Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Denim Talk | By O PIGERWORK ep.1

/
/
/
772 Views

Denim Talk | By O PIGERWORK ep.1

ความเป็นมาก่อนจะมาร่วมงานกัน

หลังจากที่ได้รับการติดต่อจาก Chimney Magazine ให้เขียนบทความและเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับยีนส์ ลงในนิตยสารผมตอบรับทาง Chimney ในทันที ด้วยความที่ผมเป็นหนึ่งในคนที่รัก และหลงใหลในเสน่ห์ของยีนส์และมีความต้องการที่จะแบ่งปันความรู้ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อให้เพื่อนๆ และน้องๆ ที่สนใจ ได้หาความรู้และข้อมูลต่างๆ แล้วจะได้มาตกหลุมรักยีนส์ด้วยกันครับ ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของบทความต่อจากนี้ “สนทนาภาษายีนส์ กับ โอ PIGER WORKS” ผมได้แบ่งเนื้อหาของบทความออกเป็น 4 ส่วนเพื่อความสะดวกในการทำความเข้าใจ และค้นหาข้อมูลต่างๆ ภาษาที่เขียน จะเน้นให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริงครับ (วันนี้ทีมงานจึงคัดบทความจากนิตยสารมาเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องยีนส์อย่างต่อเนื่องให้กับแฟนคลับบนสังคมออนไลน์บ้าง)

 

PART 1 : Denim Talk

ขอหยิบยกในส่วนที่มาที่ไปก่อนจะมาเป็นกางเกงยีนส์ที่เราสวมใส่กันทุกวันนี้นะครับ ทำความรู้จักยีนส์ คำที่คุ้นหูผู้คนทั้งโลก

ก่อนที่จะมาเป็นบลูยีนส์เหมือนในปัจจุบันนี้ทราบหรือไม่ว่า ยีนส์มีวิวัฒนาการมาจาก ผืนผ้าใบสีน้ำตาล (ผ้าที่ใช้ทำหลังคารถม้า ผ้าเต้นท์) ถึงยีนส์จะเริ่มต้นจากเครื่องแต่งกายของคนงานไว้สวมใส่เวลาทำงานก็ตาม แต่การใช้ผืนผ้าใบซึ่งมีความหยาบกระด้างมาตัดเย็บ ทำให้สวมใส่ไม่สบายเท่าที่ควร จากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น จากการที่มีผู้นำผืนผ้าลายสองย้อมด้ายยืนส์ด้วยสีอินดิโก้ มาใช้ในการตัดเย็บ กางเกงยีนส์ตัวแรกช่วงก่อนยุค 1900 จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ กางเกงยีนส์ เป็นเครื่องแต่งกายที่น้อยคนนักจะไม่รู้จัก และคงอยู่มานับร้อยปี เรามาค้นหากันดีกว่าว่าอะไรที่ทำให้ ยีนส์กลายเป็นเครื่องแต่งกายของคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกๆ อาชีพ และคงอยู่คู่กายผู้คนนับล้านทั่วโลก

ผ้ายีนส์เริ่มมีครั้งแรกที่เมือง Genoa เมืองท่าของประเทศอิตาลี เป็นผ้าที่ตัดให้กะลาสีสวมใส่เพื่อความทนทานในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่สกปรก และเปียกชื้นได้ดี คนฝรั่งเศสเรียกเมือง Genoa ว่า Gênes และเรียกสินค้าจาก Genoa ว่า Jene ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาเป็น ของ Jean พอมาถึงอังกฤษ คนอังกฤษอ่านคำว่า Jean ว่า ยีน และเมื่อมีคนนำผ้ายีนส์นี้ไปตัดกางเกง เติม S จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า Jeans ยีนส์

ส่วนคำว่า Denim มาจาก Serge De Nimes ชื่อเรียกผ้าเสิร์จ (ผ้าทอลายสอง) ที่ผลิตที่เมืองนิมส์ ประเทศฝรั่งเศส  แต่คนอเมริกันเรียกว่า Denim

“นี่ล่ะครับที่มาที่ไปของคำว่า Jeans และ Denim

 

PART 2: DENIMICTIONARY 

มาเรียนรู้คำต่างๆ ที่มักจะได้ยินกันในวงการยีนส์กันดีกว่าครับ

Oz=ออนซ์ (Ounce) เป็นหน่วยวัดมวลในระบบอังกฤษ ตัวย่อคือ Oz. สำหรับในวงการยีนส์ใช้เรียกน้ำหนักของผืนผ้ายีนส์ว่า ผ้ายีนส์ผืนนั้นมีน้ำหนักเท่าไหร่ต่อขนาดผืนผ้า 1 ตารางหลา และเนื่องจากยีนส์เป็นเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงความทนทาน ออนซ์ของผ้าจึงเป็นคำแรกๆ ที่ควรรู้เลยครับ ถ้าอยากรู้น้ำหนักของผ้ายีนส์ก็เพียงตัดผ้าที่ขนาด 90 X 90 ซม. และชั่งน้ำหนักบนตาชั่งที่มีหน่วยเป็นออนซ์ หรือถ้าไม่มี สามารถใช้ตาชั่งที่มีหน่วยเป็นกรัมชั่งได้นะครับ ชั่งเสร็จแล้วนำมาหาร 28.3415 (1 ออนซ์ เท่ากับ 28.3415 กรัม) ค่าที่ออกมาคือ ออนซ์ของผ้ายีนส์ผืนนั้นครับ เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็จะสามารถหาน้ำหนักออนซ์ของผ้ายีนส์ผืนนั้นได้แล้วครับ

PArT 3: DENIM TRICKS 

เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกซื้อยีนส์ พอเรารู้ว่า W และ L ในกางเกงยีนส์บอกอะไรเราบ้าง

การเลือกไซส์กางเกงยีนส์ให้เหมาะสมกับเรา ก่อนอื่น เราควรทราบรอบเอวก่อนและความยาวของขาวัดจากด้านในก่อน แล้วดูข้อมูลจากตารางไซส์หรือถ้าไม่ทราบจริงๆ หาสายวัดไม่ได้ก็พอที่จะประมาณขนาดกางเกงจากเส้นรอบวงของคอได้ (กรณีไม่ได้ลองใส่) โดยการนำกางเกงตัวนั้นมาโอบรอบคอของผู้สวมใส่ว่ามีขนาดพอดีหรือไม่ ส่วนความยาวหากยังไม่ทราบและไม่มีโอกาสได้ลองกางเกง สามารถประมาณได้เบื้องต้นจากความสูงของเราคร่าวๆ ตามนี้ครับ

ความสูง 165-170 ซ.ม. ความยาว L ที่เหมาะสมคือ 29-30 นิ้ว

ความสูง 170-175 ซ.ม. ความยาว L ที่เหมาะสมคือ 30-31 นิ้ว

ความสูง 175-180 ซ.ม. ความยาว L ที่เหมาะสมคือ 31-32 นิ้ว

ความสูง 180-185 ซ.ม. ความยาว L ที่เหมาะสมคือ 32-33 นิ้ว

ความยาวอาจต่างไปจากนี้ ขึ้นอยู่กับสรีระ และรสนิยมของผู้สวมใส่ เช่น ชอบใส่พับขาควรเพิ่มความยาวเผื่อกรณีพับขาด้วยครับ ถ้าสูง 175 ซม. ต้องการใส่ยีนส์ พับ 2 ทบ
ทบละ 1 นิ้ว ความยาวกางเกงที่เหมาะสมคือ 31+1+1 = 33 นิ้ว 

ยังมีส่วนเพิ่มเติมที่ควรทราบในการเลือกไซส์กางเกงยีนส์ให้เหมาะสมนั่นคือ ผ้าชนิดที่นำมาตัดกางเกงตัวนั้นเป็นผ้า Sanforized หรือ Un-Sanforized ผ้า Sanforized คือผ้าที่ผ่านขบวนการทำให้ผ้าหดตัวเต็มที่ก่อนนำมาตัดเย็บ (จะมีการหดเพิ่มอีกเล็กน้อย ประมาณ 1-3 % หลังซัก)

ผ้า Un-Sanforized จะเป็นผ้าที่ยังไม่ผ่านขบวนการ Sanforized จะมีการหดตัวค่อนข้างมาก (10-14%) ดังนั้นในการเลือกซื้อยีนส์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ว่ากางเกงยีนส์ตัวนั้นใช้ผ้า Sanforized หรือ Un-Sanforized มาตัดเย็บ

 

PArT 4: YOUR QUESTIONS

เพื่อนสามารถสอบถามสิ่งที่อยากรู้เข้ามาได้นะครับ ในครั้งแรกนี้ผมขอหยิบเอาคำถามที่เคยได้ยินมาบ่อยๆ มาตอบกัน

Q: ใส่ก่อนซัก หรือซักก่อนใส่ดี

A: สิ่งที่สำคัญที่เราควรรู้ก่อนก็คือกางเกงยีนส์ตัวนั้นใช้ผ้า Sanforized หรือผ้า Un-Sanforized ถ้าเป็นผ้า Un-Sanforized มาตัดเย็บ ผ้าจะมีการหดตัวหลังการซักค่อนข้างสูง ความยาวหดประมาณ 2-3 นิ้วขนาดรอบเอวหดที่ประมาณ 1-2 นิ้ว เพราะฉะนั้นกางเกงที่ใช้ผ้า Un-Sanforized เราควรซักหรือแช่น้ำให้เรียบร้อยก่อนสวมใส่   สำหรับกางเกงที่ตัดเย็บด้วยผ้า Sanforized จะมีการหดตัวอีกแค่เล็กน้อย ความยาว 0.5-1 นิ้ว เอว 0.25-1 นิ้ว สำหรับในเรื่องของไซส์เราสามารถใส่ได้
เลย โดยไม่ต้องซักครั้งแรก แต่ถ้าพูดถึงความสบาย และความคงทนในการสวมใส่ แนะนำให้ซักครั้งแรกก่อน เพราะการซักครั้งแรกจะเป็นการละลายแป้งที่เคลือบเส้นด้ายออก ทำให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น สวมใส่สบายขึ้น และลดปัญหาความเครียดที่สะสมในเส้นด้ายที่จะทำให้ผ้าเปื่อยขาดได้ง่ายกว่า

Q: ซักกางเกงยีนส์ตัวโปรดด้วยเครื่อง หรือซักด้วยมือดีกว่ากัน

A: คำถามนี้ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่ตอบง่าย แต่จริงๆ แล้วตอบยากมากๆ ครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับรสนิยม และความชอบของเจ้าของกางเกงยีนส์ด้วย ว่าอยากให้กางเกงยีนส์ตัวเก่งออกมาเป็นแบบไหน ผมขอยกตัวอย่างกางเกง 2 ตัวนี้ เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นนะครับ

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest