Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

DID U KNOW | Sneakers Width Fit Guide เท้ารูปทรงไหน? ใส่สนีกเกอร์รุ่นไหน? แบบไหนดี? จึงจะ “สบายเท้า”

/
/
/
1804 Views

รองเท้าหายากยังหาได้ “แต่รองเท้าหายากได้มาแล้วใส่ไม่ได้นี่สิละปวดหัวของจรริง”  ต้องบอกได้ก่อนว่าการจับคู่เท้าเรากับรองเท้าสักคู่นั้นมันก็เหมือนการหาคนที่ถูกใจและต้องลงเอยกันได้จริงๆ บางคนเราชอบมากแต่อยู่ด้วยอาจจะลำบากเหมือนกับการที่บางทีเราเลือกไซส์ที่พอดีแต่รองเท้าก็ยังกัดอยู่นี้นั่นเอง จะเลือกใส่ใหญ่กว่าก็หลวมจนยาวเป็นเรือ นี่เลยอาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไม่ Sneakerheads ทั้งหลายมีความชอบในรองเท้าแตกต่างกันไป บางคนมี  Air Jordan เก็บเป็นคอลเลคชั่น แต่ชีวิตจริงใส่แต่ Roshe Run เพราะมันสบายก็มีเยอะ วันนี้เราก็เลยจะมาว่าถึงเรื่องของ “หน้าเท้าของเรากับทรงรองเท้าของเขาว่าแต่ละรูปแบบอันไหนใส่สบายกว่ากัน”

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่ารองเท้าแต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์นั้นมีรูปทรงต่างกันเพราะฉะนั้นแม้จะเป็นไซส์เดียวกันก็อาจจะมีความกว้างของหน้าเท้าไม่เท่ากันได้ ปกติใส่เบอร์อ 9US ของ Nike Air Force 1 ได้แต่พอไปใส่ Vans ESlip-On ใส่เบอร์ 9US กลับใส่ไม่ได้  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะความกว้างของเท้าแต่ละคนนั้นก็ย่อมไม่เท่ากัน แต่ปัญหาก็คือ คนส่วนใหญ่หากเป็นคนที่ชื่นชอบสนีกเกอร์แล้ว เขามักจะชื่นชอบที่ดีไซน์ของมันเป็นอันดับแรกมากกว่า ส่วนเรื่องใส่สบายนั้นแทบจะเป็นสิ่งรองๆ ลงไป ที่คนอย่างเขาสนใจ แต่หากเมื่อไหร่เราอยากได้รองเท้าที่สวยด้วยใส่สบายด้วยนี่สิปัญหาจึงเกิด

เพราะฉนั้นเราควรจะมาทำความรู้จักกับรูปเท้าของเราก่อน โดยการวางเท้าลงกระดาษเปล่า จากนั้นใช้ดินสอวาดตามรูปเท้าของเราแล้วก็ทำการวัด โดยวัดตามแนวด้านข้างจากส่วนที่กว้างสุดจากฝั่งหนึ่งเป็นอีกฝั่งหนึ่ง จากนั้นก็นำมาเทียบดูกับ ตารางไซส์รองเท้าเพื่อเทียบว่ามีเท้าเป็นขนาดไหน? 

 

1.Narrow / หน้าเท้าแคบ

ลักษณะของหน้าเท้าแคบนั้นจะมีรูปเท้าที่เรียวกว่าปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรูปเท้าของคนเอเชีย ปัญหาของผู้ที่มีหน้าเท้าแบบนี้ก็คือจะใส่รองเท้าส่วนใหญ่หลวม คือปลายเท้าพอดีแต่ด้านข้างและด้านบนเหลือ ทำให้ต้องรัดเชือกให้แน่นมาก เวลาใส่ออกมาอาจจะได้ทรงดูไม่สวยนัก รองเท้าที่มีหน้าเท้าแคบจะแทนด้วยสัญญลักษณ์ว่าขนาด “B” รุ่นที่มีหน้าแคบนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกรองเท้าผ้าใบทรง CVO หรือรองเท้าวิ่งที่เน้นความกระชับสูง แต่ในยุคหลังๆ รองเท้าสเก็ตบอร์ดก็มีการออกแบบรูปทรงที่มีหน้าเท้าแคบและแบนออกมาเพื่อให้รัดกระชับมากที่สุด รองเท้าเหล่านี้ ส่วนใหญ่คนที่เท้าแคบจะใส่พอดี และให้รูปทรงสวย ไม่ต้องเพิ่มไซส์ แต่ถ้าคนเท้าปกติอาจจะมีการบีบต้องมีการเพิ่มขนาด 0.5 – 1 ไซส์ แต่ถ้าคนเท้ากว้างอาจจะต้องเพิ่ม 1.0- 1.5 ไซส์เลยทีเดียว ซึ่งอาจจะทำให้พื้นที่ปลายเท้าเหลือค่อนข่างเยอะเวลาใส่เท้าจะดูยาวเกินไป

ตัวอย่าง

Fix to Fit

วิธีแก้คนเท้าแคบคือการ “ใส่พื้นรองเท้าเสริม หรือ เปลี่นพื้นรองเท้าใหม่ให้มีความหนาขึ้น”

แต่หากทำยังก็ยังหลวมอยู่ลองหาผ้ายืดรัดข้อเท้ามาสวมภายในอีกชั้นก็จะพอช่วยได้

.

2. Average / ขนาดเท้าปกติ

ก้มลงมองแล้วลองวัดดูถ้าเท้าของคุณมีขนาดตามนี้ตามตาราง Average คุณคือผู้โชคดี ที่รองเท้าประเภทสนีกเกอร์ในโลกส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อคุณ เลือกขนาดความยาวเป็นหลักพอ แต่ก็อย่างที่บอก เราเลือกใส่รองเท้าจากรูปทรง หรือรุ่นที่เราอยากใส่ เพราะฉะนั้นไม่มีใครห้ามคุณใส่รองเท้าที่มีหน้าแคบ หรือรองเท้าที่มีหน้ากว้างได้ ในรองเท้าหน้าแคบการเพิ่มขนาดไปที่ 0.5 ไซส์นั้นจะทำให้ด้านข้างของรองเท้าขยายขึ้นโดยที่ปลายเท้าไม่เหลือมาก ถ้าคุณจะใส่รองเท้าที่หน้ากว้าง คุณก็ใช้การลดไซนฺ 0.5 ให้มันพอดีขึ้นได้เช่นกัน ขนาดเท้าปกติจะใช้สัญลักษณ์ตัว “D”  แทนในขนาดรองเท้า แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครระบุเท่าไหรj ต้องไปลองใส่กันเอง

ตัวอย่าง

Fix to Fit

ตัวแปลสำคัญของความพอดีในรองเท้าที่มีขนาดปกติมักจะอยู่ที่วัสดุที่ตัวรองเท้าใช้ บางรุ่นเป็นผ้าบางๆ

คนเท้าปกติจะหลวมเล็กน้อย แต่ถ้าวัสดุบุมาหนาก็จะกระชับพอดี “วิธีแก้คือเลือกความหนาของถุงเท้าให้เหมาะสม”

.

3.Wide / ขนาดเท้ากว้าง

ขนาดเท้ากว้างก็คือรูปเท้าที่มีความกว้างกว่าปกติไม่สมดุลกับความยาว หากใส่รองเท้าที่มีความยาวพอดีจะมีความรู้สึกบีบแน่นหน้าเท้าอึดอัดมาก รูปเท้าแบบนี้คนไทยอาจจะมีไม่เยอะ แต่ชาวอเมริกันและยุโรปนั้นต่อนข้างจะมีมาก ทำให้การออกแบบรองเท้าลำลองของหลายๆแบรนด์จะเน้นดีไซน์หน้าเท้ากว้างเอาไว้ก่อน สัญลักษณ์ของหน้าเท้ากว้างจะแทนด้วย “E” รูปเท้านี้สร้างปัญหากับการสวมใส่สนีกเกอร์อเอาเรื่องทีเดียว คุณอาจจะต้องตัดใจจากรองเท้าในกระแสบางรุ่น หรืออาจจะต้องเพื่มไซส์ให้ใหญ่กว่าปกติที่ใส่อยู่จนปลายเท้าเหลือเป็นคืบ

แต่ก็อีกนั่นแหละ รองเท้าที่มีหน้ากว้างส่วนใหญ่เป็นรองเท้าลำลองทั่วไปไม่ใช้สนีกเกอร์สวยๆ ซึ่งทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือการเพิ่มขนาดรองเท้าให้ใส่สบายไปเลย จะเหลือที่ปลายเท่าเยอะก็ดีกว่าใส่แล้วเจ็บเท้า หรือไม่ก็แนะนำเป็นพวกรองเท้าหรือสนีกเกอร์ที่มีรูปทรงค่อนข้างกว้าง ไม่บีบรัด ปัจจุบันมีอยู่หลายรุ่นที่หน้าใส่ทีเดียว อันนี้ผู้ที่มีหน้าเท้ากว้างทั้งหลายก็ต้องช่างใจเลือกเอา

ตัวอย่าง

Fix to Fit

การแก้ปัญหากต้อง ใส่รองเท้าทรงปกติแบบที่ไม่ต้องเพิ่มไซส์ก็คือการเปลี่ยนพื้นรองด้านในให้บางที่สุด

แต่หากเป็นรองเท้าที่มีทรงหน้าแคบก็ควรเลือกไซส์ที่ใหญ่ขึ้น 1 – 1.5 ไปเลย จากนั้นก็ค่อนหาถุงเท้าที่มีความหนาพอดีมาปรับให้กระชับ

 

******     *****     *****      ******     *****     *****      ******     *****     *****       ******     *****     *****      ******     *****     *****

Run Over or Run Under

เมื่อพอเห็นภาพเริ่มเข้าใจแล้วว่าหน้าเท้าทั้ง 2 ขนาดนั้นเหมาะกับรองเท้าแบบไหน และจะทำอย่างไรให้ใส่รองเท้าที่ตนชอบได้ ทีนี้มาดูรองเท้าที่มีขาดไม่ปกติกันหน่อย จริงๆ ก็ไม่ถึงกับผิดปกติหรอก แต่บางรุ่นนี้การออกแบบให้หน้าเท้ากว้าง/ยาว Over ใหญ่กว่าปกติ ทำให้ใส่ตรงขนาดแล้วหลวม ต้องลดไซส์ลงจากขนาดปกติที่ใส่อยู่ หรือบางรุ่นมีหน้าเท้าแคบไซส์ Under ขนาดเล็กกว่าปกติต้องใส่ใหญ่กว่าไซส์บนป้ายก็ทำให้อาจจะต้องเพิ่มไซส์

เรายกตัวอย่างมาให้ดูกันคร่าวๆ อย่างละ 10 รุ่นระหว่างไซส์ และ Over ลดไซส์ลงจากขนาดปกติที่ใส่อยู่

 

ทีนี้เราก็พอจะมีแนวทาง และมีไกค์ในบางรุ่นตามภาพแล้วว่าเหมาะกับหน้าเท้าแบบไหน ต่อๆไป หากมีรุ่นใหม่ๆออกมาก็ใช้แนวทางนี้ให้เป็นประโยชน์ ทางทีดีถ้ามีโอกาสได้ลองก่อนใส่ก็จะดีมากๆ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ แฟนๆ chimneychannel.com ของเราได้ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้เจอ “เนื้อคู่” ที่ลงตัวทั้งดีไซน์และหน้าเท้าของท่าน(ฮา)

article by Chimneychannel.com
  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest