Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Hypebeast |100 บุคคลสำคัญแห่งปี ที่ขับเคลื่อน วงการสตรีทแฟชั่นโลก

/
/
/
2509 Views

Hypebeast |100 บุคคลสำคัญแห่งปี ที่ขับเคลื่อน วงการสตรีทแฟชั่นโลก

ผ่านเข้าสู่ปี 2016 มาลึกพอสวมควร!!!  คุณผู้อ่านก็คงเห็นหลายกระแสที่เริ่มเกิดขึ้น หรือกำลังจะหายไป เหมือนกับซีรีส์ที่กำลังจะผ่านมาหนึ่งส่วนสี่ของซีซั่นซะแล้ว หากแต่ว่าในวงการสตรีทแวร์นั้นไม่ได้มีตัวละครแค่ 10–20 คน ที่คอยขับเคลื่อนวงการ หากแต่วงการนี้เป็นละครเรื่องใหญ่ที่มีบทบาทของผู้คนมากมาย เมื่อช่วงต้นปี 2016 Hypebeast สื่อด้านสตรีทแวร์เจ้าใหญ่ของโลกทำการรวบรวม 100 บุคคลสำคัญในวงการสตรีทแฟชั่นปี 2015 มานำเสนอ ซึ่งบทความนี้เป็นอะไรที่มีประโยชน์มาก เพราะได้รวบรวมบุคคลที่น่าสนใจ บางคนเป็นคนที่ชาวสตรีทแวร์ หรือคอรองเท้ารู้จักกันดี บางคนเราไม่เคยได้ยินชื่อ แต่พอรู้ว่าคนนี้นี่แหละเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันจึงเกิดขึ้น เป็นเหมือนการอธิบายตัวละครสำคัญในวงการสตรีทแวร์ก็ว่าได้ เช่นนี้เราจึงต้องขอขอบคุณบทความดีๆนี้จาก Hypebeast พร้อมกับขอบอกกล่าวผ่านสื่อตรงนี้เลยเพื่อยกบทความดี ๆ นี้มาแปล และ  “เสริมเนื้อหาบางประการเพื่อความเข้าใจลงไปให้ผู้อ่าน” ได้รู้จักเขาเหล่านี้ ง่ายขึ้นและมากขึ้น สำหรับทาง CHIMNEY เอง คงทำหน้าที่แปลพร้อมสอดแทรกตามที่เกริ่นนำ และถ่ายทอดความรู้สึกหรือมุมมองความต้องการต่อทั้งร้อยบุคคลที่่ขับเคลื่อนวงการสตรีทโลก ซึ่งเป็นความคาดหวังเล็กๆน้อยๆ ด้วยหัวข้ออย่าง   ” What we expect! “ เพื่อบอกกล่าวพูดคุยต่อแฟนคลับหนังสือ และเว็บไซต์ www.chimneychannel.com ของเรานั่นเอง

คำพูดที่บอกว่า “นิตยสารกำลังจะตาย” นั้นเป็นเหมือนคำสาปเมื่อสื่อเข้าสู่โลกดิจิตอล แต่กลับมีนิตยสารฉบับหนึ่งชื่อ  “Kinfolk” ที่สามารถถอนคำสาปนี้ แล้วสอนให้รู้ว่านิตยสารนั้นอยู่ได้เสมอถ้ามันเจ๋งจริง Kinfolk จึงเริ่มแพร่กระจายไลฟ์สไตล์แบบใหม่สู่ผู้คนทั่วโลกผ่านมุมมองที่หลากหลายของ Nathan Williams ผู้ร่วมก่อตั้ง และบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Kinfolk เขานำเสนอเรื่องราวสุดนำสมัย ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น การกิน การท่องเที่ยว ไปจนถึงกิจกรรมแปลกใหม่ต่าง ๆ ผ่านการถ่ายภาพที่พิถีพิถัน การจัดอาร์ตเวิร์กที่ประดิษฐ์ประดอย นำเสนอชีวิตแบบสบาย ๆ และนำไปสู่กระแส “Hipster” ทั่วโลก

What we expect : ไม่ว่าความสำเร็จของ Kinfolk นั้นจะทำให้นิตยสารเปลี่ยนไปอย่างไร เราก็ยังอยากรู้ว่าพวกเขาจะสรรหาอะไรที่ล้ำกว่านี้มานำเสนอ

……………………………………………………………………………………….

Nick Kinght คือศิลปิน/ช่างภาพ/ผู้กํากับชาวอังกฤษที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในยุคปัจจุบัน ภาพถ่ายของเขามีความโดดเด่นของแสงเงาที่ออกมาราวกับภาพเขียนสีน้ำมัน และยังเป็นช่างภาพแฟชั่นมือวางอันดับต้น ๆ ของโลกที่ถ่ายให้กับนิตยสารชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Vogue, Dazed & Comfused, W magazine, i-D และ Visionaire รวมทั้งโปรเจ็กต์งานแฟชั่นและงานโฆษณาสําหรับลูกค้าหลายราย Alexander McQueen, Audi, Calvin Klein, Christian Dior ฯลฯ ผลงานของเขาได้ถูกจัดนิทรรศการที่ HUJ ซึ่งเป็นสถาบันศิลปะนานาชาติกับที่พิพิธภัณฑ์ Victoria & Albert Museum, Saatchi Gallery ในปี1993 เขาได้ผลิตผลงานที่ชื่อว่า Plant Power ให้กับ Natural History Museum ในลอนดอน Knight ยังได้รับเครื่องราชย์ OBE ของอังกฤษเพื่อฉลองครบรอบวันเกิดของเขาในปี 2010 อีกด้วย

What we expect : ภาพถ่ายที่งดงามดุจภาพสีน้ำมันของเขา

……………………………………………………………………………………….

เพิ่งจะฉลองครบรอบอายุ 60 ปีไปเมื่อ 2015 ศิลปิน American graffiti Futura ก็ continues to เป็นแรงบันดาลใจให้กับ our generation’s cultural และจิตรกรรมภูมิทัศน์ Futura เริ่มสวมหน้ากากจัดกระป๋องสีในวงการศิลปะด้วยการ painting New York subways ตั้งแต่ยุค 1970’s เคยร่วมทำนิทรรศการร่วมกับ Keith Haring, Jean-Michel Basquiat และ Richard Hambleton อนุสรณ์ A truly remarkable career ผลงานล่าสุดในช่วงปลายปี 2015 ถึงปัจจุบัน เช่น นิทรรศการที่จัดร่วมกับ Errolson Hugh แห่งแบรนด์ ACRONYM ที่ Berlin ซึ่งในงานก็มีของพิเศษอย่างกระเป๋า 3A-9TS bag เสื้อ J1A-GT jacket และสีสเปรย์ ACRONYM x MONTANA สี “FUTURA 2000”  ส่วนในสายสตรีทแวร์ก็อย่างเช่นการโคจรมาพบกันกับ A Bathing Ape และล่าสุดก็ทำให้วงการ  สนีเกอร์กลับมาสู่ Converse ด้วยการออกแบบใน Converse Chuck II

What we expect : สิ่งที่ Futura ทำได้ดีเสมอคือการนำผลงานศิลปะของเขามาออกแบบบนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งการได้เห็น Futura มาออกแบบร่วมกับแบรนด์อย่าง A Bathing Ape หรือรองเท้า Converse ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าในช่วงปลายปี 2016 อาจจะเห็นสินค้าหรืองานของ Futura ใหม่ ๆ ออกมาให้ชมกัน

……………………………………………………………………………………….

“ซ่อนเร้นจากสายตาผู้คน” คือสิ่งที่ร้านรองเท้าและเสื้อผ้าสตรีทแวร์แห่งเมือง Boston เลือกที่จะเป็น ภายใต้หน้าฉากของร้านขายของชำโง่ ๆ ที่เต็มไปด้วยสินค้าอุปโภคบริโภค Oliver Mak, Jay Gordon และ Dan Natola ได้ซ่อนร้านสตรีทแวร์ที่หรูที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาไว้ในนั้น ไม่มีแม้แต่ป้ายร้าน ด้านหน้ามีแต่กล่องผงซักฟอกที่เขียนชื่อร้านไว้เป็นที่สังเกต ต้องเป็นคนที่ชอบในสตรีทแฟชั่นถึงจะรู้ว่าหลังชั้นผงซักฟอกเป็นห้องแนววินเทจที่โชว์สินค้าสตรีทแวร์สุดล้ำ และสนีเกอร์ระดับ Excusive จากทุกแบรนด์ ความหลงใหลของทั้ง 3 หนุ่มเปลี่ยนให้ Bodega เป็นเหมือนกับสมาคมลับของคนชอบสตรีทแวร์ ซึ่งมันแตกต่างจากร้านอื่นโดยสิ้นเชิง ความโดดเด่นนี้เองที่ทำให้ร้านนี้ได้ร่วมงานออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น adidas, Reebok, ASICS และ Saucony

What we expect : Bodega เป็นร้านที่มีโอกาสได้ทำรองเท้ารุ่นพิเศษเสมอ แม้จะไม่บ่อยครั้งเท่าร้านอื่น แต่ทุกครั้งที่เห็นชื่อของ Bodega ก็รับรองได้ว่ากลิ่นอายของความย้อนยุคจะคละคลุ้งอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากจะให้ร้านนี้ยังคงทำออกมา

……………………………………………………………………………………….

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ดาราดังสักคนจะสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง แต่ Shawn Yue หรือ หยู เหวินเล่อ กลับนำ MADNESS แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแวร์ของเขาก้าวไกลสู่ระดับสากล Shawn Yue นั้นจัดเป็นดาราหนุ่มฮ่องกงที่มาแรงมากจากภาพยนตร์เรื่อง Initial D  และ  Infernal Affairs II ซึ่งเขาได้รับการแนะนำสู่วงการสตรีทแวร์จากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง Nigo แห่ง A Bathing Ape เขาจัดว่าเป็นคนที่มี  อิทธิพลต่อการแต่งตัวของวัยรุ่นฮ่องกงอย่างมาก ไม่ว่าเขาใส่อะไรจะถูกเก็บภาพแล้วนำไปติดตามหาของที่เหมือนกัน หรือสไตล์เดียวกันมาใส่ จนทำให้เป็นหนุ่มเนื้อหอมที่แบรนด์ต่าง ๆ ต้องการตัว หากแต่ว่าความฝันของ Shawn Yue ไม่ใช่ความดัง แต่เป็นการทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง Shawn Yue จึงทำ MADNESS ในฐานะของคนทำแบรนด์อย่างจริงจัง นำเสนอเสื้อผ้าสไตล์ที่เขาชื่นชอบอย่าง military เน้นคุณสมบัติในการสวมใส่ที่หลากหลาย ตอบสนองกลุ่มคนใส่ในฮ่องกง และตลาดญี่ปุ่น โดยได้ร่วมงานจากแบรนด์ดังต่าง ๆ มากมาย Carhartt WIP, HU, retaW  และ NEIGHBORHOOD ซึ่งหลังจากเปิดตัวแบรนด์มาเพียงหนึ่งปี MADNESS ก็กลายเป็นแบรนด์สตรีทฯ มาแรงจนต้องจับตามอง

What we expect :  Shawn Yue นำรสนิยม และไอเดียทางแฟชั่นของเขาออกมามากกว่าการเป็นแค่แบรน์จากดาราเอเชีย

……………………………………………………………………………………….

Don Crawle หรือ Don C เป็นที่รู้จักในสื่อจากการเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ Kanye West และผันตัวมาทำธุรกิจด้านแฟชั่นของตัวเอง โดยทำร้าน Hi-Street ชื่อว่า RSVP Gallery คัดเสื้อผ้าสตรีทแวร์เจ๋ง ๆ และแบรนด์ Luxury มาจำหน่าย แต่งานที่ทำให้ชื่อของ Don C เป็นที่เอ่ยถึงมากที่สุดก็คือ “Just Don” แบรนด์หมวกสายคัสตอมที่นำหนังแท้ระดับเดียวกับที่ใช้ในเครื่องหนังแบรนด์หรูมาตัดเย็บลงในหมวกทีมกีฬา เกิดเป็นนวัตกรรมความหรูที่แพร่ระบาดไปทั่ววงการหมวก ด้วยตัวแบรนด์ที่นำความเป็นกีฬามาพัฒนาเป็นแฟชั่นนี้เอง ทำให้แบรนด์อย่าง Jordan เลือกที่จะทำงานร่วมกับ Just Don โดยทำรองเท้าออกมาหลายรุ่น ล่าสุดเป็น Air Jordan 2 ที่  Don C นำแรงบันดาลใจจากการเย็บแนวข้าวหลามตัดจากกระเป๋า Chanel มาออกแบบ และยังใส่สีแดงสดใต้พื้นรองเท้าแบบในรองเท้าของ Christian Louboutin ซึ่ง Don C ทำออกมาได้ถึงใจ และแหวกแนวไปจากที่เคยมีมา กลายเป็นอีกหนึ่งของแรงของวงการรองเท้าช่วงปี 2015-2016

What we expect : Don C เป็นคนที่มีรสนิยมด้านแฟชั่นสูง มองอะไรก็คิดจะปรับให้มันมีความหรูหรา อะไรที่เขาจับอาจจะกลายเป็นเทรนด์ของแฟชั่นในอนาคต

……………………………………………………………………………………….

“เป็นอิสระ ไม่ใช่อยู่ภายใต้การควบคุม เป็นกลาง ไม่ขึ้นอยู่ในประเทศ หรือวัฒนธรรมใด ๆ” เป็นความหมายของ nonnative หนึ่งในแบรนด์ญี่ปุ่นสุดหรู แบรนด์นี้รวบรวมองค์ประกอบของสไตล์มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ทั่วโลก นำเสนอผ่านรูปแบบของเสื้อผ้าคลาสสิกมากมายแต่เต็มไปด้วยความทันสมัย ​​เต็มไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่จริงจัง และที่สำคัญคือเต็มไปด้วยความเป็นแฟชั่น ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่นนามว่า Takayuki Fujii ผู้ซึ่งช่ำชองในศาสตร์แห่งการผลิตเครื่องแต่งกายชนิดหาตัวจับยาก เขาดำรงตำแหน่งเป็น Creative Director ของ nonnative มาตั้งแต่ปี 1999 เขานำนวัตกรรมการออกแบบชั้นสูงจากเสื้อผ้า American Outdoor เข้ากับความอ่อนช้อยละเมียดละไมของแฟชั่นญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ผลักดันจากแค่แบรนด์เสื้อยืดไปสู่ผู้จุดกระแส Technical Fashion ระดับ Hi-End ของยุคนี้ ซึ่งผลงานในปี 2015 ก็มีหลายชิ้นที่เป็นที่พูดถึง รวมทั้งยังมีงาน Collab ให้จดจำอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Nonnative x New Balance CM997, คอลเลกชั่นเสื้อผ้าย้อมสีอินดิโกที่ทำกับ BEAUTY & YOUTH UNITED ARROWS และ คอลเลกชั่นที่ทำร่วมกับ WACKO MARIA

What we expect : เห็นได้ชัดว่า nonnative เป็นเหมือนแบรนด์ทางเลือกสำหรับผู้ที่เบื่อกับแบรนด์แฟชั่นทั่ว ๆ ไป ถึงไม่ค่อยครึกโครมแต่ก็มีอะไรที่ทำให้คนต้องหันมามอง สิ่งที่จะทำให้เราเข้าใกล้แบรนด์นี้ได้ง่ายขึ้นก็น่าจะเป็นงาน Collab ในแบรนด์รองเท้าต่าง ๆ ซึ่งในปี 2016 น่าจะมีออกมาอีก

……………………………………………………………………………………….

Yu-Ming Wu คือเจ้าพ่อสื่อวงการรองเท้าตัวจริง เขาเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ข่าวรองเท้าอย่าง Sneaker News เว็บไซต์ข่าวที่เป็นเหมือน CNN ของวงการรองเท้าโลก, Fresshness เว็บไซต์สตรีทแฟชั่น และ Sneakercon งานซื้อ/ขาย แลกเปลี่ยนรองเท้าชื่อดังในสหรัฐอเมริกา Yu-Ming Wu แสดงให้โลกเห็นว่าสนีเกอร์ และสตรีทแวร์นั้นมีอิทธิพลต่อการแต่งตัวของผู้คนมากแค่ไหน ซึ่งในปี 2015 เขาเปลี่ยนคำว่า ข่าวในวงการรองเท้า ไปสู่อีกขั้นด้วยการนำเสนอในแง่มุมเชิงสาระมากขึ้น และสาระที่ว่าก็เข้ามีอิทธิพลต่อตลาดรองเท้าโลกไม่ว่ากับเหล่าแบรนด์กีฬา ไปจนถึงตลาดขายต่อ ซึ่งนอกจากชื่อของ Yu-Ming Wu จะมีพลังแล้ว เขายังเปิดธุรกิจขายรองเท้า Resell ของตัวเองในชื่อ “Stadium Goods” เป็นร้านรับฝากขายรองเท้าที่เน้นงานบริการชั้นดีเหมือนงานศิลปะ ซึ่งการมาของ Stadium Goods ก็ทำให้วงการ Resell คึกคักขึ้นมาก

What we expect : สิ่งที่หลายคนอยากให้มีคงหนีไม่พ้นอะไรที่มากกว่าข่าวรองเท้าออกใหม่ อาจจะเป็นเรื่องวงใน การวิจารณ์ หรือเนื้อหาที่หลากหลายขึ้น รวมไปถึงการที่วันหนึ่งจะได้เห็น Sneakercon เดินทางไปจัดในประเทศทางแถบเอเชีย

……………………………………………………………………………………….

ตั้งแต่ CLOT เริ่มขึ้นในปี 2005 Edison Chen และ Kevin Poon ต่างได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ขับเคลื่อนกระแสสตรีทแฟชั่นในฮ่องกงให้เปลี่ยนไป พวกเขาไม่เคยหยุดในการสร้างความคึกคักนี้ และผลักดันมันขึ้นไปสู่ระดับสากลได้อย่างประสบความสำเร็จ ผลกำไรระดับ 10 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี ในปี 2015 พวกเขาจึงฉลองครบรอบ 10 ปี ของแบรนด์ด้วยงาน collaborations มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกับ adidas Originals ZX Flux  “RWB”, กางเกงยีนส์ DENIM BY VANQUISH, Nike Lunar Force 1 Fuse SP, คอลเลกชั่นพิเศษที่ร่วมกับ Études Studio  ฯลฯ
Edison Chen และ Kevin Poon นั้นเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมวงการสตรีทแวร์ของโลกเข้าหากัน พวกเขาเต็มไปด้วยสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ที่ทำธุรกิจแฟชั่นทั่วโลก กว้างขวางในแง่ของ Production แถมยังช่ำชองด้านการตลาดในเอเชียเป็นอย่างมาก แบรนด์อะไรในฝั่งตะวันตกอยากจะมาเปิดตลาดในเอเชียก็มักจะมีสองคนนี้เข้ามามีส่วนร่วมเสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้ทั้งคู่เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในวงการสตรีทแฟชั่นมากที่สุดคู่หนึ่ง

What we expect : หนึ่งสิ่งที่แฟน ๆ CLOT น่าจะยังอยากเห็นอยู่ก็คือการจัดเต็มความเป็นเอเชียลงในเสื้อผ้า หรืองาน Collab เพราะนั่นคือแก่นแท้ที่ไม่สามารถมีใครเลียนแบบ CLOT ได้ สังเกตได้ว่าเวลาที่ทำอะไรแบบนี้ออกมาจะขายหมดเกลี้ยง และมีกระแสที่แรงตลอด

……………………………………………………………………………………….

POPEYE นิตยสาร Fashion และ lifestyle สำหรับผู้ชายเล่มสำคัญของวงการแฟชั่นญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1976 นำเสนอไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ให้กับคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นแนวต่าง ๆ เทรนด์ที่ทันสมัย โดยเจาะไปถึงความเป็นคนเมือง ใส่ไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา และแฟชั่นระดับ Hi-End ลงไปในวัตนธรรมสตรีทแวร์ โดยเฉพาะความเนี้ยบแบบหนุ่มผู้ดีที่เรียกว่า preppy Ivy League นิตยสารเล่มนี้เป็นผู้สร้างมากับมือ ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความเท่ และยอดพิมพ์กว่าหนึ่งแสนเล่มต่อฉบับนี้ก็คือ Takahiro Kinoshita บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร POPEYE
Takahiro Kinoshita เข้ามาดูแล POPEYE ในปี 2012 และได้สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยลงไปใน POPEYE ทั้งในแง่ของเนื้อหา การออกแบบ และแฟชั่น โดยตัวแฟชั่นนั้นมีความโดดเด่นขึ้นในแนวทางต่าง ๆ อย่างชัดเจน ซึ่งภายนอกการดูแลนิตยสาร Takahiro Kinoshita เองก็ก้าวเข้ามาเป็นสไตล์ไอคอนคนใหม่ของญี่ปุ่น เขาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมแฟชั่น ไม่ว่าจะออกงานไหน ใส่อะไร หรือทำอะไรก็เป็นที่สนใจเสมอ ซึ่งตอนนี้ได้ขยายบารมีมาสู่วงการแฟชั่นโลกแล้ว นั่นทำให้ POPEYE อายุ 40 ปี กำลังเป็นคัมภีร์เล่มใหม่ของผู้ชายในปี 2016

What we expect : ทุกครั้งที่เปิด POPEYE เล่มใหม่คุณจะพบสิ่งที่ไม่คาดคิดเสมอ มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณสนใจในตอนนั้น หรืออาจะเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่ในไม่กี่เดือนต่อจากนั้น สิ่งที่คุณพบจะกลายเป็นเรื่องที่ฮิตขึ้นมา ฉะนั้นการที่ไม่คาดหวังอะไรใน  POPEYE เป็นการดีที่สุด เพราะคุณจะผิดหวังกับความล้ำของพวกเขา

……………………………………………………………………………………….

The NEW ORDER จัดเป็นนิตยสารแฟชั่นอีกฉบับที่สามารถเอาชนะโลกดิจิตอลได้อย่างเด็ดขาด แต่ละฉบับ James Oliver  จะคั้นเอาแฟชั่นที่สดใหม่จนหยดสุดท้ายใส่ลงไปอย่างเข้มข้น เริ่มตั้งแต่การขนเอาคนดังในวงการสตรีทแวร์ และ Sub-Culture มาขึ้นปก บทสัมภาษณ์คนที่กำลังเป็นที่สนใจในวงการสตรีทแวร์ งานภาพระดับพระกาฬ และเต็มไปด้วยศิลปะที่แทรกอยู่ในกระดาษ ซึ่งการมีอยู่ของ The NEW ORDER ก็เป็นเหมือนบ่อน้ำกลางทะเลทรายที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งในวงการสตรีทแวร์ยุคนี้

What we expect : ฉบับใหม่ที่ขึ้นปกโดย Rihanna กับ Travis Scott

……………………………………………………………………………………….

Bobby และ Ben Hundreds คือสองบุคคลที่ทำอะไรเจ๋ง ๆ ออกมาเสมอ พวกเขาทำแบรนด์ The Hundreds ให้เหมือนกับสวนสนุกของพวกเขา อยากทำอะไรก็ทำขอให้มันเจ๋งอย่างที่พวกเขาต้องการก็พอ The Hundreds จึงยังคงความแข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน  ช่วงปีที่ผ่านมา Bobby และ Ben Hundreds พัฒนางานของพวกเขาไปอีกระดับด้วยการ Collab มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบูท Timberland boots, แจ็กเก็ตสะท้อนแสงที่ทำกับ XHIBITION, รองเท้า Reebok Ventilator, การนำทีมบาสเกตบอล NBA มาออกแบบในคอลเลกชั่นกับ adidas Skateboarding จนล่าสุดก็ทำรองเท้าร่วมกับแบรนด์อย่าง PF Flyers
ความน่าสนใจของ Bobby และ Ben Hundreds ในตอนนี้คือ เขาไม่ได้ทำแค่เสื้อผ้า แต่กำลังทำ The Hundreds ให้เป็นเหมือนรายการไลฟ์สไตล์สตรีทคัลเจอร์ ซึ่งในปี 2015 ที่ผ่านมาทั้ง Bobby และ Ben พาชาว The Hundreds ไปดูอะไรเจ๋ง ๆ มากมายอย่างการไปบุกหลังร้านแบรนด์สตรีทแวร์ต่าง ๆ หรือรายการ “Hobbies With Porn Star” ที่ให้ดาราเรตเอ็กซ์อย่าง ASA AKIRA ไปลองทำงานอดิเรกต่าง ๆ

What we expect : The Hundreds ทำทุกอย่างที่ควรทำออกมาหมดแล้ว ถ้าจะมีอะไรที่แฟน ๆ อยากเห็น Bobby และ Ben ทำในปี 2016 ก็คงต้องเป็นระดับการจัดงานเทศกาลอะไรทำนองนั้น

……………………………………………………………………………………….

เสื้อผ้าแบบ workwear ไม่ใช่แค่เพียงเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่มันคือรากฐานหนึ่งของสตรีทแวร์ที่ไม่มีวันตาย ชายชื่อ Edwin Faeh มองเห็นสิ่งนี้ก่อนใคร เขาจึงนำเสื้อผ้าคนงานเก่าแก่ของอเมริกันมาทำในภาพลักษณ์ใหม่ในนาม “Carhartt WIP” แบรนด์สตรีทแวร์ที่พัฒนาเสื้อผ้าทำงานคลาสสิกให้กลายเป็นแฟชั่นยอดนิยมในปี 2015 จนสร้างกระแส workwear ยุคใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างมาก พวกเขาปล่อยคอลเลกชั่นพิเศษออกมาแทบทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับ Slam Jam, Stussy, MADNESS, highsnobiety, P.A.M. ฯลฯ

What we expect : เสื้อผ้า Carhartt ไม่เคยเท่ขนาดนี้มาก่อนจนกระทั่ง Edwin Faeh หยิบมาทำใหม่ ซึ่งเขามักจะนำสไตล์ใหม่ ๆ สู่ผู้คนอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่เราพอจะฝากความหวังกับแบรนด์นี้ได้ก็คือ การอัปเดตแฟชั่นแนวนี้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

……………………………………………………………………………………….

Jasper Wong คือผู้ก่อตั้ง POW! WOW! เทศกาลศิลปะ และดนตรีชื่อดัง ซึ่งสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ให้มีช่องทางในการนำเสนอผลงาน และพัฒนาไปสู่นิทรรศการศิลปะที่จัดขึ้นในหลายประเทศ ทำให้ POW! WOW! กลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะยุคใหม่ และส่งอิทธิพลสู่วงการสตรีทคัลเจอร์โลก ซึ่งหนึ่งในผลงานสุดเจ๋งของ Jasper ก็คือการนำ POW! WOW! ไปเปิดนิทรรศการที่กรุงไทเป และโตเกียว นอกจากนี้ Jasper ยังทำของเจ๋ง ๆ ร่วมกับศิลปินมากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดที่ออกแบบร่วมกับศิลปินชื่อดัง Big Bad Wolf, เสื้อเชิ้ตฮาวายที่ทำร่วมกับ Roberta Oaks ร้านสตรีทแวร์ในฮาวาย และล่าสุดก็ออกคอลเลกชั่นเข็มกลัดที่ออกแบบโดยศิลปินอย่าง Usugrow, Yesterday และ James Jirat Patradoon

What we expect : ศิลปินหน้าใหม่ และอัปเดตผลงานใหม่ ๆ ให้เราได้ชมกัน

……………………………………………………………………………………….

จะต้องพูดอะไรมากมายกับชายชื่อ “Banksy” ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษ ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนท้องถนนให้กับสาธารณชน  เขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ถ้าใครยังสงสัยในความเจ๋งของเขาต้องหาสารคดีชื่อ “Better Out Than In” มาชม เป็นการตามติดผลงาน 30 ชิ้น 30 วันในเมืองนิวยอร์กที่สะท้อนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกยุคนี้ แม้ในปี 2015 จะมีผู้พบเบาะแสว่า Banksy  เป็นใคร แต่ทาง PR ของเขาก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่น่าจะใช่ ซึ่งตัว Banksy ก็ยังคงมีผลงานแสบ ๆ ออกมาสะท้อนสังคมต่อเนื่อง อย่างเช่น “The son of a migrant from Syria” ซึ่งเป็นภาพของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple กำลังหิ้วคอมพิวเตอร์ Macintosh 128K ของตน กับถุงดำเหมือนจะหนีอะไรสักอย่าง พ่นอยู่บนกำแพงของค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรียทางตอนเหนือของฝรั่งเศส สื่อว่า ขนาด Steve Jobs ยังมีเชื้อสายจากผู้อพยพชาวซีเรีย แล้วไยเล่าถึงยังไม่ให้โอกาสแก่พวกเขา อีกงานที่แสบไม่แพ้กันก็คือ “Bemusement park Dismaland” สวน (ไม่) สนุก ที่ Banksy ทำขึ้นล้อเลียน Disneyland แต่ทำให้มันตรงกันข้ามด้วยการออกแบบที่สุดจะหดหู่ แต่ในความหดหู่นั้นก็เต็มไปด้วยงานศิลปะเจ๋ง ๆ ของศิลปินมากมายที่ทำออกมาในเชิงเสียดสีสังคม เรียกว่าเป็นนิทรรศการศิลปะที่เจ๋งที่สุดครั้งหนึ่งในปี 2015 เลย

What we expect : ไม่ว่า Banksy จะเป็นใคร ตอนนี้คงไม่ค่อยมีใครสนแล้ว เพราะแก่นแท้ของตัวตนของเขาคือสารที่สื่อออกมาจากงานมากกว่า เราก็น่าจะอยากเห็นงานใหม่ ๆ ของเขาในแถบเอเชียบ้าง ดูซิว่าเขาจะเอาประเด็นอะไรมาเล่น

……………………………………………………………………………………….

จะมีใครอีกล่ะที่จะมีอิทธิพลต่อการแต่งตัวสตรีทแวร์ได้มากเท่ากับ Kanye West ทุกครั้งที่เขาก้าวด้วยรองเท้าอะไร สวมใส่เสื้อตัวไหน ของเหล่านั้นจะกลายเป็นต้นแบบในการแต่งตัว เขาคบค้าสมาคมกับเหล่าคนดังในวงการตั้งแต่ดีไซเนอร์แบรนด์หรู ไปจนถึงศิลปิน Hip Hop ทั้งหลาย เอะอะอยากจะประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ทำได้ หรืออยากจะทวิตอะไรก็พิมพ์ไปเรื่อยจนหวิดจะมีเรื่องกับคนโน้นคนนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ก็นั่นแหละ นี่คือความเป็น Kanye West ที่แม้จะมีนิสัยแปลก ๆ แต่เรื่องรสนิยมด้านแฟชั่นแล้วไม่เคยเป็นรองใคร ผลงานล่าสุดของเขาก็คือการจัดแฟชั่นโชว์ Yeezy Season 3 ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น พร้อมเปิดตัวอัลบัมเพลงชุดที่ 7 “The Life of Pablo” ไปพร้อมกัน

What we expect : ในงานแฟชั่นโชว์ West ประกาศลั่นว่าจะผลิตรองเท้าของเขากับอาดิดาสให้เยอะขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถมีโอกาสซื้อได้ง่ายขึ้น และราคาขายต่อถูกลง เราก็ได้แต่หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น นโยบายนี้ไม่รู้ทำได้จริงแค่ไหน แต่ดูจากการ Restock ของ Yezzy Boost 350 แล้วไม่ได้มีวี่แววว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ยังเป็นของที่มีโอกาสซื้อได้ยากสุด ๆ จะซื้อต่อก็หวดกัน 3-4 หมื่นบาท งานนี้ถ้าจะให้ซื้อกันง่ายก็คงต้องรอ Yeezy Season 15 โน่นแหละถึงจะเป็นตามที่ West บอก

……………………………………………………………………………………….

จากความหลงใหลในสนีเกอร์ทำให้ Deon Point ได้มีโอกาสเริ่มต้นร้านรองเท้าที่มีอิทธิผลที่สุดในเวลานี้ ร้าน Concepts เริ่มขึ้นในปี 2006 ที่เมืองเคมบริดจ์ทางทิศเหนือของบอสตัน สหรัฐอเมริกา จำหน่ายสนีเกอร์ระดับท็อป และสนีเกอร์ในสาย Hi-End โดยที่ผ่านมาเราจะได้ยินชื่อของ Concepts ทำงานร่วมกับแบรนด์รองเท้าดัง ๆ มากมายไม่เว้นเดือน มาในวัสดุอย่างดี ทำน้อยมาก และมีกล่องที่สวย จัดว่าเป็นร้านรองเท้าที่ออกแบบงาน Collaboration ดีที่สุดรายหนึ่งในวงการ อย่างในปี 2015 ถึงต้นปี 2016  ร้านนี้ก็มีทีเด็ดออกมาหลายต่อหลายคู่ เช่น ไม่ว่าจะเป็น Nike, New Balance, ASICS,  Diadora ไปจนถึง Brooks ต่างตบเท้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมทำงานกับร้านนี้

What we expect : อยากเห็นของแรงคงต้องให้ Concepts หยิบ UltraBoost มาลองออกแบบ

……………………………………………………………………………………….

 

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest