Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

The Most Expensive Sneakers of 2016 Q2 วิเคราะห์ราคาขายต่อรองเท้าประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2016

/
/
/
770 Views

The Most Expensive Sneakers of 2016 Q2 วิเคราะห์ราคาขายต่อรองเท้าประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2016

กระแส Sneaker fever ในตอนนี้ไม่ได้แค่ครองโลก แต่ยังครองเศรษฐกิจด้วย มูลค่าตลาดรองเท้า deadstock (ของใหม่) ของอเมริกันนั้นมีมูลค่าแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว ด้วยโครงข่ายของการขายต่อ ที่เชื่อมโยงเงินเป็นล้านต่อปีจากกำไรของรองเท้ารุ่นหายาก ซึ่งรายงาน The Most Expensive Sneakers of 2016 Q2 ชุดนี้จัดทำขึ้นโดย highsnobiety.com ที่จับมือกับ StockX (หรือชื่อเดิมว่า Campless) เป็น FinTech สำหรับการรับข้อมูลซื้อ-ขายรองเท้า deadstock ออนไลน์รายใหญ่ในวงการซื้อ-ขาย Resell รองเท้า เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมซื้อ-ขายรองเท้าโดยเฉพาะเช่นเดียวกับข้อมูลการซื้อ-ขายหุ้น ซึ่งเหล่าพ่อมดข้อมูลก็ได้รวมรวมข้อมูลดังกล่าวออกมา และออกแบบเป็นกราฟแบบ Illustrator ที่สวยงามโดย Dan Freebairn ซึ่งจะช่วยให้คุณอ่านกราฟได้อย่างง่ายได้ และนี่คือบทสรุปไตรมาสที่ 2 ของปี 2016 ( 1 เมษายน ถึง 31 มิดุนายน ) จากข้อมูลของ StockX ที่บันทึกการขายของรองเท้า deadstock ใน eBay.com มาดูกันสิว่ารองเท้ารุ่นอะไรมีมูลค่าการซื้อ-ขายสูงที่สุด และคู่ไหนที่โกยเงินได้เยอะสุดในตลาด (ใครยังไม่ได้อ่านของ Q1 อ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ http://chimneychannel.com/blog/?p=36362 )

กระแส Sneaker fever ในตอนนี้ไม่ได้แค่ครองโลก แต่ยังครองเศรษฐกิจด้วย มูลค่าตลาดรองเท้า deadstock (ของใหม่) ของอเมริกันนั้นมีมูลค่าแตะระดับ 1 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว ด้วยโครงข่ายของการขายต่อ ที่เชื่อมโยงเงินเป็นล้านต่อปีจากกำไรของรองเท้ารุ่นหายาก ซึ่งรายงาน The Most Expensive Sneakers of 2016 Q2 ชุดนี้จัดทำขึ้นโดย highsnobiety.com ที่จับมือกับ StockX (หรือชื่อเดิมว่า Campless) เป็น FinTech สำหรับการรับข้อมูลซื้อ-ขายรองเท้า deadstock ออนไลน์รายใหญ่ในวงการซื้อ-ขาย Resell รองเท้า เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมซื้อ-ขายรองเท้าโดยเฉพาะเช่นเดียวกับข้อมูลการซื้อ-ขายหุ้น ซึ่งเหล่าพ่อมดข้อมูลก็ได้รวมรวมข้อมูลดังกล่าวออกมา และออกแบบเป็นกราฟแบบ Illustrator ที่สวยงามโดย Dan Freebairn ซึ่งจะช่วยให้คุณอ่านกราฟได้อย่างง่ายได้ และนี่คือบทสรุปไตรมาสที่ 2 ของปี 2016 ( 1 เมษายน ถึง 31 มิดุนายน ) จากข้อมูลของ StockX ที่บันทึกการขายของรองเท้า deadstock ใน eBay.com มาดูกันสิว่ารองเท้ารุ่นอะไรมีมูลค่าการซื้อ-ขายสูงที่สุด และคู่ไหนที่โกยเงินได้เยอะสุดในตลาด (ใครยังไม่ได้อ่านของ Q1 อ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ http://chimneychannel.com/blog/?p=36362 )

Highs and Lows for YEEZY / กำไรดีกำไรน้อยของ YEEZY

อันดับ #1  บนสุดรุ่นนี้มาทั้งกระแสจากคนทำ กระแสอ้างอิงราคาจากรุ่นก่อนๆ อีกทั้งยังมาในสีสันเข้ากับแฟชั่น มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ adidas Yeezy Boost 750 Grey/Gum ( GLOW ) จะจองห้องบนสุดใน list นี้ด้วยราคาเฉลี่ยต่อคู่สูงถึง 1,471 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 52,000 บาท (จากราคาเปิดตัว ในไทย 14,900 บาท) ส่วนต่างของราขาขายต่อกับราคาออกช้อปของ adidas/ YEEZY ยังคงเด้งไปหลายเท่าตัว แต่คู่ที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่ม YEEZY ก็คือ YEEZY Season 2 Crepe Sole Boot รองเท้าที่ไม่ได้ออกกับ adidas Originals แต่ทำภายใต้แบรนด์ YEEZY เลย ซึ่งรุ่นนี้มีราคาขายต่อราคาเฉลี่ยอยู่ที่ $610 หรือราวๆ 22,000 บาท สูงติดอันดับ #9 ก็จริงแต่กลับถูกกว่าราคา Retail ออกช็อป ($645) อยู่ $35 หรือราว 1,300 บาท พูดง่ายๆ ก็คือราคาตลาดตกนั่นเอง นั่นก็แสดงว่าแฟชั่นของ Kanye ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน สาเหตุหลักๆ ที่รุ่นนี้ไปต่อไม่ได้ก็น่าจะมาจากตัวรองเท้าที่ไม่ได้มีดีไซน์ตามตลาดมากนัก บวกกับราคาที่สูงแบบคนละลีกกับสนีกเกอร์ทั่วไป มันต่างกับ Yeezy Boost 750 ที่แม้จะมีราคาออกช้อปที่สูงกว่าแต่ด้วยกระแสที่แรงมาก ทำให้มีความต้องการตลาดสูงตาม ส่วนต่างของราคาช็อปกับราคาขายต่อจึงห่างกันมาถึง 400%

 

 

แล้วอื่นๆ หละ? ใน 10 อันดับก็ประกอบด้วย 4 คู่ระดับพระกาฬของ Jordan อย่าง  Air Jordan 23 “ Trophy “ รุ่นพิเศษฉลองเปิดร้านลูกชายจอร์แดน ผลิตแค่ 523 คู่บนโลกเท่านั้น นั่นทำให้แม้ตัวโมเดลจะไม่ได้อยู่ในโหมดกระแสแฟชั่นแต่ได้ความหายากระดับนับคู่ได้แทน ราคาเปิดตัวที่ $275 จึงไปไกลถึง $1,236 หรือราวๆ 43,000 บาทรั้งอันดับ #2 ของไตรมาสนี้ อันดับอื่นๆ ที่ตามมาก็คือ Air Jordan 12 “ Wings “ ติดอันดับ #5 ในราคาเฉลี่ยคู่ละ $890 หรือราว 31,000 บาทแสดงให้เห็นว่าแค่โมเดลดีๆ กับสียอดนิยมใส่ลายละเอียดเจ๋งๆ เพิ่มเข้าไปยังไงก็แรง ตามติดมาด้วยความพยายามเข้าโหมด Luxury Sneakers ของ Jordan ที่เลือกใช้วัสดุหนังหรูๆ มาใส่ในรองเท้ารุ่นยอดนิยมอย่างอันดับ #7 Air Jordan 4 PRM Snakeskin และอันดับ #10 Air Jordan 4 PRM Pony Hair

 

ส่วนแบรดน์อื่นๆ ก็ติดโผมาด้วยอย่าง #3 เป็น Ronnie Fieg x Asics Gel Lyte III Super Green การกลับมาอีกครั้งของโมเดลหายากจากปี 2014 ที่มีราคาในรุ่นเก่าค้ำคอรออยู่แล้ว เมื่อเวอร์ชั่น 2016 ออกราคาจึงไปทันทีเฉลี่ยอยู่ที่ $1,067  43,000 บาท ชื่อ Ronnie Fieg  ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่พ่อค้า Resell เพราะขึ้นชื่อว่าทำน้อย และมีฐานลุกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จาก list นี้ที่มันน่าแปลกใจก็คือในอันดับนี้มี Reebok ถึง 2 รุ่นที่ติดโผมาด้วย นั่นก็คือ Reebok Alien Stomper แบบ Hi-Top ตามสูตรต้นฉบับจากภาพยนตร์ Aliens ซึ่งขยี้กระเป๋าคอรองเท้าไปเบาๆ เฉลี่ยคู่ละ $900 หรือราวๆ 32,000 บาท  อีกคู่เป็น BEAMS x Reebok Instapump Fury “Crazy” ที่ก็บ้าบอสมชื่อ ขายต่อกันเฉลี่ยคู่ละ $612 ราวๆ 22,000 บาท จากราคาเปิดตัวราว 7,500 บาท ซึ่งถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียงกับรองเท้า Reebok รุ่นอื่นๆ ในตลาด ebay ปัจจุบัน

The Jumpman Reigns Supreme (Still)/

Jumpman (ยังคง) ครองตลาดขายต่อ

มาดูภาพรวมของมูลค่ายอดขายรวมของแต่ละรุ่นในไตรมาส 2 กันบ้างว่าคู่ไหนกวดยอดขายให้พ่อค้า Resell ไปกันขนาดไหน ซึ่งแม้ยุคนี้ตลาดจะเต็มไปด้วยรองเท้าราคาแพงจากทาง adidas, ASICS และ Reebok แต่อย่างไรก็ตามในภาพรวมของมูลค่าตลาดรขายต่อรองเท้า deadstock ก็ยังถูกครอบครองโดย Jordan เป็นส่วนใหญ่ จาก 10 อันดับมี Jordan อยู่ถึง 8 รุ่นเลยทีเดียว  โดยรองเท้าที่มีมูลค่ารวมการซื้อขายมากที่สุดก็คือ  Air Jordan 12 ” Wings “ มียอดขายต่อทั้งหมดสูงถึง 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 56 ,000 ,000 บาท มากกว่ายอดขาย Yeezy Boost 750 Grey/Gum ถึง 2 เท่าตัว ตามติดมาด้วยอันดับ #2 อย่าง Air Jordan 12 Retro ‘French Blue’ สีขาว-น้ำเงินเรียบๆ กวาดยอดขายไปเพียบถึงหลักล้านเช่นกัน เรียกว่าเป็นไตรมาสแห่ง Air Jordan 12 เลยก็ว่าได้

ในขณะที่หลายๆ แบรนด์กำลังหาวิธีดันรองเท้าของตนเข้าสู่ตลาดขายต่อด้วยรุ่นพิเศษกระแสแรงผลิตจำนวนจำกัดแต่สุดท้ายภาพรวมของยอดขายก็ยังคงเต็มไปด้วยตรา Jumpman และ Swoosh อยู่ นั่นก็แสดงให้เห็นถึงภาพรวมตลาดขายต่อรองเท้าในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของโลกก็ยังคงยึดติดกับ Jordan และ Nike อยู่ ซึ่งแตกต่างกับตลาดรองเท้าในไทยที่กระแสของ adidas นั้นมาแรงมาก จำนวนการขาย Resell ของค่าย 3 แถบกวดจนแทบไม่เห็นโลโก้ Jordan และ Nike ในตลาดเลย แถมยังมรตัวละครลับแบรดน์อื่นๆ ที่เริ่มสอดแทรกมาทำตลาดในกลุ่มสนีกเกอร์อย่างจริงจัง มีร้านรองเท้าที่เลือกจำหน่ายรุ่นพิเศษเยอะขึ้นเป็นตัวเลือกให้ตลาดรองเท้าไทยยังคงคึกคักเป็นการลงทุนระยะสั้นที่แม้จะมีความเสี่ยงมากแต่ก็ให้ผลตอบแทนสูงไม่แพ้ตลาดรองเท้าโลก

 

 

 

Cr. Originals Article By Alec Leach /highsnobiety

Authorized by : phai

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Linkedin
  • Pinterest