคตลอดกาล Converse ก็ไม่มีผิดหวัง แต่ถ้าชอบดีไซน์คลาสิคที่แตกต่างแบบเรียบๆ และชอบอารมณ์ในขณะสวมใส่ที่ไม่ซ้ำใครง่ายๆ ไม่เห็นบนท้องถนนเยอะแล้วละก็ PRO-Keds Royal จะตอบโจทย์ได้ดีน่าพอใจทีเดียว

Past , Present and Future of PRO-Keds

รองเท้า PRO-Keds นั้นส่วนใหญ่มาในสีพื้นต่างๆ จะมีพิเศษก็ตรงมีการใช้หนังมาออกแบบ แต่โดยรวมแล้วจะเน้นการออกแบบที่เรียบง่ายซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงถ่ายทอดสู่รุ่นปัญจุบันอยู่ โดยในรุ่นที่เป็น Vintage ของ PRO-Keds Royal นั้นจะมีรูปทรงเช่นเดียวกับในปัจจุบัน แต่จะต่างตามจะตามรายละเอียดในการผลิตตามยุคสมัยต่างๆ ซึ่งในยุคที่เป็น Made in USA นั้นถือว่าเป็นต้นฉบัยที่ค่อนข้างหาดูยากในยุคนี้ ได้รับความนิยมพอสมควรกับผู้ที่ชื่นชอบรองเท้าผ้าใบย้อนยุค

Present :  PRO-Keds x Footpatrol Royal Hi Patchwork

ในยุคนี้คือการนำเอาต้นฉบับมาถ่ายทอดอีกครั้งได้อย่างใกล้เคียงกับของเดิมมา จะต่างก็ตรงที่เนียบของรูปทรงที่มาจากกระบวนการผลิตที่ทันสมัยมากขึ้น เลือกใช้วัสดุที่ดีขึ้น และยังมีการเสริมพื้นรองเท้าด้านในให้ใส่สบาย และระบายอากาศได้ดี โดยในปัจจุบันนอกจากจะนำสีแบบพื้นฐานกลับมาทำใหม่เป็นหลักแล้วยังเพิ่มเติมการออกแบบใหม่ๆ ในวัสดุต่างๆ อย่างหนังแท้ หรือผ้าใบลายพรางที่ช่วนให้ PRO-Keds Royal ดูมีสไตล์เฉพาะมากขึ้น แต่ที่น่าจะทำให้กระแส PRO-Keds มาแรงก็คงหนีไม่พ้นงาน Collaboration ที่ทำร่วมกับร้านรองเท้า หรือแบรดน์สตรีทแวร์ต่างๆ อย่าง “ PRO-Keds x Footpatrol Royal Hi Patchwork “ ที่ออกแบบโดยร้านรองเท้าชื่อดังจากอังกฤษ Footpatrol มาในวัสดุการปะผ้าหลากหลายแบบญี่ปุ่นที่ให้ลวดลายที่สวยงาม ผลิตในจำนวนจำกัด แถมมีขายในไม่กี่ประเทศในโลก

Future : PRO-Keds  Royal Reflective Camo

อนาคตของ PRO-Keds ก็คือการสรรหาวิธีการออกแบบใหม่ๆ ที่มีความทันสมัยตามแฟชั่นในอนาคต อย่างล่าสุด PRO-Keds ก็ได้นำเอากระแสของวัสดุสะท้อนแสงที่วงการรองเท้านิยมมาออกแบบเป็นคอลลเคชั่น Royal Reflective Camo ตัวรองเท้ามาในรูปทรงคลาสสิก ใช้ผ้าใบแบบเดิมแต่เพิ่มเติมลายพรางแบบ Tiger Camo ที่จะสามาระสะท้อนแสงให้ยามคำคืน เป็นอีกรุ่นที่มีฟังก์ชั่นแปลกใหม่แต่ยังคงรสชาติการสวมใส่แบบคลาสสิกอยู่

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest