Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :

ภาพแบบ Official Look ของรองเท้ารุ่น Supreme x Air Jordan XIV ที่จะทำออกมาให้เลือกใน 2 colorways

/
/
/
165 Views

ก่อนหน้านี้ได้มีทั้งข่าวลือและภาพหลุดของรองเท้า collaboration ตัวล่าสุดจาก Supreme ในปี 2019 ที่จะร่วมงานกับทาง Jordan Brand บนรองเท้ารุ่น Air Jordan 14 ออกมาให้ได้เห็นกันไปบ้างแล้ว มาวันนี้ทาง Supreme ก็ได้ปล่อยภาพแบบ official look ออกมาให้ได้ชมกันแล้ว ซึ่งรองเท้ารุ่นนี้จะทำออกมาให้เลือกทั้งหมด 2 colorways ด้วยกัน ได้แก่ เวอร์ชั่น Black/White/Red และเวอร์ชั่น Black/Royal Blue

โดยตัวรองเท้าจะมาพร้อมกับ upper ที่ใช้วัสดุเป็นหนังและหนังกลับ suede แต่ที่มีความพิเศษและโดดเด่นที่สุดก็คงต้องยกให้กับดีเทลที่เป็นหมุด studded เหล็กสีเงินประดับอยู่ที่ด้านข้าง และบริเวณส้นเท้า อีหนึ่งดีเทลที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ มีแบรนด์ดิ้งของ Supreme ที่ลิ้นรองเท้า ส่วนที่ส้นเท้าด้านหลังจะมีโลโก้ Jumpman, เลข 23 และ Supreme Box Logo นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับป้ายห้อย Supreme x Jordan hang tag และ jeweled badge ที่ข้อเท้าจะมีโลโก้ของทั้ง 2 แบรนด์ เช่นเดียวกันกับ insoles ที่จะมาในโทนสีแดงแและมีแบรนด์ดิ้งของทั้ง 2 แบรนด์

รองเท้าในรุ่น Air Jordan XIV เปิดตัวออกมาครั้งแรกในปี 1998 และมีดีไซน์ที่ดึงเอาความชื่นชอบของ Michael Jordan มาใช้ โดยเขาเป็นผู้ชื่นชอบยานยนต์หรูความเร็วสูง โดยเฉพาะรถ Ferrari 550 Maranello ของเขา นอกจากนี้ MJ ก็ยังได้ใส่รองเท้ารุ่นนี้ในเกมที่ 6 ของ NBA finals ในปี 1998 และปีนั้นทำให้ Chicago Bulls ได้แชมป์ NBA เป็นสมัยที่ 6 อีกด้วย รองเท้ารุ่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นน่าจดจำของ Jordan เลยทีเดียว ส่วนใครที่เป็นแฟนๆ ของ Supreme ก็คงจะทราบกันเป็นอย่างดีว่า ในปี 2015 ทาง Supreme เคยได้ร่วมงาน collaboration กับทาง Jordan Brand มาแล้วบนรองเท้าในรุ่น Air Jordan 5 ที่ทำออกมาให้เลือกทั้งหมด 3 colorways ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรก และก็สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่าสนีกเกอร์เฮดเป็นอย่างมาก อีกทั้งได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมากจากแฟนๆ ของทั้ง 2 แบรนด์

สำหรับรองเท้า Supreme x Air Jordan XIV ทั้ง 2 colorways นี้ จะออกวางจำหน่ายที่ Supreme Store สาขา New York, Brooklyn, Los Angeles, London, Paris รวมทั้งออกวางจำหน่ายผ่านทาง online ในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ก่อนที่จะออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

Source: Hypebeast.com
Photo Credit: Hypebeast.com

  • Facebook
  • Twitter
  • Google+