Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Street Fashion Trends 2016

/
/
/
644 Views

Street Fashion Trends 2016

 

“เตรียมตัวรับกระแส” เทรนด์ปีหน้าและเทรนด์จากปีที่แล้วที่จะถูกพัฒนามาเป็นเทรนด์ฮิตติดชาร์ตใน ปีนี้ 2016    เรารวบรวมเทรนด์ที่มีความน่าจะเป็นและเน้นเฉพาะที่เป็นแนวโน้มของเทรนด์ใหม่ ที่คาดการณ์กันว่าจะมาแรงในต้นปี 2016 ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง?

 1. Luxury is New Streetwear

ยุคหนึ่งสตรีทแวร์ คือ เสื้อผ้าแบบรากหญ้าที่ถูกจับมาผสมผสานให้เป็นแฟชั่น แต่วันนี้กระแสความนิยมกลับหมุนมาที่แบรนด์เสื้อผ้าราคาแพง ก็ต้องยอมรับว่าในปี 2015 เสื้อผ้าหรูๆ มีอิทธิผลอย่างมากในแวดวงสตรีทแวร์ ทั้งจากเหล่าเซเลบฯ คนดังใส่ หรือจากสื่อต่างๆ ทำให้คนที่เบื่อหน่ายกับแฟชั่นสตรีทเดิมๆ เริ่มหาทางออกใหม่ อีกทั้งแบรนด์หรูๆ เหล่านี้ก็เริ่มทำตัวเป็นแบรนด์สตรีทแวร์ซะเอง ออกแบบเสื้อผ้าที่มีความเป็นสตรีทแฟชั่นมากชึ้น อย่างเช่น สนีกเกอร์ เป้สะพายหลัง กางเกงยีนส์ขาดๆ หรือกางเกงยีนส์ Jogger Pants ฯ
ความแรงของแบรนด์ที่ใส่แล้วหรูดูแล้วแพงทำให้วงการแบรนด์สตรีทแวร์มีอันต้องปรับ ทิศทางของตนใหม่ โดยแทนที่จะไปเน้นตัวราคาแต่หันไปเน้นด้านการสร้างพลังในตัวแบรนด์ให้แข็ง แกร่งมากขั้น หรือไปปรับให้ตัวดีไซน์มีการฉีกแนวออกไปจากท้องตลาด ในปี 2015 เราจึงได้ยินชื่อแบรนด์สตรีทใหม่ๆ หรือแบรนด์เก่าในร่างใหม่ ทำอะไรที่ดูหรูหราเช่นเดียวกันกับแบรนด์ Luxury เหล่านั้น

2. More Technical Garment

เมื่อ ดีไซน์ของเสื้อผ้าสตรีทแวร์เติบโตและพัฒนาขึ้น ด้วย “คุณภาพการตัดเย็บและเทคนิคการออกแบบ”  เราจะพบว่าแบรนด์สตรีทแวร์มากมายเริ่มหันมาเน้นจุดนี้มากขึ้น จากที่เคยเน้นลายมาเน้นวัสดุ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน หรือรูปแบบการตัดเย็บมากขึ้น อย่างเช่น เสื้อยืด จากแต่ก่อนใช้ผ้าคอตตอลทั่วไป จะกี่แบรนด์ก็ไม่ต่างกัน แต่ปัจจุบันแบรนด์ใหญ่ๆ ก็เริ่มใช้เนื้อผ้าที่มีอะไรมากชึ้นอย่างเช่นผ้าที่แห้งเร็ว ผ้าที่สามารถรักษาอุณหภูมิ หรือการฟอกเนื้อผ้าการย้อมสีแบบต่างๆ ส่วนด้านเทคนิคการตัดเย็บที่ต่างไปจากเดิม มีการเล่นกับอัตราส่วนทรงเสื้อใหม่ ๆ กางเกงที่มีลูกเล่นซิปนาๆ ชนิด มีการใช้เชือกยาวๆ แทนการใช้เข็มขัด หรือการออกแบบขากางเกงให้บิดรัดปลายขาให้เล็กลง ฯลฯ กระแสนี้ยังเป็นเหมือนประตูที่เปิดกว้างให้แบรนด์ต่างๆ หันมาทำเสื้อผ้าที่หลากหลายขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ แจ็คเก็ต เสื้อไหมพรม ถุงเท้า กางเกงบ็อคเซอร์ เข็มขัด ซึ่งไม่ใช่แค่มีแต่เสื้อยืดกับหมวกเท้านั้น ซึ่งการที่แบรนด์สตรีทหันมาเน้นเทคนิคเหล่านี้มากขึ้นก็เป็นการขับเคลื่อนวง การสตรีทแฟชั่นแนวนี้ให้พัฒนาตามไปด้วย

3. Vintage Recycle

เท รนด์หนึ่งที่มาแรงในปี 2015 ก็คือการที่ผู้คนเริ่มคิดหาวิธีประยุกต์เอาของใช้แล้วมาทำใหม่ให้มีประโยขน์ เพื่อลดกระบวนการผลิตที่ไม่จำเป็น ซึ่งแนวคิดนี้ก็ส่งอิทธิผลมาถึงวงการสตรีทแวร์ด้วย เราจะเห็นการนำเสื้อผ้าของเก่าที่ตกยุค หรือเป็นของที่ไม่ได้ใช้งานมาทำใหม่ หรือ Remake เกิดขึ้นในทั่วโลก แต่การ Remake ในปี 2016 มันเจ๋งตรงที่คนที่ทำมักใส่เทรนด์ปัจจุบันลงไปด้วย อย่างเช่นรูปทรงของเสื้อ การย้อมสี ยิ่งทำยิ่งหนักข้อถึงขั้นเล่นเทคนิคซับซ้อนอย่างการนำกางเกงเก่ามาตัดเป็น แจ็คเก็ต การนำกระเป๋าใส่สูทมาตัดเป็นกระเป๋า Tote Bag หรือการเลาะเสื้อผ้าทหารไม่ได้ใช้แล้วมาแปะเป็นกระเป๋าตัดต่อบนเสื้อเชิ้ต เก่าอีกที เหล่านี้ล้วนเป็นแนวทางที่นิยมจากวงแคบๆ แต่ส่งผลต่อกระแสแฟชั่นวงใหญ่ บางคนทำจนติดตลาดกลายเป็นของแบรนด์ราคาแพงก็มี เพราะว่าเสื้อผ้าเหล่านี้นอกจากจะมีความเป็นของเก่าแล้วยังได้ชื่อว่าเป็น ของชิ้นเดียวในโลกอีกด้วย ซึ่งกระแสนี้ก็ทำให้คนทั่วไปก็รู้จักการนำกลับมาทำเพื่อใช้เองได้ด้วยกระประ ยุกต์กับของที่มีอยู่ ด้วยการไปค้นตู้เสื้อผ้าหาของไม่ใส่แล้วมาประยุคต์ให้เข้ากับเสื้อผ้าใหม่ๆ ยุคนี้มากขึ้น

4. Plain but More Layer  

       ยุค หนึ่งสตรีทแวร์เคยอยู่ในยุคแห่งสีสันสดใส เสื้อ Bape ลายพราง Multi-Color หลากสีในตัวเดียวเป็นไอเท็มที่แรงสุดๆ รองเท้า Nike SB Dunk ก็เช่นกันของให้สีแรงยังไงก็หมด แต่ในปี 2015 ทุกอย่างกลับดูสงบลงเหลือเพียงความว่างเปล่ากับเสื้อผ้าสีพื้นๆ มีลายน้อยๆ หรือไม่มีเลยก็ยังขายได้ ความเรียบง่ายกลายเป็นเสียงของสตรีทแวร์ยุคนี้ที่คุณได้ยิน แต่เสียงที่ได้ยินกลับไม่ได้ง่ายเช่นนั้น มันกลับเต็มไปด้วยการสวมใส่ที่เล่นกับเสื้อผ้าหลายชิ้นมากขึ้น เสื้อยืดตัวเดียวอยู่ไม่ได้ต้องมีแทรกด้วยเสื้อยืดชายยาวตัวใน ห้อยเชือกจากกางเกงให้เหมือนมีหลายๆ ชั้น แจ็คเก็ตเปล่าๆ ก็ต้องทับกับเสื้อ Hoodie ตัดสีหรือลายพอให้เห็นสัดส่วน แม้แต่รองเท้าดำ/ขาวเปล่าๆ ที่ฮิตซะเหลือเกิน ยังดูมีลูกเล่นกับวิธีการพับขากางเกงนาๆ ชนิด และใช้ถุงเท้าเป็นการซ้อนเลเยอร์ด้านใน เสื้อผ้าเรียบแต่มีมิติทำให้คนสนุกสนานกับการแต่งตัวมากขึ้น และใช้เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เหตุนี้เราจึงเห็นเสื้อผ้าราคาแพงในดีไซน์เรียบๆ ออกมาเยอะเป็นพิเศษ

5. New Look Used

เมื่อ ของเก่ากลายเป็นของใหม่ ของใหม่ก็ถูกทำให้เก่าได้เช่นกัน กระแสหนึ่งที่มาแรงมากในปี 2015 ก็คือแฟชั่นที่ดูเก่าโทรมเหมือนของใช้แล้ว จริงๆ เทรนด์นี้ไม่ใช่ของใหม่อะไร มีมานานแล้วแต่ดันกลับมาฮิตอีกครั้งเท่านั้น ซึ่งการกลับมาในยุคนี้ได้ความพลังความเก่าได้ Beyond ไปอีกขั้น จากแค่ยีนส์ฟอกกลายเป็นยีนส์ขาดหลุดรุ่ยออกจากช็อป รองเท้าดีๆ ของใหม่ถูกประดิษฐ์ประดอยคราบเก่ารอยยางเหลือ หรือแม้แต่หนังที่เปื่อยลงไป หมวกดีๆ ก็มีมากมายที่นำไปฟอกให้ซีดเหมือนหมวกมือสองจากจักรตุจักร ขนาดเสื้อยืดสิ่งที่คนนิยมสภาพดีๆ ยังทำให้มีรอยขาดสำเร็จรูปตั้งแต่อยู่ในร้าน ( บางคนเข้าใจก็ดีไป บางคนไม่เข้าใจนึกว่าของมีตำนิก็เยอะ ) ซึ่งแทนที่นักออกแบบจะออกแบบอะไรสวยๆ กลับมานั่งหาวิธีการออกแบบรอยเปื้อนให้สมจริง แทนที่จะผลิตของใหม่แล้วเอาออกไปขายได้ แต่กลับต้องมาผ่านกระบวนการตกแต่งทำให้เก่าอีกไม่รู้กี่ขั้นตอน ซะงั้น แล้วเหตุใด? ของเหล่านี้ถึงนิยมล่ะ? สาเหตุที่ดีไซน์เนอร์นำวิธีการออกแบบให้เก่ามาใช้ก็มาจากความต้องการให้ สินค้านั้นพร้อมใช้พร้อมใส่ได้มาดเซอร์ในทันที ไม่ต้องรอของมือสอง หรือต้องใช้เวลาในการใส่นานๆ ก็สามารถมีลุคที่ดูดิบๆ ได้ ส่วนคนใส่หลายคนที่นิยมของใหม่ทำเก่าก็เพราะพวกเขาจะได้ใส่มันอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวเปื้อนเพาะมันเปื้อนมาอยู่แล้ว (ฮา)

6. Mid-Night to Light Blue

ปลาย ปี 2015 โลกสตรีทโดนปรากฎการ์ณ Yeezy Effect ทำเอามองไปทางไหนก็มีแต่เสื้อผ้าโทนสีดำๆ หรือสีน้ำตาลหรือเอิร์ธโทน แต่ในช่วงหน้าร้อนปี 2016 เสื้อผ้าสีน้ำเงิน และสีฟ้าจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง สังเกตได้จากแบรนด์ดังๆ ที่ปล่อยตัวอย่างเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ออกมา ก็จะมีสีน้ำเงิน หรือฟ้าติดมาด้วยเสมอ โดยตัวน้ำเงินเข้มแบบ Mid-Night จะมาแทนเสื้อผ้าสีดำที่ใส่กันจนช้ำในปี 2016 ส่วนพวกสีผ้าอ่อนๆ ก็จะไปใช้ในแบบลำลอง เน้นความชิลล์อย่างเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ซึ่งคู่สีที่จะถูกนำมาตัดนั้นก็คงหนีไม่พ้นสีแดง กับสีขาว สวยไม่สวยลองนึกภาพ adidas Originals NMD ดูก็ได้ หากไม่มีพื้นรองเท้าสีแดง/น้ำเงินละก็หมดความสวยไปเกินครึ่งหนึ่ง

7. Trucker Cap

Trucker Cap หรือหมวกแก็ปที่เป็นตะข่ายด้านหลังนั้นเคยเป็นไอเท็มที่ฮิตสุดๆ เมื่อช่วงปี 2002-2004 มีกันครบทุกครัวเรือน ตั้งแต่เด็กสเก็ตฯ ไปยันผู้ใหญ่ มีตั้งแต่แบบ Vintage ปีกโค้ง , หมวกแบบปักป้ายผ้า , หมวกหน้าโฟม และหมวกปีกแบน จะทรงอะไรก็ได้ของให้เป็นตะข่ายด้านหลัง มี Snapback ไว้ปรับขนาดถือว่าได้หมด โดยยุคนั้นแบรนด์ที่ดังๆ ก็จะมีอย่างเช่น Bape ( บางใบราคาแรงหลักหมื่น) , Ed Hardy , Von Dutch , Evisu และบรรดาแบรนด์สเก็ตบอร์ดทั้งหลายทำหมวกแบบนี้ขายกันอย่างกะจะแจกฟรี แต่แล้วเวลาผ่านแฟชั่นเปลี่ยนหมวก Trucker Cap ก็จางหายไปจากกระแส เหลือแต่คนที่ชอบใส่จริงๆ เท่านั้น ซึ่งในปี 2016 นี้มีแนวโน้มว่า Trucker Cap จะกลับมานิยมอีกตั้งในหน้าร้อน ว่ากันว่าจะมาพร้อมกับเสื้อผ้าสตรีทแวร์สไตล์อเมริกันที่เน้นเสื้อวงร็อค กางเกงยีนส์ขาด และรองเท้าผ้าใบง่ายๆ มาตามกระแสดนตรีคันทรีย์ที่นับวันจะป็อปขึ้นเรื่อยๆ โดยทรงของหมวกก็จะเป็นหมวกปีกโค้งตามสูตรคลาสสิก แต่ดีไซน์จะเปลี่ยนไปเป็นการเล่นกับเนื้อผ้าด้านหน้ามากกว่าลวดลาย เน้นโทนสีไม่ฉูดฉาด ใครเคยมีอยู่ก็ลองไปลื้อๆ ดูไว้ หากเทรนด์นี้มาจริงๆ จะได้มีใส่ก่อนใคร

8. OG Dad’Sneakers 

การมาของแฟชั่นบ้านๆ Norm-Core ทำให้แฟชั่นรองเท้าหวนคืนกลับไปสู่ยุคคลาสสิกอีกครั้ง ในปี 2015 รองเท้าที่แรงที่สุดก็หนีไม่พ้น Converse Jack Purcell สีขาวล้วน , adidas Stan Smith สีขาว/เขียว , Converse All Star Chuck Taylor Low สีขาว/แดง ฯลฯ ซึ่งสำหรับสตรีทแฟชั่นแล้วรองเท้าเรียบๆ รุ่นเบสิกเหล่านี้เป็นอะไรที่งานต่อการสวมใส่ยิ่งนัก แต่หากเป็นคอรองเท้าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุค Nike SB Dunk รุ่งเรื่องคงมองไปที่อะไรซึ่งซับซ้อนไปกว่านั้น รองเท้าวิ่งทรงเฉยๆ เหมือนเอารองเท้าพ่อมาใส่จึงเป็นคำตอบใหม่ของแทรนด์รองเท้าปี 2016 รองเท้าแนวนี้ส่วนใหญ่เรียกว่า Retro Runner Shoes แต่แค่เป็นรุ่นเก่าคงไม่พอ ต้องเป็นรุ่นเก่าที่ไม่ฮิต ไม่เป็นที่รู้จักมากเท่าไหร่ยิ่งดี แบรนด์กีฬาดังๆ ยุคเก่าอย่าง New Balance , Fila , Brooks , Diadora , Saucony , Le Coq Sportif , Patrick ฯลฯ จึงกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เพราะแบรนด์เหล่านี้มักจะนำรองเท้าสมัยคุณพ่อยังหนุ่มกลับมาทำใหม่เป็นประจำ โดยจะเป็นไปที่โมเดลแบบรุ่นดั้งเดิม ใช้วัสดุ และสีแบบครั้งที่มันออกมาแรกๆ ยิ่งเฉยยิ่งดี รุ่นพวกนี้ก็จะอยู่ราวกลางยุค 80’s ถึงปลายยุค 90’s ซึ่งเวลาเอามาใส่นั้นจะได้อารมณ์ย้อนยุคแบบสุดๆ สามารถใส่กับเสื้อผ้าสตรีทแวร์ทั่วไปก็ได้ หรือจะใส่กับเสื้อผ้าสไตล์ Vintage ก็ดี

9. Ankle Sock-Fit & Long Tongue

     สนีกเกอร์ที่ออกแบบภายในด้วยการสวมหรือ Inner Sock-Fit ไม่มีลิ้นรองเท้าเป็นเทรนด์ที่นิยมมากในปี 2015 และในปี 2016 ก็ยังคงจะเป็นเช่นนั้นอยู่ หากแต่ว่าจะมีข้อเท้าที่สูงขึ้นเหมือนรองเท้าหุ้มข้อ เวลาใส่จะเหมือนกับสวมถุงเท้าข้อสูง ได้มุมมองที่แปลกใหม่ แถมยังมีความกระชับอีกด้วย ส่วนฝั่งรองเท้าวิ่งก็มีกระแสแนวนี้เช่น กัน โดยจะนิยมนำโมเดลเก่าที่มีลิ้นรองเท้ายาวๆ กลับมาทำใหม่ ซึ่งลิ้นรองเท้าแบบนี้จะใช้ในการกระชับโคนข้อเท้าให้กระชับมากขึ้น ซึ่งเวลาใส่เป็นแฟชั่นก็จะใช้ดึงลิ้นออกมานอกขากางเกง หรือใส่กับกางเกงขาลอยจะได้แนวการแต่งตัวที่ต่างไปจากเดิมๆ

 

 

Articles by cHIMNEY’S MAGAZINE
Pic Cr: around internet&social network

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest