Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Streetwear’s Violence : Ape Head Vs Supreme Team เมื่อแบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังถูกหยิบมาอ้างสร้างความรุนแรง

/
/
/
1156 Views

Streetwear’s Violence : Ape Head Vs Supreme Team เมื่อแบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังถูกหยิบมาอ้างสร้างความรุนแรง

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกยุคโซเชียลมีเดียเรื่องไม่เป็นเรื่องย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เว้นแม้แต่ ” ตีกันเพราะแบรนด์แฟชั่น “ ใช่แล้วแบรนด์เสื้อผ้านี่แหละที่เป็นเหตุผลให้เกิดความรุ่นแรงบนท้องถนนได้ เมื่อมีชายคนหนึ่งเรียกตัวเองว่า “ The APE “ สถาปนาตนว่าเป็นสาวกแห่งแบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง A Bathing Ape ใส่แต่ Bape โดยมีนโยบายต่อต้านแบรนด์สตรีทแวร์คู่แข่งอย่าง Supreme อย่างเอาจริงเอาจัง เขาออกไปตามย่านการค้าในนิวยรอ์กแล้วไปหาเรื่องกับคนใส่ Supreme ต่างๆ น่าๆ แบบไร้เหตุผลเพียงเพราะพวกเขาใส่แบรนด์ที่ตนไม่ชอบ ลามปามไปถึงการเข้าไปก่อความวุ่นวายถึงในร้าน Supreme และบรรดาร้าน Resell ที่ขายของ Supreme เกิดเป็นกระแสในโลกโซเชียลขึ้นมาในทันที

 

ทีแรกคนดูคลิปก็รู้สึกว่าไอ้หมอนี่คงทำขำๆ ตามประสาวัยรุ่นอยากดัง แต่ในโลกโซเชียลนั้นไม่หยุด สงครามคีบอร์ดระอุจนเกิดการโต้งเถียงกัน จนเกิดเหตุวางมวยกันสาวกตัวยกของ Supreme เรียกว่ากลายเป็นดราม่าออนไลนืที่ชาวสตรีทแวร์เสพกันในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

Brand Royalty To Holy Faith

แต่ไหนแต่ไรมามนุษย์ไม่ได้ใช้เสื้อผ้าแค่นุ่งหุ้มปกป้องร่างกายเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นเครื่องบ่งบองตัวตน และพวกพ้องมาตั้งแต่โบราณ สมัยยุคอินเดียนแดงเราจะพบว่าเสื้อผ้า และเครื่องประดับของแต่ละเผ่าจะมีควาต่างกัน แสดงถึงวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่อีกด้านในยามรบราฆ่าฟันกันเราก็ใช้เสื้อผ้าที่ต่างกันเพื่อแยกฝ่ายจะได้ไม่ฆ่ากันเอง แม้มาถึงยุคปัจจุบันคนเรากสามารถใช้เสื้อผ้าในการแบ่งกลุ่มจนแตกแยกกันได้

เพราะฉะนั้นเรื่องความรุ่นแรงที่เกิดจากแบรนด์แฟชั่นนั้นก็เป็นไปเช่นกัน จริงหรือไม่ที่ธุรกิจแฟชั่นนั้นตั้งอยู่บนศรัทธาของผู้คน? นี้เป็นคำถามที่ถูกเอ๋ยขึ้นทุกครั้งเมื่อเวลาแบรนด์อะไรสักแบรนด์มีกระแสขึ้นมา แม้คำตอบนั้นมีสองด้านแต่เชื่อเถอะว่าหากผู้ถือหุ้นของแบรนด์ต่างๆ เลือกได้เขาอยากให้เรามี ” ศรัทธา ” ในตัวแบรนด์ทั้งนั้น เพราะมันจะนำมาซึ่งยอดขายมหาศาล

ศรัทธาในแบรนด์แฟชั่นนั้นเกิดขึ้นได้จากทั้งคุณภาพของสินค้า ดีไซน์ที่ถูกใจแต่ละคน รวมไปถึงมูลค่าทางความรู้สึกของผู้ซื้อ สิ่งที่เกิดกับ Supreme และ Bape เป็นตัวอย่างชัดเจน พวกเขามันจะทำอะไรที่เจ๋งที่สุด ล้ำสุด หรือแหวกแนวที่สุดเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวแบรนด์นั้นเจ๋งพอที่คุณจะสวมใส่ มีการสร้างศาศดาของแบรนด์อย่างเช่น NIGO ตอนดู Bape หรือมีนักบาชที่ผู้คนสามารถเลื่อมใสในสไตล์ได้อย่างเช่น Supreme ใช้เหล่าคนดังมาถ่ายภาพใส่เสื้อของแบรนด์  เมื่อการถ่ายอดแฟชั่นเหมือนคำสอนทางศาสนา ศรัทธาก็เกิดขึ้นได้ไม่อยาก

แบรนด์ที่มีคนชื่นชอบมากๆ จึงมักมีสาวกอยู่มากมาย พวกเขาจะไม่เพียงแต่ซื้อสืนค้าของแบรนด์อย่างบ้าคลัง แต่จะพูดถึง และใช้ชีวิตไปกับแบรนด์ หรือไม่ก็ใช้เสื้อผ้าแบรนด์เหล่านั้นมาเป็นตัวแทนของกลุ่ม ยกระดับให้แบรนด์เป็นเหมือนสถาบันของพวกเขา อย่างเช่น “ Lo-Life ”  กลุ่มคนที่รวมตัวกันด้วยความชื่นชอบแบรนด์ Ralph Lauren จนถูกมองเป็นกลุ่มแก๊งค์ซึ่งมีธุรกิจผิดกฏหมายแล้วใช้เสื้อผ้าราคาแพงเป็นฐานในการฝอกเงิน

หรือข้ามไปฝั่งยุโรปอย่างกลุ่มแฟนบอลนาโปลีในประเทศอิตาลี่ก็ใช้เสื้อผ้าของ Stone Island ก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกลุ่มฮูลิแกนในอังกฤษที่นิยมเสื้อผ้าดีไซนเนอร์จาอิตาลี่ พวกเขาถูกเรียกว่า ” Causal ” หรือ ” Stony ” ซึ่งเราก็เห็นความแสบของพวกเขาแล้วในฟุตบอลยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศษ แต่กลุ่มนักเลงตัวจริงที่มีแบรดน์แฟชั่นเป็นสัญลักษณ์นี้กลับไม่ได้เอาแบรนด์แฟชั่นมาเป็นข้ออ้างในการใช้ความรุ่นแรง แต่ใช้ทีมฟุตบอลที่ตนเองเชียร์มาเป็นข้ออ้างแทน ผลที่ได้ก็เลยคล้ายๆกัน

Ape Head Vs Supreme Team

Supreme x Bape box logo tees 2002 Cr. alfalfastudio

แล้วเรื่องความไม่ถูกกันระหว่างแบรนด์ Supreme และ Bape นั้นมีจริงหรือเป็นแค่แสิ่งที่ ” ติ่ง ” ของแต่ละแบรนด์มโนกันไปเองละ? จริงอยู่ที่ทั้ง 2 แบรนด์ถือว่าเป็นคู่แข่งทางการตลาดโดยตรงมีกลุ่มลุกค้าเดียวกัน ก็ย่อมถือว่าเป็นคู่แข่งกัน แต่นั่นมันเป็นการแข่งขันทางการค้าไม่ใช่การจะมาทะเลาะกัน แถมทั้ง 2 แบรนด์ก็เหมือนคู่หูที่มีตลาดใหญ่อยู่ในญี่ปุ่น และเคยมีงาน Collaboration ร่วมกันมาแล้ว

แต่ความยิ่งใหญ่ของ 2 แบรนด์ที่กินกันไม่ลงในตำแหน่งราชาแหน่งสตรีทแฟชั่นต่างหากที่พอจะเป็นชนวนเหตุการโต้เถียงกันของสาวงก เถียงกันมาตลอด 20 ปีก็ว่าได้ เหล่า Ape Head ก็ต้องบอกว่า Bape เจ๋งกว่า Supreme ส่วนพวก Supreme Team ก็ต้องบอกว่าแบรนด์จากนิวยอร์กนั้นแน่กว่าอยุ่แล้ว มันไม่มีใครผิด-ถูก เป็นเรื่องของความเชื่อในแบรนด์ล้วนๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีใครมาจะเอาเป็นเอาตายถึงขึ้นต่อยกันหรอก

กลับมาที่ประเด็นของนาย The APE กันบ้าง หมอนี้โผล่มาตามโซเชียลเน็ทเวร์จากคลิปที่เขขู่คนใส่หมวก Supreme คนหนึ่งให้ถอดหมวกออกเพราะเขาไม่ชอบแบรนด์นี้ ( ถ้าใครนึกไม่ออกว่าอารมณ์แกประมาณไหนให้นึกฉากเด็กช่างกลเช็คหัวเข็มขัดโรงเรียนคู่อริดู นั่นแหละประมาณนั้นเลย)  ซึ่งคนที่ถูกหาเรื่องนั้นก็ดูสู้ไม่ได้แน่ๆ ก็ต้องยอมไป พอแกล้งเขาได้ก็ประกาษศักดาว่าคือสาวกของ Bape ต้อง Bape เท่านั้น Supreme หลบไป ตามมาด้วย #hastag ต่างๆ อย่างเช่น #fucksupreme , # รวมถึงท่าสัญลักษร์ทุบหน้าอกเหมือนกอลิล่าที่กลายเป็นท่าประจำของเขานำไปสู้ #banginonmychest ตามมาอีกอัน แน่นอนในคลิปนี้ตามมาด้วยความคิดเห็นของคนทุกฝาย พิมพ์กันชนิดที่อ่านกันไม่ไหวจนเรารู้สึกเลยว่าไม่ใช่คนไทยชาติเดียวเท่านั้นหรอกที่ชอบดราม่า แขวะกันแซะกันบนโลกโซเชียลจนลูกลามกลายมาเป็นเรื่องชกต่อย

แต่แค่เตะเป้ ตบหมวก ทุบอกทำท่ากอลิล่ามันก็เหมือนเป็นแค่ใครสักคนที่อยากจะดัง The Ape ดูจะเลงโจรท์ที่ใหญ่กว่าอย่างพวกแฟน Supreme ดังๆ ซึ่งหนึ่งในสงคราคีบอร์ดบน IG ของ The Ape ก็คือ Racks Hogan สตรีทแวร์สไตลิสคนดังที่ออกตัวว่าเป็นสาวก Supreme เขาเป็นที่รู้จักจากสื่อของช่อง Complex ที่มักจะมาขอคอมเม้นเกี่ยวกับแบรนด์ Supreme เสมอ  หมอนี้เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของแฟนๆ Supreme

จากการท้าทายกันบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับแฟชั่น ในที่สุดทั้ง 2 ก็เจอกันตามคลิปวิดิโอบโลกออนไลน์ ทันที่ที่เจอ The Ape  ก็เข้าไปเขาไปตามเรื่องเดิมที่ทั้งคู่ท้าทายกันไว้ ซึ่ง Racks เองก็เถียงว่าเขาก็ชอบ Bape เหมือนกันนะ มาหาเรื่องเขาก่อนทำไม และวันนี้เขาก็ไม่ได้ใส่อะไรของ Supreme มาด้วย ( ในคลิป Racks ใส่เสื้อ The Life Of Pablo ของ Kanye West ลาย  donna & robert สวม Yeezy Boost 750 ส่วน The APE ก็ใส่ Bape ครบชุดกับรองเท้า Nike Air Foamposite ) ยังไม่ทันขาดคำ The Ape ก็เหวียงหมัดใส่ Racks ทันที ลงไปนอนกองต้องหาทางตั้งหลัก และพยายามตอบโต้แต่ดูตัวของ The Ape แล้วคงไม่ไหว แถม The Ape ยังไม่ได้มาคนเดียวอีก แต่ The Ape ก็ไม่ได้ดูตั้งใจจะต่อยให้เจ็บอะไรมาก เพราะสุดท้ายก็ไม่มีใครบาดเจ้บอะไร อีกสองวันทั้งคู่ก็โพสคลิปกันได้เหมือนไม่มีอะไร

#Fuck #supreme #fucksupreme

A post shared by Kunhoon Ji (@kunhoon5) on

งดูเหมือนเรื่องไม่เป็นเรื่องใช่ไหม แต่ที่ไร้สาระกว่าคือตอนนี้มันบานปลายจนคนรวมลัทธิของ The APE แล้ว เกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ หลายคนเริ่มออกไปหาเรื่องคนใส่ Supreme แล้วถ่ายคลิปติดแฮชแท็ก #fucksupreme บ้างก็โพสภาพเสื้อผ้าของ Supreme ถูกทำลาย บ้างก็โพสระบายความในใจถึงประสบการณ์ที่ไม่ดีกับพนักงานของ Supreme ในแฮชแท็กนี้ราวกับว่านี้เป็นช่องทางรับการร้องเรียนการบริการของแบรนด์นี้ซะอย่างนั้น แน่นอนเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ฝั่งสาวก Supreme ก็เริ่มมีเอาคืนบ้างติดแฮชแท็ก #fuckbape บ้าง

แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ไม่น่าจะบายปลายอะไรมากเพราะมันก็ดูไม่ได้สร้างสรรค์อะไรให้กับวงการสตรีทแวร์โลกเลย และมันก็ไม่ควรจะเป็นประเด็นอะไรที่มากไปกว่าการที่พ่อค้า Resell ของสองแบรนด์จะได้เกาะกระแสนี้ในการขายของ ตัว The Ape นี่ถึงกับทำของตัวเองขายอย่างจริงจังซะด้วย แถมพวกทีมงานยังจะไปของสปอร์นเซอร์จาก Bape สาขานิวยอร์กอีก จากเรื่องที่ดูเครียดเลยกาลเป็นเรื่องเบาสมองไปทันที

จากเหตุการนี้ก็สอนได้อย่างหนึ่งว่าบุคคลควรมีสิทธิที่จะเลือกใส่เสื้อผ้าที่ตัวเองอยากใส่ได้ตราบใดที่มันไม่ได้ผิดกาลเทศะ และถ้าหากคนอื่นจะไม่ชอบสิ่งที่คุณใส่มันก็เป็นสิทธิของเขาเช่นกัน แต่ไม่ใช่จะมาหาเรื่องโดยใช้กำลังที่เหนือกว่า แล้วมาอ้างว่าเพราะเสื้อผ้านั้นไม่ได้เพราะแฟชั่นทุกแบรนด์ต่างสอนให้คนแต่งตัวดีไม่ได้เป็นเครื่องมือในการดูถูก หรือยกตนข่มใคร

 

 

Cr.  http://ca.complex.com/style/2016/07/video-shows-fistfight-the-ape-racks

https://www.instagram.com/willgunz/

https://www.instagram.com/ymbape/

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest