Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Have All Sneaker Factory Outlets Lost Their Appeal? ร้านรองเท้า Outlets กำลังจะหมดความน่าสนใจไปหรือไม่?

/
/
/
804 Views

Have All Sneaker Factory Outlets Lost Their Appeal? ร้านรองเท้า Outlets กำลังจะหมดความน่าสนใจไปหรือไม่?

Outlet ”  เป็นคำที่คอรองเท้าหลายคนได้ยินแล้วก็อยากจะเข้าไปเหลือเกิน เป็นสถานที่มีลุ้น ว่าจะมีรองเท้ารุ่นอะไรลดราคาบ้าง ลดมากแค่ไหน และทุกครั้งที่ได้ยินคำนี้ก็ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะแอบมีความหวังจะได้เจอรองเท้ารุ่นเด่นราคาดิ่งหลุดมาวางจำหน่ายในตอนที่เราก้าวเข้าไปในร้าน ซึ่งแม้ประเทศไทยจะมีร้านรองเท้า Outlet แบบจริงจังมาไม่นานนัก แต่ในเวลาไม่นานร้านเหล่านี้ก็กระจายไปทั่วกรุ่งเทพฯ และตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ กลายเป็นอีกทางเลือกใหม่ของนักช้อป ซึ่งหลายๆ ร้านนั้นก็มีโรปโมชั่นที่ดี มีสินค้าและราคาที่น่าสนใจมาก

แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังจะหมดไปหรือเปล่า? Outlet ยังคงเป็นสถานที่ที่ตื่นเต้นอยู่หรือไม่เมื่อเทียบกับการลดราคาของแผนกรองเท้าในห้างดังใกล้บ้าน หรือมันลดราคาจริงๆ หรือแค่สร้างภาพว่าลด ที่หนักกว่านั้นก็คือของปลอมที่มาในคราบ Outlet ตั้งอยู่กลางลานโปรโมชั่นห้างดังแต่ดันมีแต่รองเท้ารุ่นยอดฮิตในราคาหั่นครึ่ง หลอกลวงผู้บริโภคจจำทำให้คำว่า Outlet นั้นถูกมองไปในทางลบ

บทความ ” Have All Sneaker Factory Outlets Lost Their Appeal? ” จาก hypebeast.com นี้จะพาคุณรู้จักกับสวรรค์ของนักช้อปกัน ซึ่งเนื้อหานั้นจะพูดถึงตลาด Outlet ในสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่กว่าของบ้านเรามาก และมีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าแต่ก็สามารถทำให้เราได้เข้าใจธุรกิจนี้ได้ดี ซึ่งตลาดของ Outlet นั้นใหญ่แค่ไหนเอาเป้นว่ามันใหญ่พอที่จะทำให้แค่ใช้ป้ายราคาข้างกล่องผิดก็อาจจะทำให้โดนฟ้องหมดเป็นเงินล้านได้เลย

 

author By defynewyork / Staff

 

Have All Sneaker Factory Outlets Lost Their Appeal?

ผมจำได้แม่นสำหรับครั้งแรกที่ก้าวขาเข้าไปในร้าน Nike Factory outlet มันเป็นฤดูร้อนปี 1990 ครอบครัวเราเดินทางไปเที่ยวฟลอริดา ตอนนั้นผมอายุ 9 ขวบใส่รองเท้าไซส์ 9US ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าเป็นไซส์ยอดนิยม มีราคาสูงเมื่อเทียบกับไซส์อื่นๆ ผมกลอกตาไปรอบร้านในที่สุดก็ไปหยุดอยู่ที่คู่หนึ่ง นั่นก็คือ Nike Air Trainer SC II lows ในสี white, Light Zen Grey, Black และ Rad Green ราคานะเหรอ?  $40 USD ลดเยอะมากพอที่จะทำให้มันน่าสนใจ ซึ่งราคานี้หาไม่ได้ทั่วไป  พวกโมเดลตระกูล Nike Trainer เต็มที่ก็ลดราคาก็แค่  $10 USD แน่นอนมันก็ไม่มากพอที่แม่ของผมจะยอมจ่ายให้กับแค่เพราะมันมีแอร์ที่เท้า ที่เล่าให้ฟัง เพราะนอกจาก Nike Air Trainer SC II คู่นี้แล้ว ในรอบปีถัดมาผมก็ยังเจอรุ่นเด่นราคาดิ่งอีกหลายคู่ ไม่าว่าจะเป็น Huaraches สี Scream Green ปี 2000 ราคา $20 USD  , Jordan XVII ปี 2003 ราคา $60 USD  และ Nike ID Presto ปี 2007 สนีกเกอร์ที่ทำมาเป็น two full size runs ( ทำ 2 ไซส์เป็น 1 ไซน์เดียวกันแล้วขายเป็นไซส์แบบ S M L XL )  ในราคา  $5 USD (ใช่แค่ $5 USD เท่านั้น)  มีอีกหลายรุ่นที่ลดราคาจนน่าสนใจ หากแต่ว่าราคาดีๆ นี้มันหายไปนานแล้ว

ย้อนกลับมายังปี 2016 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมเหยียบเข้าไปใน factory outlet ซึ่งเป็น Factory store (ร้านค้าราคาโรงงาน ) ของ Reebok และ adidas ซึ่งขอบอกก่อนว่าผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เดินเข้าไปเจอของที่โอเคในราคาที่โอเคด้วย แต่สิ่งที่ผมเป็นบนป้ายราคานั้นกลับเป็นอะไรที่น่าตกใตกว่านั้นมาก เพราะมันเขียนว่า “ราคาเต็มอยู่ที่ $99.99 USD / ราคา Outlet ลดเหลือ $99.58 USD”  (หรือลดไป 41 cents ซึ่งจริงๆ แล้วรุ่นนี้มันลดราคาอยู่ในร้านออนไลน์ไปกว่าครึ่งราคาแล้ว) มันทำให้ผมงงมากในตอนนั้นถึงกับต้องมาทบทวนว่านี่มันคุ้มแล้วเหรือ กับค่าน้ำมันที่ขับรถออกมานอกเมืองเพื่อมาเจอรองเท้าลดแค่นี้ แน่นอนมี Face Book pages มากมายที่ติดตามสินค้าใน factory outlets ว่ามีที่ไหน มีอะไรลดบ้าง เป็นการช่วยชี้เป้าให้เหล่า sneakerheads หารุ่นเด่นราคาดิ่งที่ตนอยากได้ แต่บอกตรงๆ เลย เดียวนี้คุณไม่ต้องไปไกลขนาดนั้นแล้ว เพราะคุณสามารถหารุ่นเด่นราคาดิ่งแบบ factory outlets ได้ตามร้านรองเท้าทั่วไปเช่นเดียวกัน ซึ่งผมก็ยังสงสัยว่าผมคิดไปเอง หรือว่านี่คือความจริงของ outlets ยุคปัจจุบัน

 

 History Of Outlets

แต่ดั้งเดิมมาคำว่า “outlet” ในวงการค้าขายจะหมายถึงร้านค้าที่จำนำสินค้าเหลือจากสต็อกโดยเฉพาะ จำหน่ายโดยตรงจากโรงงานในราคาที่ลดแล้ว ซึ่งร้านเหล่านี้ก็ยังขายสินค้าที่มีตำหนิด้วย โดย Outlet stores ก็มีอยู่หลายประเภทตั้งแต่ Outlet จำหน่ายสินค้าที่หน้าโรงงาน , Outlets แบบห้างฯ หรือเป็นย่านของร้าน Outlet และ Outlet ที่แยกตัวออกมาอยู่เดี่ยวๆ ไกลๆ

Outlet หรือ Factory Outlet แห่งแรกเกิดที่ไหน? ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเกียงกันอยู่ ในรายงานชิ้นหนึ้งอ้างว่าร้านค้าแบบนี้นั้นเริ่มขึ้นในช่วงปลายยุค 1980’s เมื่อโรงงานเสื้อผ้า และรองเท้า เริ่มมีกำลังผลิตเกินกว่าความต้องการจึงเปิดร้านค้าไว้สำหรับจำหน่ายสินค้าให้กับพนักงานในราคาถูก แต่อีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่าร้านทำนองนี้มันเริ่มตั้งแต่ปี 1936 โดย Anderson-Little ผู้ผลิตเสื้อผ้าผู้ชายที่ทำการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าหน้าโรงงานโดยตรงขึ้น  นอกจากนี้ยังมีอีกฝั่งที่แย้งว่าจริงๆ คนแรกที่ทำร้านค้าในแบบขายของมีตำหนินี้คิอ Harold Alfond ผู้ก่อตั้ง Dexter Shoe Company ซึ่งเปิดกิจการ factory outlet store มาตั้งแต่ยุค 1960’s แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องเล่าของ Alfond มีน้ำหนักมากที่สุดเพราะเข้าหลักการของธุรกิจ Outlet ซึ่งร้านนี้เกิดขึ้นเมื่อโรงงานผลิตสินค้าผิดพลาด บริษัทต้องทำการขายรองเท้าที่มีตำหนิเหล่านั้นแก่คนงาน (ปัจจุบันเรียกว่า “off-price specialists” เป็นการหั่นราคาเฉพาะกิจ ) เพื่อไม่ให้ขาดทุน ซึ่งมันราคาอาจจะลดไปถึง 5 เท่าจากราคาขายปลีกเลยก็ได้ ซึ่งตัว Alfond นั้นคำนวนการวางราคามาเป็นอย่างดี และตัดสินใจทำการหันราคาทิ้ง เริ่มเป็นธุระกิจร้านค้าราคาโรงงาน แล้วถ้าหากของมีตำหนินั้นไม่พอขาย พวกเขาก็แต่เติมลงไปด้วยของตกรุ่น หรือสินค้าสต็อก   ณ จุดนี้จึงเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการค้าของเหล่านักหิ้วของลดราคาในยุคเริ่มต้น

มันเป็นเหมือนการนำวิทยาศาสตร์มาอธิบายธุระกิจอย่างที่ Stanley K. Tanger & Co บริษัทของ Tanger ธุรกิจ outlets รายใหญ่ได้กล่าวไว้ พวกเขาระมัดระวังแม้กระทั้งการเลือกสถานที่ตั้ง พวกเขาเลือกสถานที่ที่อยู่นอกเขตเมือง นอกเขตชุมชนเพื่อให้มีต้นทุนสถานที่ที่ถูก แต่เลือกไปตั้งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยว Tanger Outlets ที่ประสบความสำเร็จที่สุดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ทางไปรีซอสของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวหมุ่นเวียนมาไม่ตำกว่า 5 ล้านคนต่อปี เป็นเส้นทางที่มีรถยนต์ผ่านไม่ต่ำกว่า 50,000 คันต่อวัน แถมยังใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงจากเมืองเท้านั้น เป็นกาสร้างลักษณะพื้นที่สำหรับธุรกิจแบบ outlets ที่ยอดเยี่ยม outlets ส่วนใหญ่จึงมักอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวสำคัญๆ

 

The Good, Bad and the Ugly

For you @savingsguru lol #reebok #outletfail

A post shared by DeFY. New York (@defynewyork) on

ร้าน  outlet มีทั้งข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่น่ารังเกียจ ภายใต้การเป็นธุรกิจเสริม factory outlet กลับสร้างความสมบูรณ์แบบในตัวมันเอง มันกลายเป็นช่องทางในการระบายสินค้าที่มีตำหนิ , สินค้าเก่า หรือสินค้าที่ผลิตเกินได้อย่างดี สามารถสร้างรายได้ไปพร้อม ๆ กับการดำเนินธุรกิจหลัก และอาจจะเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าที่มีกำลังไม่มากนักให้มีโอกาศได้รู้จักกับสินค้ามากขึ้นด้วย   แต่อย่างไรก็ตามสถิติที่บันทึกไว้ก็วาดภาพที่ต่างออกไป สถานการณ์ของ Outlet ปัจจุบันอาจจะไม่ดีนัก ตามรายงานของ statista.com ช่วงปี 2008-2015 ได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาของ adidas ซึ่งมี factory outlets ของตัวเองถึง 872 แห่ง ในขณะที่มี concept stores ( ร้านปกติของแบรนด์ ) อยู่ที่ 1,698 แห่ง โดยในปี 2009 ยอดขายสุทธิของ factory outlet ทั่วโลกรวมกันลดลงถึง 11% ส่วนทาง concept store ลดลงไปแค่ 1% เท่านั้น ที่น่าสนใจกว่า และดูจะเป็นการสนับสนุนทฤษฎีว่า factory outlets นั้นกำลังเสียหลัก คือหลังจากปี 2009 นั้นยอดขายกลับตกลงอีก 4% จนนับรวมมาถึงปี 2014 ก็ตกลงไปที่ 14%  ( ตกลงไปมากกว่ายอดขายทาง Internet ) ในอีกแง่หนึ่งแนวทางการดำเนินธุรกิจ factory outlets นั้นก็ยังคงจำกัดอยู่ในกิจการขนาดเล็ก และอยู่ภายใต้การควบคุมราคาอย่างเคร่งครัดอย่างล่าสุดที่ Nike ทำการประกาศจะฟ้อง Outlet ที่ทำการตั้งราคาหลอกลวงผู้บริโภค

ตามคดีความที่ว่านั้นคือมี Outlet ของ Nike บางแห่งในสหรัฐฯ มีการอ้างตัวว่ามีส่วนลดออกจาก “ ราคาแนะนำ” หรือ ‘Suggested Retail Price.’”  ซึ่งเป็นราคาที่แบรนด์กำหนดไว้สำหรับการขายปลีกปกติ  แต่จริงๆ แล้วสินค้าที่วางจำหน่ายใน Outlet ทาง Nike จะแยกสินค้าออกมาโดยเฉพาะ และมีการทำราคาใหม่ที่เรียกว่า MSRP ( Manufacturer’s Suggested Retail Price หรือราคาแนะนำจากผู้ผลิต เป็นราคากลางที่ผู้ผลิตกำหนด  ) ซึ่งปกติร้านค้า Outlet จะขายในราคาต่ำกว่าเป็นปกติอยู่ แต่กลับมีการการใช้ป้ายราคาที่ลดลงมาว่า “Our Price”  ในร้านเหล่านี้ทำให้ผู้คนเกิดความเข้าใจผิดว่า “ Our “ นั้นคือ Nike เป็นราคาจากทาง Nike ทำให้รู้สึกว่ามันถูกมาก

ในขณะที่อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย แต่สิ่งที่ต้องรีบแก้ไขก็คือการทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าประเภทที่ไม่สามารถแยกได้ว่า ‘suggested retail ’ นั้นหมายความว่าราคาแนะนำที่ Nike สำหรับการวางจำหน่ายแบบทั้วไป ส่วน ‘our price’ นั้นหมายถึงราคาของ factory outlets ที่ขาย ซึ่งนั่นคือราคาหน้าร้านของ Outlet และหากจะเอามาเป็นการคำนวนส่วนลดแล้วก็ต้องมีการแจกแจงออกมา  อย่างไรก็ตาม Nike และ outlets ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีการบิดเบือนราคา ย้อนกลับไปที่การไปร้าน outlet ของ  Reebok และ adidas ข้างต้น การที่มีสินค้าลดราคาลงมาแค่ 41 เซน นั้นเป็นความบกพร่องในการลดราคาหรือสินค้าไม่มีของในสต็อกแล้ว  ลอกนึกภาพเวลาเดินเข้าไปร้านรองเท้าขนาดใหญ่ และมองไปที่ป้ายราคา สมมุติตั้งไว้ $100 USD แล้วเขียนว่าลดไป 41 เซน คงเป็นเรื่องที่ทำให้ที่บริษัทถูกหาว่าหลอกลวงผู้บริโภค และทำให้เชื่อว่ามีการลดราคา แต่จริงๆ มันไม่ใช่เลย  .

ร้านค้าเหล่านั้นจำนวนมากต่างมีมีโรงงานเฉพาะของตัวเอที่แยกตัวออกมาเพื่อทำการผลิตเสื้อผ้าที่กับของที่ขายในร้านค้าทั่วไป แต่จะผลิตในต้นทุนที่ถูกกว่า หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือพวกเขาผลิตของลองเลียนแบบสินค้าของตัวเอง

ตามรายงานของ  Fox 31 investigative report,  ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น Dahlia Weinstein อธิบายให้ฟังว่า Outlets หลายๆ แห่งมีการผลิตสินค้าจำหน่ายเองแยกจากสินค้าที่ผลิตจำหน่ายโดยทั่วไป หรือพูดง่ายๆ ว่าผลิตของที่ลอกเลียนสินค้าของตัวเองเพื่อให้สามารถดจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกกว่า ประเด็นนี้นำไปสู่การสืบสวนสอบสวน ซึ่งคุณ Weinstein ก็ได้รันำกระเป๋าที่มาจากร้าน retail store ของ Coach และ อีกใบที่มาจาก Coach Outlet มาเทียบกันเพื่อหาความแตกต่าง ซึ่งเธอก็พบว่ากระเป๋าจาก outlet store นั้นมีคุณภาพการผลิตที่ต่ำกว่า และมีลายละเอียดการเย็บต่างๆ ไม่เหมือนกับกระเป๋าจากร้าน retail และเธอยังพบสินค้าประเภทอื่นๆ อย่างเช่นกางเกงยีนส์ที่มีลักษณะดังกล่าว

เธออธิบายว่าหลายครั้งที่เธอพบคุณภาพของสินค้าที่ต่างกันชัดเจนระว่างสินค้าจากร้านค้าทั่วไปกับสินค้าจาก Outlet ซึ่งรองเท้าใน Outlets ก็มีโอกาศจะเป็นเช่นนั้นได้ เพียงแต่ว่าหากเป็นรองเท้าจะสังเกตุความต่างที่จะรู้ว่าคู่ไหนมาจากretail stores หรือคู่ไหนมาจาก factory outlets ได้ยาก

โดยในปี 2014 ฝ่ายนิติบัญญัติกระตุ้นให้คณะกรรมาธิการการค้าแหงสหพันธรัฐ หรือ FTC (เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหรัฐ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลธุรกิจการค้าให้ดำเนินงานอย่างถูกต้องและยุติธรรม) เข้ามาดูแล และในปี 2016 เราก็ได้เห็น Nike ก็กำลังจะฟ้องบริษัทอื่นๆ ที่ทำเช่นนั้น

 

The Future of the Factory Outlet

เท่าที่เรารู้จักร้าน factory outlet มันอาจจะหยุดอยู่แค่ทศวรรษที่ผ่านมาถ้าหากกฎหมายจับได้ว่าเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคเราคงได้เห็นการกลับมาของช่วงลดราคาขนาดใหญ่ บริษัท และตัวแทนจำหน่ายต่างเตรียมพร้อมกลยุทธ์ใหม่มมารองรับไว้เรนียบร้อยแล้วอย่างเช่นกลยุทธ์ “restocks” หรือการที่สินค้าที่วางจำหน่ายหมดไปแล้วกลับมาขายอีก สร้างภาพลวงตาว่าสินค้านั้นหมดไปแล้วทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วยังมีสินค้าอยู่พร้อมจะเติมสต็อก พวกเขาจะปล่อยสินค้าในจำนวนน้อยๆ แบบนี้ไปอีกพักใหญ่ นั่นทำให้ของในคลังค้างอยู่หน้าร้าน หรือไม่ก็อาจจะต้องส่งไปที่ outlets แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะขณะรองเท้าเมื่อ 3 ปีที่แล้วยังสามารถการกลับมาขายใหม่อีกครั้งบนร้านค้าปลีกออนไลน์ของแบรนด์ รวมไปถึง SNKRS app. อะไรก็คงเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest