Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

Take an Exclusive Look Inside Dr. Martens’ Historical UK Factory ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ พร้อมชมโรงงานเก่าแก่ของ Dr. Martens ในประเทศอังกฤษ

/
/
/
730 Views

Take an Exclusive Look Inside Dr. Martens’ Historical UK Factory ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ พร้อมชมโรงงานเก่าแก่ของ Dr. Martens ในประเทศอังกฤษ

บทความพิเศษอีกชิ้นจาก highsnobiety ที่จะพาสาวกของ Dr. Martens ไปชมโรงงานผลิตรองเท้าเก่าแก่ของแบรนด์ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่แรกที่ผลิตรุ่นยอดนิยมอย่าง
” 1460 8-eyes boots ” และอีกหลายโมเดลที่คุ้นตา พร้อมไปสืบเสาะถึงความสัมผันของแบรนด์นี้กับเหล่าวัยรุ่นกลุ่มย่อยที่เรียกว่า ” subcultures ” ในประเทศอังกฤษ 

แม้หลายคนจะโต้แย้งเถียงขึ้นมาว่า ” subcultures ” หรือวัฒนธรรมกลุ่มย่อยที่เกิดขึ้นในอังกฤษตั้งแต่ยุค 60’s นั้นได้ตาย และหายสาบสูยไปหมดแล้ว แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ จิตวิญญาณของวัฒนธรรมเหล่านี้ยังคงถูกฝั่งอยู่ในเส้นด้ายสีเหลืองของรองเท้า Dr. Martens แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อยู่คู่กับสังคมกลุ่มเล็กๆ แต่เป็นโหลๆ มากว่า 69 ปี  แบรนด์นี้ใช้เทคนิคการทำรองเท้าตามขนมดั้งเดิมมาตั้งแต่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  เรื่องราวภายใต้รองเท้าสัญชาติอังกฤษนี้เริ่มต้นจากรองเท้ายอดนิยมของหนุ่มออฟฟิศปกขาวก้าวไปสู่รองเท้าสามัญประจำกายของเหล่าวัยรุ่นตั้งแต่ชาว Skinheads กับ  Punks ต่อไปยังสาย Goths และ Grunge Rockers ต้องขอบคุณที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้าสุดทนทาน คือความสวยงามที่ดุดดัน และกลายเป็นรากฐานของของอังกฤษแบบดั้งเดิม ในขณะที่กระแสความนิยมของรองเท้ายังคงพุ่งสูงขึ้นตลอดเวลา ปรัชญาของบริษัท Dr. Martens ก็ยังคงยึดมันในอิทธิผลต่อ subcultural  และกลุ่มวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีส่วนช่วยนำความสำเร็จมาสู่แบรนด์ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้รับเชิญไปชมโรงงานเก่าแก่ของแบรนด์ที่ Cobbs Lane ในเมือง Northamptonshire, ประเทศอังกฤษ จึงได้มีโอกาศพิเศษถ่ายภาพบรรยากาศในโรงงานมาให้ชม และได้นำเรื่องราวประวัติศาตร์บางอย่างของแบรนด์นี้มาเปิดเผยให้ฟังกัน

โรงงานแห่งนี้ตั้งขึ้นมาเมื่อไหร่?

Cobbs Lane เป็นโรงงานรองเท้าเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ช่วงยุคปี 1870s ซึ่งช่วนก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมกระบวนการทำรองเท้าส่วนใหญ่เป็นกิจการท้องถิ่น ทำโดยชาวบ้าน จากนั้นจึงค่อยทะยอยไปส่งให้โรงงานใหญ่ผลิตในขั้นสุดท้าย เรามาเริ่มทำ Dr. Martens เมื่อยุคปี 1960’s ตั้งแต่แบรนด์เปิดตัวในประเทศอังกฤษ เราเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ใช้ในรองเท้า Airwair 1460 รุ่นแรก (1 April 1960) ตอนนนั้นเราดูแลวัตถุดิบ จากนั้นจึงขยายมาเป็นโรงงานครบวงจรในปี 1990

ทำไมถึงตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นที่ตั้งโรงงาน?

เมือง Northamptonshire คือแหล่งการผลิตรสำคัญของอุสาหกรรมรองเท้าของอังกฤษ ตระกูล Griggs เป็นเจ้าของโรงงานนี้มาหลายชั่วอายุคนก่อนจะมาทำ Dr. Martens ซะอีก ถนน “ Cobbs Lane “ เส้นนี้ถูกตั้งชื่อตามโรงงาน มาจากคำว่า “cobbler.” เป็นแสลงของคนอังกฤษแปลว่า “ ช่างทำรองเท้า “  ซึ่งเมื่อ Dr. Martens กลับมาเริ่มผลิตในโรงงานดั้งเดิมอีกครั้งเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ทำให้กระบวนการผลิตสินค้าระดับ Premium ของ Dr. Martens กลับมาที่โรงงานต้นกำเนิดอีกครั้ง

รองเท้ารุ่นไหนบ้างที่ผลิตที่โรงงานนี้โดยเฉพาะ?

รุ่นดั้งเดิมทั้งผลิตขึ้นที่โรงงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น 1460 , 1490  , Church กับ Capper boot และก็  Adrian, 3989, 1461 ทั้งหมดกำเนิดที่ Cobbs Lane นี่แหละ รองเท้ารุ่น Steed  และ Pascal boot นั้นจะดัดแปลงมาจากพวกโมเดลดั้งเดิม พวกรุ่นใหม่ๆ ระดับพรีเมียมก็มี Made In England ทุกซีซั่นส์ ซึ่งเรานี้จะใช้กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ

รูปทรง Dr. Martens มีวิวัฒนาการด้านวิธีการผลิตอย่างไร?

กระบวนการที่การประกอบพื้นเย็บตะเข็บยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากโรงงานอื่นมาตลอด 56 ปี เพราะกระบวนการนี้เราใช้เครื่องจักรที่ไม่เหมือนใคร หลายกระบวนการก็มีรุปแบบที่แตกต่าง เรามักจะมองหาวิธีทางที่จะผลักดันแนวทางเก่าๆ ไปในทิศทางใหม่ๆ อยู่เสมอ  บางครั้งเราย้อนกระบวนการผลิตใหม่ไปตามอุปกรณ์ หรือวัสดุที่เราเลือกมาใช้ เราผลิตรองเท้าในระดับ high-end ที่มีสมรรถนะสูง และมีการประกอบพื้นที่จะแตกต่างจากกระบวนการอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ซึ่งงานผลิตเช่นนี้ไม่มีทางเข้าใจว่าเป็นรองเท้าโรงงานอื่น

คุณผลิตรองเท้าได้กี่คู่ต่อสัปดาห์ How many shoes do you churn out on a weekly basis? 

กำลังการผลิตที่ Cobbs Lane คิดเป็นแค่ 1% จากจำนวนการผลิตทั้งหมดของแบรนด์เท่านั้น เราผลิตได้ 1,200 คู่ ต่อสัปดาห์ รุ่นที่เราทำจะเป็น  “Made In England” collection อย่างเช่นพวกงาน  collaborations  (แบรนด์ที่เราร่วมงานด้วยก็อย่างเช่น COMME des GARÇONS, Norse Projects และ OFF-WHITE) หรืออรองเท้าสั่งทำ ผลิตสำหรับลูกค้าที่มาสั่งที่หน้าร้านสาขา Carnaby Street

 รองเท้าทรงไหน (ที่ผลิตในโรงงานนี้โดยเฉพาะ) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด?

รุ่น 1460 และ 1461 เรียกว่าเป็นยอดมงกุฎของแบรนด์เลย ที่ Cobbs Lane เราผลิตออกมาทั้งเวอร์ชั่นแบบวินเทจที่มีตลอดทั้งปี และก็ทำแบบดีไซน์ต่างๆ ที่ทำออกมาตามซีซั่นส์  (เราทำรุ่นนี้ในสีดำ black pebble และสีสันต่างๆ จากหนัง arcadia rub-off leather). รุ่น classics collection หั้งหลาย (อย่างเช่น Pascal boot, a 1461, a Steed,  Arthur boot และ Les boot) คือโมเดลขึ้นชื่อของ Cobbs Lane.

บ่อยแค่ไหนที่คุณนำรองเท้าทรงเก่าจากกรุของ Dr. Martens กลับมาทำใหม่?

การอนุรักษณ์นิยมต่างๆ ยังอยู่กับแบรนด์นี้เหนียวแน่นไม่แพ้เรื่องของการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เรามีคลังเก็บรองเท้าจำนวนมหาศาล ที่รวบรวมรองเท้ารุ่นก่อนๆ เอาไว้ให้เราเลือกหยิบมาทำใหม่ได้เสมอ บ่อยครั้งที่เราได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าของเราเอง ยิ่งในการทำงานคอลเลคชั่นเล็กๆ กับแบรนด์อื่นๆ พวกเขาก็มักจะเลือกรุ่นเหล่านี้ อย่างเช่นการร่วมงานกับ COMME des GARÇONS ก็เรียกว่าเป็นการขุดแคตตาล็อกเก่าครั้งใหญ่ หา pattern รองเท้าที่สาบสูญไปจากการพบเห็น แล้วนำกลับมาบูรณะใหม่อีกครั้ง รองเท้าอย่างรุ่น 1914 และ Capper นั้นต่างมีช่วงเวลาอันรุ่นเรืองของมัน แต่มันก็ไม่เคยหายไปไหนนาน แต่กับบางรุ่นอย่าง Church boot นั้นแทบไม่มีใครเคยเห็นมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งเราก็เพิ่งนำกลับมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เอง

 

คุณผลิตรองเท้าได้กี่คู่ต่อสัปดาห์

กำลังการผลิตที่ Cobbs Lane คิดเป็นแค่ 1% จากจำนวนการผลิตทั้งหมดของแบรนด์เท่านั้น เราผลิตได้ 1,200 คู่ ต่อสัปดาห์ รุ่นที่เราทำจะเป็น  “Made In England” collection อย่างเช่นพวกงาน  collaborations  (แบรนด์ที่เราร่วมงานด้วยก็อย่างเช่น COMME des GARÇONS, Norse Projects และ OFF-WHITE) หรืออรองเท้าสั่งทำ ผลิตสำหรับลูกค้าที่มาสั่งที่หน้าร้านสาขา Carnaby Street

 รองเท้าทรงไหน (ที่ผลิตในโรงงานนี้โดยเฉพาะ) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด?

รุ่น 1460 และ 1461 เรียกว่าเป็นยอดมงกุฎของแบรนด์เลย ที่ Cobbs Lane เราผลิตออกมาทั้งเวอร์ชั่นแบบวินเทจที่มีตลอดทั้งปี และก็ทำแบบดีไซน์ต่างๆ ที่ทำออกมาตามซีซั่นส์  (เราทำรุ่นนี้ในสีดำ black pebble และสีสันต่างๆ จากหนัง arcadia rub-off leather). รุ่น classics collection หั้งหลาย (อย่างเช่น Pascal boot, a 1461, a Steed,  Arthur boot และ Les boot) คือโมเดลขึ้นชื่อของ Cobbs Lane.

บ่อยแค่ไหนที่คุณนำรองเท้าทรงเก่าจากกรุของ Dr. Martens กลับมาทำใหม่?

ความ เป็นHeritage นั้นอยู่กับแบรนด์นี้เหนียมแน่นไม่แพ้เรื่องของนวัตกรรม  เรามีคลังเก็บรองเท้าจำนวนมหาศาลที่รวบรวมก่อนๆ นี้เอาไว้ให้เราเลือกหยิบมาทำใหม่เสมอ  บ่อยครั้งที่เราได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าของเราเอง และในการทำงานคอลเลคชั่นเล็กๆ กับแบรนด์อื่นๆ ก็มักจะมาจากสิ่งเหล่านี้ อย่างเช่นการร่วมงานกับ COMME des GARÇONS ก็เรียกว่าเป็นการขุดแคตาลอกเก่าครั้งใหญ่ เป็นการหา pattern รองเท้าที่สาบสูญไปจากการพบเห็นกลับมาบูรณะใหม่อีกครั้ง รองเท้าอย่างรุ่น 1914 และ Capper นั้นต่างมีช่วงเวลาอันรุ่นเรืองของมัน แต่มันก็ไม่เคยหายไปไหนนาน แต่กับบางรุ่นอย่าง Church boot นั้นแทบไม่มีใครเคยเห็นมาเป็นเวลานานแล้ว และเราก็เพิ่งนำกลับมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เอง

โรงงานนี้ยังคงมีพนักงานกลุ่มเดิมรุ่นต่อรุ่น ไว้มากน้อนแค่ไหน?

บริษัทหยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของช่างทำรองเท้า คุณลองนึกภาพตามผมว่า คุณมีผู้คนที่ภักดีต่อแบรดน์ มีอัตราการเปลี่ยนงานในโรงงานต่ำมาก เรามีคนที่ทำงานให้กับ Dr. Martens อยู่ที่นี่ทั้งครอบครัวตั้งแต่รุ่นพ่อไปถึงรุ่นปูในเวลาเดียวกัน ไม่มีเดือนใดเลยที่เราไม่มีรางวัล และเราก็จำทุกคนใน Cobbs Lane ได้หมด

ตอนเราสัมภาษณ์งานเด็กรุ่นใหม่ที่มาทดแทนตำแหน่งที่ว่าง เราก็มักจะได้ยิ่นว่าคุณปู คุณย่าเคยเป็นช่างทำรองเท้าให้กำเราเมื่อนานมาแล้ว มันเป็นแรงบันดาลใจอย่างมาก คนที่นี่มีความเป็น Dr. Martens อยู่หลายแบบ ซึ่งความพักดีในแบรนด์นี้ก็ถูกเย็บลงในรองเท้าทุกคู่ พวกเราทุกคนจึงสวมใส่มัน  และพวกเราทุกคนก็ซื้อมัน 

คุณคิดว่าทำไม Dr. Martens ถึงมีชื่อเสียงในประวัติษาสตร์ของวัฒนธรรม  subcultures  ?

มันเป็นหสิ่งต่างๆ รวมกัน อย่างแรกที่สำคัญที่สุดก็คือสิ่งที่เกี่ยวกับสินค้าของเรา มันเป็นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน , ความสะดวกสบายในการสมใส่ ,ความทนทาน , การใช้งาน และความจริงที่ทำให้รองเท้าบูทอย่าง 1460 ที่เป็นผ้าใบสีดำยังคงทำไปทำมากว่าทศวรรษก็คือความนิยมของลูกค้าที่หลากหลาย , นักดนตรี และผู้มีความคิดอิสระ จนกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงการต่อต้าน , สไตล์เฉพาะตัว และการมีตัวตนอย่างที่สองก็เป็นเพราะความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เป็นบางสิ่งที่ลูกค้าสามารถเชื่อมั่นได้ และท้ายสุดก็คือการที่แบรนด์หยั่งรากลึกลงในดนตรี และวัฒนธรรมวัยรุ่น ดนตรีคือจังหวะชีวิตของพวกเรา  และสามารถพูดได้เลยว่าหากไม่มีมัน เราก็คงเป็นแค่แบรนด์รองเท้า workwear ง่อยๆ แบรนด์หนึ่งเท่านั้น

 อะไรคือปรัชญาของแบรนด์ Dr. Martens

พวกเราคือผู้สร้างสรรค์รองเท้าที่ปล่อยให้ลูกค้าแสดงออกถึงตัวตน สร้างสรรค์สไตล์ของตัวเองจากสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของเรา ทำด้วยแบบนี้ความจริงจังยืนหยัดในหลักการการออกแบบของพวกเรา ,  การเข้าถึงสังคม และดนตรี , ผ็คนที่หลากหลาย และความคิดที่แปลกแยก

 

 

 

บทความจาก : highsnobiety.com แปลโดย ไผ่-กิตติธัช คอลัมนีสต์ นิตยสาร Chimney Magazine
ARTICLES By Nico Amarca

 

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest